• Connect with us

    Enter Books | นิยายแฟนตาซี กำลังภายใน ลึกลับ สืบสวน

    บทความ

    ประโยชน์ที่ได้จาก ‘การเมือง’ ในโลกของ ‘สยบฟ้าพิชิตปฐพี’  

     

    #นิยายกำลังภายใน #การเมือง #สยบฟ้าพิชิตปฐพี

     

    จากสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันทั้งในและนอกประเทศเราจะเห็นได้ว่าสิ่งที่เรียกว่า ‘การเมือง’ เป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในยุคปัจจุบัน มันกลายเป็นเรื่องราวที่เราต่างยกขึ้นมาพูดคุยและตั้งคำถามกันอย่างมากมาย ‘การเมือง’ กลายเป็นสิ่งที่แทรกซึมอยู่ในหลายๆ วงการไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ ศิลปะ หรือกระทั่งสื่อบันเทิงที่มักจะมีการแฝงแนวคิดในเรื่องนี้แบบเนียนๆ เสมอ ไม่เว้นแม้แต่ในวงการนิยาย ยิ่งในนิยายที่รักของเราอย่าง ‘สยบฟ้าพิชิตปฐพี’ นอกจากการต่อสู้ระเบิดภูเขาเผากระท่อมแล้ว อีกสิ่งที่ทำให้นิยายเรื่องนี้น่าสนใจก็คือแนวคิดทางการเมืองที่ทำให้เนื้อเรื่องหลักนั้นมีมิติและน่าติดตามมากขึ้น เราลองมาดูกันดีกว่าว่าเบื้องหลังความสนุกของนิยายกำลังภายในสุดฮิตอย่าง ‘สยบฟ้าพิชิตปฐพี’ เราได้ประโยชน์อะไรจาก ‘การเมือง’ ที่แฝงอยู่บ้าง

     

     

    ‘ความถูกต้องที่แท้จริง’ คืออะไร???

    สิ่งที่ทำให้นิยายกำลังภายในเรื่องนี้สนุกหลักๆ ก็คือเรื่องของการต่อสู้เหนือธรรมชาติ แต่เหตุผลในการต่อสู้เหล่านั้นล้วนมีแนวคิดทางการเมืองอย่างหนึ่งที่แฝงเอาไว้ หรือจะเรียกว่าหลักการใช้ชีวิตเลยก็ได้ นั่นคือ ‘ความถูกต้อง’ ในวงการการเมืองเมื่อเกิดความขัดแย้งอะไรบางอย่าง สิ่งที่คนเรามักจะหาเป็นอย่างแรกก็คือ ‘ใครเป็นฝ่ายที่ถูกต้อง’ การต่อสู้นี้การต่อสู้นั้นแท้จริงแล้วใครกันแน่ที่คู่ควรกับคำว่าถูกต้อง

    อธิบายมาจนถึงขั้นนี้คิดว่าน่าจะมีผู้อ่านบางคนกำลังนึกคิดอยู่เป็นแน่ว่าตัวละครหรือฝ่ายที่ตนเองเชียร์จะเป็นฝ่ายที่ถูกต้องจริงๆ หรือไม่? หรือการกระทำบางอย่างของตัวละครจะขัดกับความถูกต้องจริงๆ? หรือบางมุมตัวร้ายก็อาจกำลังทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่ใช่ไหม?

    แต่ในท้ายที่สุดแล้วมนุษย์เราต่างทำตาม ‘ความรู้สึก’ เป็นธรรมชาติอยู่แล้ว เรามักจะชื่นชอบตัวละครตัวใดตัวหนึ่งเพราะลึกๆ แล้วเรามีบางอย่างที่เหมือนกับตัวละครตัวนั้น ไม่ว่าจะนิสัย บุคลิก ความเชื่อ หรือแม้กระทั่งเรื่องราวในชีวิต เป็นต้น จากเหตุผลเหล่านี้จึงนำไปสู่ ‘การตัดสิน’ เราจะตัดสินตัวละครที่มีความแตกต่างจากเราด้วยความคิดที่ไม่ชอบ ปฏิเสธ ไม่รับฟัง และตัดสินว่าพวกเขาเหล่านั้น ‘ไม่ถูกต้อง’

     

     

    กล่าวโดยสรุป ‘ความถูกต้องที่แท้จริงไม่มีจริง’

    ในเมื่อคนเราต่างตัดสินเรื่องราวต่างๆ ตามความรู้สึก ต่อให้เป็นคนที่มีเหตุผลมากแค่ไหนก็มักจะมีความรู้สึกตัวเองผสมอยู่ไม่มากก็น้อย สุดท้ายแล้วการจะตัดสินว่าสิ่งใดถูกต้องนั้นขึ้นอยู่กับความคิดในหัวของแต่ละคน หรือบางคนอาจแสดงออกมาผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อหาผู้คนที่คิดเหมือนกัน และเมื่อมีจำนวนคนที่คิดเหมือนกันมากขึ้นก็กลายเป็นการไปคุกคามความคิดผู้อื่นและเกิดความขัดแย้งขึ้นในที่สุด ถ้าลองนึกย้อนไปในนิยาย ไม่ใช่เพียงนิยายกำลังภายใน การต่อสู้ที่เกิดขึ้นทั้งหลาย การแย่งชิง หรือเรื่องน่าเศร้าอย่าง ‘สงคราม’ ก็อาจเกิดจากความถูกต้องมุมเดียวก็เป็นได้ ท้ายที่สุดเราควรเคารพความถูกต้องของผู้อื่นด้วย ลองรับฟังและปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่เราคิดว่ามันไม่ดีและแนะนำในส่วนที่ไม่ดีของฝ่ายตรงข้ามด้วยเช่นกัน หากทำเช่นนี้ได้ความขัดแย้งไม่ว่าจะทางการเมืองหรือไม่ก็อาจจะจบแบบ Happy ได้ดังในนิยาย

     

    มอง ‘ความจริง’ ไม่ใช่มอง ‘ความจำ’

    ในนิยายกำลังภายในเราจะได้รับชมในส่วนของ ‘เรื่องหลัก’ ที่เป็นเนื้อเรื่องในปัจจุบัน แต่ในระหว่างที่เรื่องราวกำลังดำเนินเรามักจะเห็น ‘เรื่องรอง’ ที่ส่วนมากเป็นเรื่องราวในอดีตอันส่งผลกับตัวเนื้อเรื่องหลัก ไม่ว่าจะความเชื่อ ความแค้นในอดีต เรื่องเล่า การบิดเบือน ฯลฯ ในมุมมองการเมืองบ่อยครั้งที่เราจะหยิบยกเรื่องราวในอดีตมาเป็นประเด็น บางคนเลือกเรื่องราวได้ถูกก็จะเป็นผลดีในการนำบทเรียนที่เคยผิดพลาดหรือประสบความสำเร็จมาพัฒนาให้ปัจจุบันดีขึ้น แต่ส่วนใหญ่แล้วเราจะเห็นการนำ ‘ความจำ’ ในอดีตมาตัดสินหรือบิดเบือนสิ่งที่เป็น ‘ความจริง’ ที่เป็นอยู่จนเกิดการขัดแย้งทางการเมือง

     

     

    ทั้งโลกบุกโค่นต้าถัง ‘ความจำ’ ที่เป็นจริง และ ‘ความจริง’ ที่ไม่อาจยอมรับ

    ความเชื่อของผู้คนในนิยายกำลังภายใน ‘สยบฟ้าพิชิตปฐพี’ นั่นก็คือเรื่องของ ‘บุตรแห่งหมิงหวัง’ ที่จะนำหายนะมาสู่โลก เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เล่าต่อสืบทอดกันมาในโลกของสยบฟ้าพิชิตปฐพี เรียกได้ว่าเป็นประเด็นหลักของเรื่องราวทั้งหมดเลยก็ว่าได้ เรื่องราวนี้ถูกเล่าต่อกันมาเป็นพันๆ ปี จนต้องตั้งคำถามว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่ มองในส่วนของ ‘หลักฐาน’ ก็ไม่มีอะไรสามารถยืนยันได้ว่าเป็นความจริงหรือเป็นเพียงเรื่องเล่า จากเนื้อเรื่องที่ได้มีการเปิดเผยว่า ‘บุตรแห่งหมิงหวัง’ เป็นเรื่องจริงและตัวละครหลักของเรื่องก็เป็นสิ่งนั้น สิ่งที่ผู้คนตัดสินจากสิ่งที่รู้โดยไม่ตั้งคำถามว่า ‘ความจริง’ ที่พวกเขาเชื่อนั้นมันเป็นสิ่งที่ดีหรือร้าย พวกเขาตัดสินอย่างไม่คิดและไตร่ตรอง นั่นคือการ ‘ใช้ความจำมาตัดสินความจริง’

    สงครามทั้งโลกบุกโค่นต้าถังที่เกิดขึ้นล้วนมีแนวคิดทางการเมืองนี้เป็นต้นตอและนำไปสู่การสูญเสียที่ไม่จำเป็น ในเรื่องฝ่ายของพระเอกเลือกจะตัดสินจาก ‘ความจริง’ ที่ตลอดมาบุตร (บุตรี) แห่งหมิงหวังนั้นไม่ได้กระทำความผิดใดๆ เลย เพียงผู้คนบอกว่าผิดจากความเชื่อเท่านั้นเอง พวกเขาจึงลุกขึ้นต่อสู้เพื่อจุดยืนของตัวเอง และสุดท้ายสิ่งที่เป็น ‘ความจริง’ เท่านั้นที่เป็นผู้ชนะเสมอ

     

     

    อย่าใช้ ‘อำนาจ’ ควบคุมผู้อื่น

    ‘อำนาจ’ เป็นสิทธิ์ในการสั่งการที่อยู่คู่กับวงการการเมือง ฝ่ายใดที่มีอำนาจก็จะมีสิทธิ์ทางการเมืองที่มากกว่า มองเผินๆ สิ่งที่เรียกว่าอำนาจดูจะเป็นพลังสูงสุดในการตอบสนองความเชื่อของตนเองหรือฝ่ายตนเอง จึงเป็นที่มาที่ทุกฝ่ายไม่ว่าจะดีหรือร้ายต่างฝักใฝ่ในอำนาจด้วยกันทั้งนั้น ส่วนผลที่จะตามมาก็ขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายไหนได้ไป

    พลังแห่งการเมืองที่เรียกว่าอำนาจนี้เกิดขึ้นจากระบบสังคมที่ต้องมีคนที่เป็นคนตัดสินใจแทนคนหมู่มากซึ่งในอดีตคนคนนั้นมักถูกเลือกมาจากกลุ่มคน เป็นพลังในการตัดสินใจที่มาจากผู้คน ไม่ใช่เพียงคนคนเดียว แต่เมื่อคนเริ่มมากขึ้น หน้าที่เริ่มมาครอบหัวความเป็นคน ระบบแห่งการใช้อำนาจตามใจจึงเกิดขึ้นเพราะเราไม่สามารถวัดผลได้อย่าง 100% ว่าคำสั่งต่างๆ มันมาจากใครกันแน่ และเมื่อเป็นอย่างนั้นปีศาจที่ชื่อว่า ‘คนบ้าอำนาจ’ จึงเกิดขึ้นและเป็นตัวการที่จะทำลายความสงบสุขไม่ว่าจะสังคมไหนก็ตาม

    ในนิยายกำลังภายใน ‘สยบฟ้าพิชิตปฐพี’ กลุ่มคนที่มีการใช้อำนาจไปในทางที่คับแคบอย่าง ‘อาศรมเทพแห่งซีหลิง’ ตัดสินและป้ายความผิดให้กับฝ่ายที่เป็นศัตรูกับตนโดยให้ฝ่ายที่มีความเชื่อเข้าใจเช่นนั้นด้วย อย่างที่เห็นกันในสงครามทั้งโลกบุกโค่นต้าถัง เมื่อไล่ต้อนด้วยอำนาจที่ผิดๆ ท้ายที่สุดคนที่เป็นเจ้าของอำนาจจริงๆ จึงไม่สนใจกฎของโลกที่รักษาอำนาจเหล่านั้นและลุกขึ้นต่อสู้เพื่อความถูกต้องที่แท้จริง จุดจบของคนที่หลงไปกับอำนาจและลืมสิ่งที่สำคัญในการใช้อำนาจนั้นก็คือการ ‘ล่มสลาย’ เราต่างต้องตระหนักรู้อยู่เสมอ ไม่ใช่เพียงการใช้ชีวิตส่วนรวม กระทั่งการใช้ชีวิตส่วนตัวเราต้องนึกถึงสิ่งที่ทำให้เราเริ่มต้นการกระทำต่างๆ และเมื่อเราเติบโตขึ้นสิ่งที่จะเพิ่มพูนมาก็คือ ‘อำนาจ’ เราต้องควบคุมในส่วนนี้ให้ดี เพราะเมื่อไหร่ที่พ่ายแพ้ต่อมัน หลงไปกับมัน นั่นแหละจะเป็นจุดเริ่มต้นในการ ‘ล่มสลาย’ ของเรา

     

    เป็นอย่างไรกันบ้างกับประโยชน์ที่แยกออกมาจากเนื้อเรื่องของ ‘สยบฟ้าพิชิตปฐพี’ ในสังคมที่เรื่องราวการเมืองกำลังเป็นที่ถกเถียงกันเป็นวงกว้าง เราก็สามารถมีมุมมองที่ดีได้ผ่านนิยายหรือสิ่งที่เราชอบ เพียงเราทำความเข้าใจและคิดตาม ไม่เพียงแค่อ่านเพื่อความบันเทิง ถ้าสามารถทำได้เราจะได้แนวคิดในเรื่องราวต่างๆ มากมายจากนิยาย และหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนที่ได้อ่านจนสามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตตนเองได้อย่างมีความสุข

     

    บทความนี้จัดทำขึ้นมาเพื่อแนวคิดที่สอดแทรกในเนื้อเรื่อง ไม่ได้มีเจตนาทางการเมืองแต่อย่างไร เพียงให้ความรู้ที่ได้จากนิยายและเชื่อมให้เห็นภาพทางความคิดมากขึ้น หากคำกล่าวใดทำให้เกิดการเข้าใจผิด ต้องขออภัยและพร้อมแก้ไขครับ

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in บทความ

    นิยายยอดนิยม

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน สยบฟ้าพิชิตปฐพี 35 บทที่ 3

    บทที่ 3 ฟ้าคนรวมเป็นหนึ่ง ใครต้านได้   หนึ่งยันต์ สองดาบ หลายร้อยลี้ สามพันพุทธะ นี่ถึงขั้นไม่อาจเรียกว่ายันต์เทวะแ...

    บทความ

    แนะนำคอร์สอาหารแบบไฟน์ไดนิ่ง โดย ยอดเชฟเทพนักปรุง

      เชื่อว่านักกินหลายๆ ท่านต้องเคยได้ยินคำว่าไฟน์ไดนิ่ง (Fine Dining) แต่อาจจะยังไม่กระจ่างวิบวับในใจนักว่ามันมีที่ม...

    Facebook