Enter Books Publishing > พูดคุยกับ Enter Books

The Mark of Athena บทที่1 [แปลไทย] เล่มภาษาอังกฤษออกแล้ว!

<< < (2/8) > >>

Enjoy ^0^:
อยากอ่านจัง ><

White_Smile:
แอนนาเบ็ธ I

จวบจนกระทั่งเธอได้พบกับรูปปั้นระเบิดได้ แอนนาเบ็ธก็เชื่อว่าเธอเตรียมพร้อมสำหรับทุกสิ่งแล้ว

เธอเดินวนเวียนอยู่บนดาดฟ้าของเรือรบบินได้ของพวกเขา อาร์โก II เช็คขีปนาวุธทั้งหลายแล้ว และเช็คซ้ำสองเพื่อให้แน่ใจว่าพวกมันไม่ได้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เธอตรวจสอบจนแน่ใจว่าธง “พวกเรามาอย่างสันติ” สีขาวนั้นยังคงโบกสะบัดอย่างชัดเจน เธอทบทวนแผนการกับลูกเรือทั้งหมด...รวมถึงแผนสำรอง และแผนสำรองของแผนสำรองด้วย

ที่สำคัญที่สุด เธอกันเพื่อนร่วมทางผู้คลั่งสงคราม โค้ช กลีสัน เฮ็ด์จไว้อีกทาง และโน้มน้าวให้เขาพักผ่อนอยู่ในห้อง นั่งดูการแข่งศิลปะการป้องกันตัวที่ฉายซ้ำสองอีกครั้ง สิ่งที่พวกเขาต้องการเป็นสิ่งสุดท้ายขณะที่พวกเขาขับเรือรบกรีกเวทมนตร์เข้าไปในเขตของเหล่าโรมันซึ่งน่าจะคิดว่าพวกเขาเป็นศัตรูก็คือแซเทอร์วัยกลางคนในชุดออกกำลังผู้กำลังโบกไม้กระบองและตะโกนว่า “ตายซะ!”
ทุกอย่างเหมือนจะอยู่ในการควบคุมแล้ว ขนาดลางสังหรณ์ประหลาดๆที่เธอรู้สึกมาตั้งแต่ตอนออกเรือก็ค่อยๆจางลงแล้ว อย่างน้อยก็ในตอนนี้น่ะนะ

เรือรบยังคงเดินหน้าผ่านกลุ่มเมฆ แต่แอนนาเบ็ธยังไม่อาจหยุดคิดในแง่มุมหนึ่งได้ ถ้าเกิดผลมันออกมาเลวร้ายล่ะ? ถ้าเกิดพวกโรมันตื่นตระหนกและจู่โจมพวกเธอทันทีล่ะ?

อาร์โก II ไม่มีทางดูเหมือนเป็นมิตรแน่ มันมีตัวเรือมีขนาดยาวสองร้อยฟุต ส่วนปลายทำจากแผ่นบรอนซ์โค้งไขว้ทั้งหัวเรือและท้ายเรือ มีหัวมังกรโลหะพ่นไฟได้เป็นรูปแกะสลักอยู่ที่หัวเรือ และมีขีปนาวุธหมุนได้สองชุดที่สามารถระเบิดคอนกรีตได้สบายๆ...ก็นะ มันก็ไม่ใช่ยานพาหนะที่ดีสำหรับการไปเยี่ยมเพื่อนบ้านหรอก

แอนนาเบ็ธพยายามที่จะส่งสัญญาณให้พวกโรมันก่อน เธอขอให้ลีโอส่งหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์สุดพิเศษของเขาไป...เป็นม้วนกระดาษโฮโรแกรม...เพื่อที่จะเตือนเพื่อนๆในค่ายนั้น นับเป็นโชคดีที่ข้อความถูกส่งไปถึง ลีโอเคยต้องการจะทาสีเป็นข้อความขนาดยักษ์ที่ใต้ท้องเรือประมาณว่า...ไงพวก? พร้อมกับหน้ายิ้ม...แต่แอนนาเบ็ธค้านความเห็นนั้น เธอไม่ค่อยมั่นใจเท่าไรว่าพวกโรมันจะเป็นพวกมีอารมณ์ขันขนาดนั้น

มันสายเกินไปที่จะถอยหลังกลับแล้ว

กลุ่มเมฆแยกออกที่ใต้ท้องเรือ เผยให้เห็นผืนพรมสีทองและเขียวของเนินเขาโอ๊คแลนด์ที่ด้านล่าง แอนนาเบ็ธหยิบหนึ่งในบรรดาโล่บรอนซ์ที่ถูกวางเรียงไว้บนกราบขวาเรือ เพื่อนร่วมทางอีกสามคนของเธอเดินไปประจำจุดของตัวเอง

ที่ดาดฟ้าเรือด้านหลัง ลีโอวิ่งวุ่นราวกับคนบ้า ตรวจสอบมาตรวัดและคานงัดของเขา พวกคนถือพวงมาลัยคงจะประทับใจกับพวกมาลัยและด้ามของหางเสือแน่ ลีโอติดตั้งคีย์บอร์ด จอมอนิเตอร์ เครื่องควบคุมการบิน เครื่องเล่นแผ่นเสียง และเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวจากนิเทนโด วี เขาสามารถเปลี่ยนเส้นทางของเรือด้วยการหมุนก็อก (คล้ายๆก็อกน้ำ) จุดระเบิดโจมตีได้ด้วยการหมุนแผ่นเสียง หรือยกใบเรือขึ้นด้วยการเขย่ารีโมต์วีของเขาเร็วๆ แม้จะเป็นมาตรฐานของเหล่ามนุษย์กึ่งเทพ ลีโอก็ยังคงเป็นโรคสมาธิสั้นอย่างหนักอยู่ดี

ไพเพอร์เดินวนไปมาระหว่างเสากระโดงเรือและจุดปล่อยขีปนาวุธ ฝึกบทพูดของเธออยู่

“วางอาวุธลงเถอะ” เธอพึมพำ “พวกเราแค่ต้องการคุยกันเท่านั้น”

มนต์มหาเสน่ห์ของเธอช่างทรงพลังเหลือหลาย คำพวกนั้นลอยผ่านหูของแอนนาเบ็ธ เติมเต็มตัวเธอด้วยความรู้สึกที่อยากจะวางมีดสั้นลงแล้วมานั่งเม้าท์กันยาวๆสักครั้ง

สำหรับบุตรแห่งอโฟรไดต์ ไพเพอร์พยายามอย่างมากที่จะใส่ใจกับการแต่งกายเป็นพิเศษ วันนี้เธอสวมกางเกงยีนขาดวิ่น รองเท้าผ้าใบขาดๆ และเสื้อยืดลายเฮโหล คิตตี้สีชมพู (บางทีนี่อาจจะเป็นมุกขำๆเท่านั้นก็ได้ แอนนาเบ็ธไม่อาจเชื่อไพเพอร์ได้สนิทใจเลยสักครั้ง) ผมสีน้ำตาลเป็นคลื่นของเธอถูกถักเป็นเปียรวบไว้ทางด้านขวาและแต่งด้วยขนของนกอินทรี

และอีกด้านหนึ่งก็คือแฟนหนุ่มของไพเพอร์...เจสัน เขายืนอยู่ที่กราบเรือบนพื้นยก จุดที่ชาวโรมันจะสังเกตเห็นเขาอย่างง่ายดาย มือของเขากำแน่นอยู่บนด้ามของดาบทองคำของเขา นอกเหนือจากนั้นเขาก็ดูเยือกเย็นสำหรับคนที่กำลังทำให้ตัวเองเป็นเป้าโจมตี เขาสวมชุดโทก้าและเสื้อคลุมสีม่วงทับกางเกงยีนส์และเสื้อยืดสีส้มของค่ายฮาล์ฟบลัด...เป็นสัญลักษณ์ของตำแหน่งเดิมของเขาที่เป็นถึงผู้พิพากษาของชาวโรมัน เมื่อรวมกับเรือนผมสีบลอนและดวงตาสีฟ้าของเขา เขาก็ดูหล่อเหลาเป็นที่สุด เหมือนกับที่บุตรแห่งจูปิเตอร์สมควรจะเป็น

เขาเติบโตขึ้นในค่ายจูปิเตอร์ ดังนั้นหากโชคดี ใบหน้าคุ้นเคยของเขาคงทำให้พวกโรมันลังเลที่จะยิงเรือให้ร่วงลงจากฟ้าได้
แอนนาเบ็ธพยายามที่จะปกปิดไว้ แต่ความจริงแล้วเธอไม่ได้เชื่อใจคนๆนี้อย่างสนิทใจ เขาแสดงท่าทางได้ดีเกินไป...ทำตามกฎอยู่เสมอ ทำแต่สิ่งที่มีเกียรติควรค่าแก่การยกย่อง เขายิ่งดูเพอร์เฟ็คเกินไปด้วยซ้ำ ในส่วนลึกของใจเธอ เธอเคยคิดเรื่อlol้าๆอย่าง: ถ้าเกิดว่านี่เป็นกลอุบายและเขาทรยศพวกเธอล่ะ? ถ้าเกิดว่าเราเดินทางเข้าเขตของค่ายจูปิเตอร์แล้วเขาก็พูดว่า เฮ้ ชาวโรมัน! ดูเหล่านักโทษและเรือรบที่เจ๋งสุดยอดที่ฉันนำมาให้พวกนายสิ!

แอนนาเบ็ธสงสัยว่านั่นอาจจะเกิดขึ้นหรือเปล่า แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่อาจจะมองเขาโดยไม่มีความรู้สึกขมขื่นอยู่ในปาก เขาเป็นหนึ่งในส่วนของการแลกเปลี่ยนแบบบังคับโดยเฮร่าเพื่อที่จะแนะนำทั้งสองค่ายให้รู้จักกัน องค์เทพีที่น่าโมโหที่สุด ราชินีแห่งโอลิมปัส พยายามโน้มน้าวเทพองค์อื่นๆว่าบุตรทั้งสองชุดของพวกเขา...โรมันและกรีก...สมควรจะรวมกำลังกันเพื่อกู้โลกจากองค์เทพีชั่วร้ายไกอา ผู้กำลังจากตื่นจากผืนดิน และลูกๆที่แสนโหดเหี้ยมของเธอ เหล่ายักษ์

เฮร่าจับตัวเพอร์ซีย์ แจ็คสัน แฟนหนุ่มของแอนนาเบ็ธมาโดยไม่เตือนล่วงหน้า ขโมยความทรงจำของเขาและส่งเขาไปยังค่ายโรมัน ในทางกลับกัน ชาวกรีกได้ตัวเจสันมาแทน ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ความผิดของเจสันเลย แต่ทุกครั้งที่แอนนาเบ็ธมองเขา เธอก็จะนึกได้ว่าเธอคิดถึงเพอร์ซีย์มากแค่ไหน

เพอร์ซีย์...ผู้ซึ่งอยู่ที่ไหนสักแห่งที่ด้านล่างนั่น

โอ้ เทพเจ้า ความหวั่นวิตกก่อตัวขึ้นในใจของเธอ เธอพยายามกดมันลง เธอไม่อาจปล่อยให้มันมาครอบงำเธอได้

ฉันเป็นบุตรีแห่งอาธีน่า เธอบอกตัวเอง ฉันจะต้องยึดมั่นในแผนการของฉันและไม่ควรจะไขว้เขว

เธอรู้สึกถึงมันอีกแล้ว...ความรู้สึกเย็นวูบที่คุ้นเคยนั่น ราวกับว่ามนุษย์หิมะในจินตนาการก่อตัวขึ้นด้านหลังเธอและคืบคลานเข้ามาใกล้ เธอหันไปด้านหลัง แต่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเลย

เธอน่าจะคิดไปเองนั่นแหละ แม้จะเป็นในโลกของเทพเจ้าแหละอสุรกาย แอนนาเบ็ธก็เชื่อไม่ลงว่าเรือรบลำใหม่จะมีผีสิง อาร์โก II มีการป้องกันอย่างดี โล่บรอนซ์สำริดที่วางอยู่ตามทางถูกร่ายคาถากำกับเพื่อป้องกันอสุรกาย และแซเทอร์ที่ติดเรือมาด้วย โค้ชเฮ็ด์จ ก็คงจะได้กลิ่นผู้บุกรุกแน่ถ้ามีเข้าจริงๆ

แอนนาเบ็ธหวังไว้ว่าเธอจะสามารถขอพรต่อแม่ของเธอเพื่อขอคำแนะนำได้ แต่นั่นเป็นเรื่องที่ไม่อาจทำได้ในเวลานี้ ไม่ใช่หลังจากเมื่อเดือนที่แล้ว เมื่อเธอได้เจอแม่ของเธอ และได้รับของขวัญสุดเลวร้ายมา...

ความเย็นแล่นผ่านผิวกาย เธอคิดว่าเธอได้ยินเสียงแว่วๆในสายลม คล้ายเสียงหัวเราะ กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายของเธอเกร็งแน่น อะไรบางอย่างกำลังจะแย่ลงแน่ๆ

เธอเกือบจะบอกให้ลีโอกลับลำแล้ว แต่ตอนนั้น ที่หมู่บ้านด้านล่าง เสียงแตรก็ดังขึ้น พวกโรมันสังเกตเห็นพวกเธอแล้ว

แอนนาเบ็ธคิดถึงความเป็นไปได้ข้อนี้ เจสันได้เล่าเรื่องค่ายจูปิเตอร์ให้เธอฟังอย่างละเอียด ถึงจะเป็นอย่างนั้น เธอก็ไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเองเลย เมื่อดูจากขนาดของเนินเขาโอ้คแลนด์ หมู่บ้านที่ว่ามันใหญ่กว่าค่ายฮาล์ฟบลัดอย่างน้อยก็สองเท่า มีแม่น้ำเล็กๆคดเคี้ยวไปมาและวนเข้าหาจุดกึ่งกลางคล้ายกับตัว G และไหลลงไปบรรจบกันที่ทะเลสาบสีฟ้าประกาย

White_Smile:
ที่ใต้เรือ ณ ริมทะเลสาบ เมืองโรมแห่งใหม่กำลังทอประกายในแสงอาทิตย์ เธอนึกถึงจุดสังเกตที่เจสันเคยบอกเธอ...สนามแข่งม้า โคลอสเซียม โบสถ์และสวนสาธารณะ ย่านชุมชนของเนินเขาทั้งเจ็ดและถนนที่วกวนไปมา บ้านพักสีสันสดใส และสวนดอกไม้
เธอสังเกตเห็นซากเหลือจากการต่อสู้ของเหล่าโรมันกับกองทัพอสุรกาย โดมที่มีรอยโหว่อยู่นั้นเป็นตึกที่เธอคิดว่าคงจะเป็นที่ทำการสภา รอบๆที่ประชุมเต็มไปด้วยเศษหินเศษปูน น้ำพุบางจุดและรูปปั้นแตกหัก

เด็กๆในชุดโทก้าวิ่งกรูกันออกมาจากที่ทำการสภาเพื่อจะมองอาร์โก II ให้ชัดขึ้น ชาวโรมันอีกส่วนโผล่หน้าออกมาจากร้านรวงและคาเฟ่ เหม่อมองและชี้มือชี้ไม้ไปที่เรือขณะที่มันเคลื่อนตัวผ่าน

ณ ครึ่งไมล์ห่างออกไปทางทิศตะวันตก ตรงจุดที่เสียงแตรยังคงดัง ป้อมปราการของโรมันตั้งอยู่บนเนิน มันดูเหมือนกับในภาพประกอบในหนังสือประวัติศาสตร์การทหาร...พร้อมกับรั้วป้องกันที่ตั้งเป็นแนวด้วยหนามแหลม กำแพงสูงๆ และหอสังเกตการณ์ที่มีขีปนาวุธแมงป่องติดอยู่ด้วย ที่ด้านใน มีอาคารที่พักทหารสีขาวจัดเรียงอย่างสวยงามเป็นถนนหลัก...เวีย พรินซิพาลิส* (คาดว่าน่าจะหมายถึงเมืองหลวง)

มนุษย์กึ่งเทพเดินเรียงแถวออกมานอกประตู ทั้งเกราะและหอกของพวกเขาส่องประกายขณะที่พวกเขากำลังเร่งมุ่งหน้าตรงไปยังเมือง ที่กึ่งกลางของพวกเขามีช้างศึกของจริงวิ่งอยู่

แอนนาเบ็ธอยากจะให้อาร์โก II ลงจอดก่อนที่กองทัพจะเดินทางมาถึง แต่พื้นดินก็ยังห่างออกไปอีกตั้งหลายร้อยฟุต เธอมองใบหน้าในฝูงชนเหล่านั้น หวังที่จะเห็นเพอร์ซีย์อยู่รวมกับพวกเขาด้วย

และจากนั้น อะไรบางอย่างที่ด้านหลังของเธอก็ระเบิดตูมขึ้นมา!


การระเบิดนั้นเกือบจะทำให้เธอหล่นจากเรือแล้ว เธอหันกลับมาและพบว่าตัวเองกำลังจ้องรูปปั้นที่กำลังเดือดได้ที่แบบตาต่อตา

“ยอมรับไม่ได้!” เขากรีดร้อง

มันดูคล้ายกับว่าเขาปรากฏตัวขึ้นมาจากระเบิดที่ดาดฟ้าเรือ ควันซัลเฟอร์สีเหลืองคุกกรุ่นอยู่บนไหล่ของเขา เถ้าถ่านร่วงหล่นจากผมหยักศกของเขา นับตั้งแต่เอวลงมา เขาก็ไม่มีอะไรเลยนอกจากฐานตั้งสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ทำจากหินอ่อน แต่นับตั้งแต่เอวขึ้นไป เขาก็เป็นมนุษย์กล้ามคนหนึ่งในชุดโทก้า

“ข้าจะไม่ยอมให้มีอาวุธอยู่ในเส้นแบ่งเขต!” เขาพูดด้วยน้ำเสียงคล้ายๆกับอาจารย์ที่ค่อนข้างจุกจิกจู้จี้ “ข้าไม่มีวันยอมให้พวกกรีกเข้าไปด้วยแน่ๆ!”

เจสันมองแอนนาเบ็ธเหมือนจะบอกว่าเดี๋ยวฉันจัดการเอง

“เทอร์มินัส” เขาเอ่ย “นี่ผมเอง เจสัน เกรซ”

“โอ้ ข้าจำเจ้าได้ เจสัน!” เทอร์มินัสบ่น “ข้าคิดว่าเจ้าจะฉลาดเกินกว่าจะไปเป็นมิตรกับศัตรูแห่งโรมนะ!”

“แต่พวกเขาไม่ได้เป็นศัตรู...”

“ใช่แล้วค่ะ” ไพเพอร์เข้าร่วมวงสนทนา “พวกเราแค่ต้องการพูดคุยเท่านั้น ถ้าเกิดว่าเราสามารถ...”

“ฮ่า!” รูปปั้นตัดบท “อย่าได้ลองใช้มนต์มหาเสน่ห์ใส่ข้าเลย สาวน้อย และวางมีดสั้นนั่นลงก่อนที่ข้าจะโยนมันออกจากมือของเจ้าเอง”

ไพเพอร์เหลือบมองมีดสั้นทองสำริดของเธอ ซึ่งเธอลืมสนิทเลยว่ากำลังถือมันอยู่ “เอ่อ...ได้ค่ะ แต่คุณจะโยนมันออกไปได้ยังไงกัน? คุณไม่มีมือเลยสักข้าง”

“หยาบคายนัก!” มันมีเสียงปุ้งดังขึ้นและมีแสงสีเหลืองสว่างวาบ ไพเพอร์กรีดร้องและทิ้งมีดสั้นลง และตอนนี้มันก็กำลังมีควันและประกายไฟคุกกรุ่น

“นับว่าเจ้ายังโชคดีนะที่ข้าเพิ่งจะผ่านการต่อสู้มา” เทอร์มินัสบอก “ถ้าเกิดว่าข้ามีพลังเต็มที่ล่ะก็ ข้าคงจะเป่าอสุรกายลอยได้นี่ร่วงจากฟ้าไปแล้ว!”

“เดี๋ยวนะ” ลีโอก้าวออกมาด้านหน้า เขย่ารีโมต์วีไปด้วย “คุณคงไม่ได้เรียกเรือของผมว่าอสุรกายใช่ไหม? ผมรู้น่าว่าคุณไม่ได้พูดอย่างนั้น”

ความคิดที่ว่าลีโออาจจะโจมตีรูปปั้นด้วยเครื่องเล่มเกมของเขาก็ส่งผลมากพอที่จะทำให้แอนนาเบ็ธหลุดออกจากอาการช็อคแล้ว

“ใจเย็นๆหน่อยเถอะทุกคน” เธอยกมือขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอไม่มีอาวุธอะไรอยู่ในมือ “ฉันว่าคุณคงจะเป็นเทอร์มินัส เทพแห่งเขตแดน เจสันบอกฉันว่าคุณปกป้องเมืองแห่งโรมใช่ไหมคะ? ฉันคือแอนนาเบ็ธ เชส ธิดาแห่ง...”

“โอ้ ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นใคร!” รูปปั้นเหลือบมองเธอด้วยดวงตาสีขาวว่างเปล่า “ธิดาแห่งอาธีน่า ร่างกรีกของมิเนอร์วา น่าละอายนัก! ชาวกรีกอย่างพวกเจ้าไม่รู้จักมารยาทเอาเสียเลย ชาวโรมันอย่างเรารู้จักเทพีนั่นอยู่แล้ว”

แอนนาเบ็ธขบกรามแน่น รูปปั้นนี่กำลังทำให้การเชื่อมสัมพันธ์กลายเป็นเรื่องยากซะแล้ว “คุณหมายความว่ายังไงที่บอกว่า เทพีนั่น น่ะ? แล้วมันมีอะไรน่าละอายนัก...”

“พอที!” เจสันตัดบท “จะอย่างไรก็ตามนะ เทอร์มินัส พวกเรามาที่นี่เพื่อทำภารกิจแห่งสันติ พวกเราต้องการคำอนุญาตลงจอดเพื่อที่เราจะได้...”

“เป็นไปไม่ได้หรอก!” เทพบอก “วางอาวุธลงซะและมอบตัวเสีย! ออกไปจากเมืองของข้าเดี๋ยวนี้เลย!”

“สรุปแล้วต้องทำยังไงนะ?” ลีโอถาม “มอบตัวหรือออกไป?”

“ทั้งสองอย่างนั่นแหละ!” เทอร์มินัสกล่าว “มอบตัวซะ หลังจากนั้นก็ออกไป ข้าจะตบหน้าเจ้าฐานที่ถามคำถามโง่ๆ ไอ้เด็กงี่เง่า! เข้าใจหรือเปล่า?”

“ว้าว” ลีโอจ้องเทอร์มินัสด้วยความสนใจของผู้เชี่ยวชาญ “คุณถูกพันแผลไว้ค่อนข้างแน่นเลยนี่นา คุณมีอะไหล่อะไรข้างในที่จะต้องคลายให้หลวมขึ้นหรือเปล่า? ผมช่วยดูให้ได้นะ”

เขาเปลี่ยนรีโมต์วีเป็นไขควงด้วยเข็มขัดเครื่องมือเวทมนตร์และเจาะมันลงไปบนฐานของรูปปั้น

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เทอร์มินัสยืนยัน การระเบิดเล็กๆอีกครั้งทำให้ลีโอต้องทิ้งไขควงของเขาลlolนพื้น “อาวุธเป็นสิ่งต้องห้ามบนผืนแผ่นดินโรมัน ในเส้นเขตแดน”

“เส้นอะไรนะ?” ไพเพอร์ถาม

“เป็นเส้นขีดจำกัดของเมืองน่ะ” เจสันแปล

“และเรือทั้งลำนี่ก็เป็นอาวุธทั้งนั้น!” เทอร์มินัสกล่าว “พวกเจ้าไม่อาจลงจอดได้!”

ที่ถนนด้านล่างนั้น กองทหารโรมันเดินทางมาได้ครึ่งทางแล้ว คนที่กำลังมุงกันอยู่มีจำนวนเกินร้อยไปแล้วด้วย แอนนาเบ็ธมองเข้าไปในฝูงชน แล้วก็...พระเจ้า เธอมองเห็นเขาแล้ว เขากำลังเดินตรงมาที่เรือ มือทั้งสองข้างโอบอยู่รอบคอเด็กอีกสองคนเหมือนกับพวกเขาเป็นคู่หูที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก...เป็นเด็กหนุ่มร่าlolึกที่มีผมยุ่งฟูสีดำ และเด็กสาวที่สวมหมวกทหารม้าแบบโรมัน เพอร์ซีย์ดูผ่อนคลายมาก ดูมีความสุขดี เขาสวมผ้าคลุมสีม่วงเหมือนกับเจสัน...สัญลักษณ์ของผู้พิพากษาแห่งโรม

หัวใจของแอนนาเบ็ธเต้นรัวเป็นจังหวะยิมนาสติก

“ลีโอ หยุดเรือ” เธอสั่งการ

“อะไรนะ?”

“นายได้ยินฉันแล้วนี่ รักษาระดับของพวกเราเอาไว้”

ลีโอหยิบรีโมต์ของเขาออกมาและขยับมันขึ้นด้านบน แล้วพายทั้งเก้าสิบอันก็หยุดอยู่กับที่ เรือหยุดการลดระดับลง

“เทอร์มินัส” แอนนาเบ็ธกล่าว “มันไม่มีกฎห้ามเรือลอยลำเหนือกรุงโรมใหม่ใช่ไหม?”

รูปปั้นขมวดคิ้ว “ก็ ไม่...”

“เราสามารถปล่อยให้เรือลอยอยู่อย่างนี้ได้” แอนนาเบ็ธบอก “พวกเราจะใช้บันไดเชือกเพื่อลงไปด้านล่าง ถ้าทำอย่างนี้ เรือก็จะไม่อยู่บนแผ่นดินโรมัน ไม่ใช่ในทางทฤษฎี”

รูปปั้นเหมือนกำลังพิจารณาเรื่องนี้ แอนนาเบ็ธสงสัยว่าเขากำลังเกาคางด้วยมือในจินตนาการของเขาอยู่หรือเปล่า

“ข้าชอบทฤษฎีนะ” เขายอมรับ “แต่...”

“อาวุธทั้งหมดของเราจะยังคงอยู่บนเรือ” แอนนาเบ็ธให้คำมั่น “ฉันคิดว่าชาวโรมัน...ต่อให้เป็นพวกทหารที่กำลังมุ่งหน้ามาทางเรา...ก็ยังคงต้องเคารพกฎของคุณภายในเส้นแบ่งเขตถ้าเกิดว่าคุณบอกให้พวกเขาทำใช่ไหมคะ?”

“นั่นมันแน่อยู่แล้ว!” เทอร์มินัสเอ่ย “ข้าดูเหมือนคนที่จะปล่อยให้พวกแหกกฎลอยนวลหรือ?”

“เอ่อ แอนนาเบ็ธ...” ลีโอเรียก “เธอคิดว่านี่เป็นความคิดที่ดีแล้วแน่นะ?”

เธอกำมือนั่นเพื่อไม่ให้มันสั่น ความรู้สึกหนาววูบยังคงอยู่ มันลอยอยู่ด้านหลังเธอ และในเมื่อตอนนี้เทอร์มินัสไม่ได้ตะโกนและระเบิดอะไรสักอย่างอีกแล้ว เธอก็คิดว่าเธอได้ยินเสียงหัวเราะ ราวกับว่ามันกำลังยินดีที่เธอได้เลือกทางที่แสนจะเลวร้ายไปแล้ว

แต่เพอร์ซีย์อยู่ที่ด้านล่างนั่น...เขาอยู่ใกล้แค่นี้เอง เธอจะต้องไปหาเขาให้ได้

“ไม่เป็นไรหรอก” เธอบอก “ไม่มีใครพกอาวุธได้ พวกเราจะสามารถคุยกันอย่างสันติ เทอร์มินัสจะเป็นคนยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายจะเคารพกฎ” เธอมองไปที่รูปปั้นหินอ่อน “พวกเราตกลงกันได้แล้วใช่ไหมคะ?”

เทอร์มินัสสูดจมูกฟุดฟิด “ข้าก็ว่าอย่างนั้น สำหรับตอนนี้น่ะนะ พวกเจ้าสามารถปีนบันไดลงไปยังกรุงโรมใหม่ได้แล้ว ธิดาแห่งอาธีน่า โปรดอย่าได้ทำลายเมืองของข้าเสียล่ะ”

InFeRnitE:
T T

อยากอ่านต่อใจจะขาดแล้วววววววววววววววววววว

aisouno:
น่าสนุกเสียจริง

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version