• Connect with us

    Enter Books | นิยายแฟนตาซี กำลังภายใน ลึกลับ สืบสวน

    Uncategorized

    ‘พรรคมาร’ สัญลักษณ์แห่งความมืด หรือผู้ถูกกระทำจากแสงสว่าง

    ในนิยายกำลังภายในมักจะมีการแบ่งขั้วของความดีความชั่วอย่างชัดเจน ศัตรูของแสงสว่างและความดี ก็คือ ความมืดและความชั่วร้าย และสัญลักษณ์ของความชั่วร้ายทั้งปวงในนิยายได้ถูกขนานนามว่า ‘พรรคมาร’

    ‘พรรคมาร’ เป็นคำเรียกของกลุ่มคนที่มีการกระทำแตกต่างจากคนส่วนใหญ่ ในนิยายกำลังภายในก็จะมีการฝึกวิชาที่แตกต่างจากพรรคแสงสว่าง แล้วเพราะอะไรกันล่ะที่ทำให้ ‘พรรคมาร’ ถูกมองว่าเป็นตัวแทนของความชั่วร้ายที่กระทำความผิดอยู่เสมอ

    เราลองมาหาคำตอบกันว่าแท้จริงแล้ว ‘พรรคมาร’ เป็นตัวตนที่ผิดจริงหรือไม่ และอะไรคือสิ่งที่ใช้ตัดสินของความดีความชั่ว

     

    ลักษณะสมาชิก พรรคมาร

    ‘พรรคมาร’ ดูภายนอกแล้วจะมีภาพลักษณ์ที่ไม่ดีเท่าไรนัก ตั้งแต่การฝึกวิชาที่แตกต่างออกไปจากพรรคแสงสว่าง พฤติกรรมที่ไม่เป็นมิตรและดูโกรธแค้นอยู่ตลอดเวลา ถ้ามองจากภายนอก นี่คือสิ่งที่เราเห็นได้จาก‘พรรคมาร’

    แต่ความจริงมันจะเป็นเหมือนสิ่งที่เราเห็นจริงๆ หรือ? ลองมาฟังอีกมุมหนึ่งของ ‘พรรคมาร’กันบ้าง

    ผู้คนที่อุทิศตัวให้พรรคมารนั้นส่วนใหญ่จะมีความเป็นอยู่ที่ยากจนไม่เป็นชนเผ่าก็เป็นคนที่ไม่มีความหวังอะไรในชีวิต หรือผู้คนที่ผิดหวังจากอะไรบางอย่างจนไม่อาจเข้าหาแสงสว่างได้อีก ‘พรรคมาร’ จึงเป็นที่ให้สถานที่มีตัวตนให้กับคนพวกนี้ ให้พวกเขาได้มีความหวังและมีเป้าหมายที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป ถึงแม้การใช้ชีวิตและวิธีการของพวกเขาจะแตกต่างจากผู้คนปกติก็ตาม

     

     

    ลักษณะสมาชิก พรรคแสงสว่าง

    ‘พรรคแสงสว่าง’ เป็นสิ่งตรงข้ามจากพรรคมารโดยสิ้นเชิง พวกเขามีชีวิตอยู่ด้วยการเป็นที่ยอมรับจากคนหมู่มากและไม่เคยคิดว่าขาดสิ่งใดไป สมาชิกส่วนใหญ่เป็นคนใหญ่คนโตจากครอบครัวขุนนางบ้างล่ะ เป็นราชวงศ์บ้างล่ะ ตัวตนที่ดูดีเหล่านี้ทำให้พวกเขาเป็นที่ยอมรับจากสังคมไปจนถึงตัวละครในนิยายด้วย

     

    พรรคมารผิดอะไรคำถามที่ควรถูกถามจากชนชั้นล่าง

    นี่อาจเป็นคำถามที่ถ้าอยู่ในนิยายคงต้องถูกสั่งประหารกันเลยทีเดียว การตั้งคำถามเกี่ยวกับ ‘พรรคมาร’ ในเรื่องสยบฟ้าพิชิตปฐพีหรือในนิยายกำลังภายในเรื่องอื่นๆ กลับกลายเป็นการตั้งคำถามที่มีความผิด ด้วยการให้เหตุผลว่าพรรคมารทำผิดและไม่ควรทำความเข้าใจ

    ในส่วนนี้เราอาจมองได้ว่าเมื่อคนทั่วไปมีมุมมองกับพรรคมารแบบนั้นแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่คนพรรคมารจะต้องทำความดีอะไรเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ผู้คนที่คิดจะเข้าพรรคมารจึงมีความคิดและทัศนคติที่ผิดเพี้ยนว่า “ต่อให้ทำความดีเพียงใดก็ไม่มีใครสนใจอยู่แล้ว” งั้นก็ทำตามสิ่งที่ตัวเองต้องการก็พอ นี่อาจเป็นสาเหตุที่เพิ่มความเข้าใจผิดเกี่ยวกับพรรคมารเข้าไปอีกก็เป็นได้ บางทีสิ่งที่ผู้คนต่างยัดเยียดให้พวกเขาอาจเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขากลายเป็น ‘มาร’ จริงๆ ก็ได้

     

    แสงสว่างที่ถูกต้องเสมอของชนชั้นสูง

    คำสอนของพรรคแสงสว่างล้วนปลูกฝังว่าพวกเขาคือผู้สูงส่งและมีเหตุผลที่ถูกต้องเสมอ ทั้งที่ต้นกำเนิดของพวกเขานั้นไม่ต่างจากคนธรรมดาหรือพรรคมาร (เป็นมนุษย์เหมือนกัน) เพียงแค่เมื่อเวลาผ่านพ้นไป การพัฒนาของกลุ่มคนเหล่านี้ได้กลายเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขานั้นเย่อหยิ่งและชอบตัดสินหลายๆ อย่าง จากมุมมองของตัวเองเท่านั้น และด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะตัดสินสิ่งที่ตรงข้ามกับพวกเขาในฐานะของ ‘ความชั่วร้าย’ และจากคำตัดสินของพวกเขาที่มีอิทธิพลต่อผู้คนทั่วไปเป็นอย่างมาก จึงเป็นแรงสั่นสะเทือนทางความคิดที่ให้พรรคมารหรือศัตรูของพรรคแสงสว่างเป็นที่น่ารังเกียจของคนทั่วไป  นอกจากนี้ยังทำให้พวกเขาดูสูงส่งขึ้นอีกด้วย

     

    ใครกันแน่ที่ชั่วร้าย?

    เมื่อทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็อดที่จะตั้งคำถามนี้ไม่ได้ว่าแท้จริงแล้วใครกันแน่คือ‘ความชั่วร้าย’ ที่แท้จริงระหว่าง ‘พรรคมาร’ ที่ถูกตั้งข้อครหาว่าเป็นสิ่งชั่วร้ายจากความแตกต่าง จนกลายเป็น‘มาร’ ไปจริงๆ กับ ‘พรรคแสงสว่าง’ ที่สร้างข้อครหาว่าร้ายฝ่ายตรงข้ามและคิดว่าสิ่งที่ตนทำคือสิ่งที่ถูกต้อง

    ต่างคนต่างมีเหตุผลของตัวเองเสมอไม่ว่าจะด้วยความเชื่อหรือมุมมองใดก็ตามเรียกได้ว่าไม่มีอะไรผิดอะไรถูกเพราะทุกสิ่งนั้นขึ้นอยู่กับมุมมอง ‘พรรคมาร’ ที่ไม่ยึดมั่นในเส้นทางที่ถูกต้องเมื่อถูกครหานินทาเข้าก็ละทิ้งสิ่งที่ตนเองเชื่อมั่นและทำลายทุกสิ่งที่ตนไม่พอใจจนกลายเป็น ‘มาร’ ไปจริงๆ

    ‘พรรคแสงสว่าง’ ที่หลงอยู่กับความถูกต้องของตัวเองจนมองไม่เห็นความเป็นจริงและไม่คิดที่จะทำความเข้าใจสิ่งที่แตกต่างจากตัวเอง จนกลายเป็นเหมือน ‘เทพเจ้า’ ที่มีธาตุแท้เป็น ‘มาร’

     

    ความชั่วร้ายและความดีที่แท้จริง

    ท้ายที่สุดแล้วการที่เราจะไปตัดสินว่าใครชั่วร้ายหรือเป็นคนดีนั้นมันขึ้นอยู่กับเหตุการณ์และมุมมองที่เราใช้มองเขา ขอยกตัวอย่าง ‘อดอล์ฟ ฮิตเลอร์’ ผู้นำพรรคนาซีเยอรมัน ที่ผู้คนทั้งโลกขนานนามให้เขาว่าเป็น ‘ตัวร้าย’ในมุมมองของคนทั้งโลกฮิตเลอร์คือตัวร้ายที่หวังจะยึดครองโลกด้วยการกระทำที่ป่าเถื่อนอย่างการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ดูเป็นสิ่งที่ไม่น่าให้อภัยอย่างยิ่ง

    แต่ลองคิดในมุมกลับกันว่าอะไรทำให้ฮิตเลอร์มีพลังและอำนาจในการกระทำสิ่งเหล่านั้นได้ ก็เพราะเขามีคนที่เชื่อแบบเดียวกับเขาและพร้อมที่จะทำตามในสิ่งที่เขาคิด ในมุมมองของคนในพรรคนาซีเยอรมัน ฮิตเลอร์อาจเป็นผู้นำที่สุดยอดและจะนำพาโลกไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นก็เป็นได้

     

    เห็นไหม! ว่าเพียงเราเปลี่ยนมุมมองและลองมองบางสิ่งในอีกแง่มุมหนึ่งเราก็จะได้เห็นมุมมองที่ต่างออกไปและทำให้เราทำความเข้าใจในสิ่งที่แตกต่างได้มากขึ้น

     

    ความชั่วร้ายที่แท้จริงอาจไม่ได้อยู่ที่ใครผิดหรือถูกแต่มันอยู่ที่ มุมมอง

    —————————————————————————————————————————————————-

    ส่วนใครที่สนใจการต่อสู้ของแสงสว่างและความมืด เห่าเทียน กับ หมิงหวัง และเรื่องราวของตัวละครที่จะมาร่วมหาคำตอบที่แท้จริงของ ‘ความดีความชั่ว’ ติดตามได้ในนิยายเรื่อง ‘สยบฟ้าพิชิตปฐพี’ ใครยังไม่ได้อ่านรอไม่ได้แล้วเข้าไปจัดได้ที่ลิงก์นี้เลย

    >> http://bit.ly/2XCAJSp <<<

    ขอขอบคุณรูปภาพจาก

    พรรคมาร : https://twitter.com/viruskei/status/987408940320395264

    พรรคแสงสว่าง (องค์ชายหลงชิง) : https://www.facebook.com/Chinesenovelcraze/posts/727692530774804/

    แสงสว่างและความมืด : https://pantip.com/topic/31943829

     

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in Uncategorized

    นิยายยอดนิยม

    Uncategorized

    ทดลองอ่าน ความลับแห่งสามก๊ก เล่ม 1 ตอนที่ 2

    เสียงนี้แผ่วเบามาก แต่หลิวผิงกับถังจีฟังแล้วกลับรู้สึกเหมือนสายฟ้าฟาดลงมา หลิวผิงจ้องใบหน้าไร้ชีวิตของหลิวเสีย ความคิดปั...

    Uncategorized

    ทดลองอ่านยอดเชฟเทพนักปรุง เล่ม 1 ตอนที่ 2

    ทดลองอ่าน ยอดเชฟ 1_2 “กระเป๋าสตางค์!” เขารวบรวมพละกำลังทั้งหมดวิ่งไล่ตามเด็กคนนั้น แต่คนต่างถิ่นอย่างเขาคงไม่มีทางจับคนใ...

    Uncategorized

    ความแตกต่างระหว่าง เชฟ กับ กุ๊ก

    ‘เชฟ’ กับ ‘กุ๊ก’ แตกต่างกันยังไง เคยสงสัยกันไหม? คำที่ใช้เรียกคนทำอาหารที่ทำให้เราสับสนกันมาตลอดอย่าง ‘เชฟ’ กับ ‘กุ๊ก’ แ...

    Facebook