คำว่า ‘โอ้อวด’ ยังไม่ทันหลุดจากปาก ร่างผอมเกร็งพลันสะท้านขึ้นอย่างแรง มือขวาที่อุ้มหลินจิงอวี่ไว้คล้ายถูกตัวอะไรขบกัดเอา รู้สึกคันๆ ชาๆ ไปครึ่งร่าง หน้ามืดแทบหมดสติ ธรรมจักรที่ลอยอยู่ตรงหน้าโงนเงนจะตกลง
ทันใดนั้นตาที่ห้าบนหน้าผากเจ้าผีร้ายก็ลืมขึ้น ตาดวงนี้แดงก่ำและมีขนาดใหญ่กว่าตาทั้งสี่ก่อนหน้า กลิ่นคาวเลือดยิ่งโชยชายคละคลุ้ง พอมันแผดเสียงคำราม แสงสีแดงก็สว่างวาบ ทำลายธรรมจักรสีทองแตกกระจาย มันรีบฉวยโอกาสจู่โจมใส่หน้าอกหลวงจีนชราติดๆ กันทันที
ร่างหลวงจีนชราลอยละลิ่วดั่งว่าวขาดจากสายป่าน ระหว่างทางได้ยินเสียงกรึ๊บกร๊อบ น่ากลัวกระดูกซี่โครงจะหักสะบั้นไปหมดสิ้น หลินจิงอวี่ที่ถูกหนีบอยู่ใต้วงแขนร่วงหล่นสู่พื้น อึดใจต่อจากนั้นร่างผอมแห้งก็กระแทกกำแพงวัดหญ้าคาดังโครม ฝุ่นดินฟุ้งกระจาย กำแพงทั้งแถบหักโค่นลงมา
“ฮ่าๆๆ”
มารร้ายในหมอกดำอ้าปากหัวเราะอย่างสะใจ
หลวงจีนชราประคองกายโงนเงนลุกขึ้น ลำคอร้อนวูบต้องอ้าปากกระอักโลหิตออกมาย้อมจีวรตรงหน้าอกเป็นสีแดง ตาเห็นดาวระยิบระยับ เจ็บปวดรวดร้าวทั่วสรรพางค์ ความรู้สึกคันๆ ชาๆ ในตอนแรกเริ่มเคลื่อนเข้าใกล้หัวใจมากขึ้นทุกที
มันบังคับจิตใจให้สงบลง ปรายตามองหลินจิงอวี่ที่ยังคงสลบอยู่ข้างๆ แล้วก็เห็นบนอกเสื้อเด็กชายมีตะขาบตัวใหญ่ประมาณเท่าฝ่ามือคลานออกมา ที่พิสดารคือท่อนหางแยกออกเป็นเจ็ดแฉก อีกทั้งแต่ละแฉกต่างสีสันดูสวยสดสะดุดตา แต่กลับแฝงไว้ซึ่งความน่าสะพรึงกลัว
“ตะขาบเจ็ดหาง!”
เสียงอุทานของหลวงจีนชราฟังคล้ายเสียงครวญคราง
ใบหน้ามันดำคล้ำ มุมปากมีเลือดไหลซึม เหมือนยากจะยืนหยัดแต่ยังฝืนใจไม่ยอมแพ้ มันเพ่งมองกลุ่มหมอกสีดำพลางถามว่า
“เจ้าปล่อยสัตว์พิษไว้ในตัวเด็ก แล้วยังจงใจเก็บงำพลังฝีมือที่แท้จริง ฉวยโอกาสที่อาตมาไม่ทันระวังลอบทำร้าย แสดงว่าตั้งใจมาหาอาตมาโดยเฉพาะใช่หรือไม่”
คนในหมอกดำหัวเราะหึๆ
“จนป่านนี้เพิ่งจะคิดได้รึ หากไม่ทำเช่นนี้ ด้วยพลังพุทธองค์คุ้มกายที่เจ้าฝึกปรือมีหรือข้าจะเล่นงานเจ้าได้ เอาล่ะ มอบ ‘มุกดูดโลหิต’ ออกมาซะดีๆ แล้วข้าจะให้ยาถอนพิษตะขาบเจ็ดหาง ละเว้นโทษตายแก่เจ้า!”
หลวงจีนแค่นหัวเราะอย่างแค้นใจ