พอศิษย์รับคำก็ชักชวนซูหรูจากไป เถียนหลิงเอ๋อร์เหลียวซ้ายแลขวาก่อนจะเดินเข้ามาหาจางเสี่ยวฝาน มันหัวใจโลดเต้นแรงทันทีที่เห็นนางเถียนหลิงเอ๋อร์เอาแต่จ้องหน้ามัน จากนั้นก็หัวเราะคิกบอกทุกคนอย่างขำๆ“ดูสิ เสี่ยวฝานของพวกเราตื่นเต้นแค่ไหน หน้าผากเหงื่อออกเต็มไปหมดเลย”ทุกคนหัวเราะ ซ่งต้าเหรินกล่าวยิ้มๆ ว่า“ข้าปลอบใจไปแล้ว แต่ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์ ยังคงให้ศิษย์น้องหญิงออกแรงเองดีกว่า”เถียนหลิงเอ๋อร์ร้องเพ้ย ก่อนจะกล่าวว่า“เสี่ยวฝาน ข้าเองก็ต้องขึ้นประลอง ไปยืนให้กำลังใจเจ้าไม่ได้ แต่เจ้ารู้นะว่าข้าเอาใจช่วยเจ้าเพียงใด เจ้าต้องพยายามให้ดี เข้าใจหรือไม่”นางอยู่ใกล้แค่คืบ ลมหายใจหอมกรุ่นดุจดอกกล้วยไม้ จางเสี่ยวฝานสูดดมกลิ่นหอมนั้นได้ จิตใจจึงไหวหวั่นวาบหวาม ได้แต่ผงกศีรษะอย่างเคลิบเคลิ้มเถียนหลิงเอ๋อร์ไม่ติดใจสงสัย นางยิ้มให้ก่อนจะหันไปพูดคุยกับศิษย์พี่ทั้งหลาย จากนั้นต่างคนต่างก็แยกย้ายไปเป็นกลุ่มละสองบ้างสามบ้าง คนที่ยังไม่ถึงเวลาประลองก็ตามไปให้กำลังใจ เพียงแต่ไม่มีใครคิดจะตามไปดูจางเสี่ยวฝาน หรือพวกมันอาจจะคิดก็ได้ว่าถึงไปก็ไม่มีประโยชน์จางเสี่ยวฝานยืนนิ่งอยู่กับที่ มองตามหลังศิษย์พี่ทั้งหลาย บอกไม่ถูกว่าในใจเจ็บปวดเพียงไร มันเดินช้าๆ ไปหยุดอยู่หน้าป้ายประกาศอีกครั้งเพื่ออ่านให้ชัดเจนมันกับฉู่อวี้หงแห่งดอยรับตะวัน ถูกจัดไปประลอง ณ เวที ‘เจิ้น’ ที่ตั้งอยู่ไกลสุดมันยิ้มขมขื่นขณะเริ่มออกเดิน ระหว่างทางสวนกับเหล่าศิษย์ทั้งหลาย ทุกคนต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องการประลองเมื่อวานนี้ สรุปว่าคนดังหลายคนซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าเป็นตัวเก็งต่างพากันเข้ารอบอย่างง่ายดาย ในบรรดาศิษย์ดอยเศียรมังกรที่ถูกกล่าวขวัญถึงนอกจากฉีเฮ่ายังมีดาวรุ่งอีกคน ฟังจากการบรรยายลักษณะมันก็เดาออกทันทีว่าคนผู้นั้นคือหลินจิงอวี่แต่ที่ถูกกล่าวขวัญถึงมากที่สุดกลับเป็นลู่เสวี่ยฉีแห่งดอยไผ่น้อย สาวงามที่ครอง ‘กระบี่เหล็กสวรรค์’ คนนี้ไม่เพียงมีพลังฌานลึกล้ำกว่าที่ทุกคนคาดคิด ปัญหาคือนางยังทำลายกระบี่วิเศษของคู่ต่อสู้ สร้างความไม่พอใจให้แก่คนจำนวนไม่น้อย แต่ขณะเดียวกันก็กระตุ้นให้คนอยากมาดูนางประลองมากขึ้น จำนวนผู้ชมในวันนี้จะต้องมากกว่าเมื่อวานอย่างแน่นอน