จางเสี่ยวฝานลังเลเล็กน้อย หันไปมองเถียนปู้อี้กับซูหรู เถียนปู้อี้นั้นไม่ได้สนใจมัน ส่วนซูหรูยิ้มน้อยๆ บอกว่า“พวกเจ้าไปกันเถอะ”จางเสี่ยวฝานหน้าตาเบิกบาน ก้มศีรษะให้นางก่อนจะวิ่งออกไปกับสหาย ภายในห้องโถงใหญ่ยามนี้เหลือเพียงฉีเฮ่าเป็นแขกอยู่คนเดียว มันสวมชุดขาว บุคลิกสง่างามโดดเด่น มองสบตาศิษย์ทั้งหลายของสังกัดดอยไผ่ใหญ่ด้วยสีหน้าเปิดเผยห้าวหาญ สุดท้ายสายตาหยุดอยู่ที่ซ่งต้าเหริน มันประคองมือคารวะพลางทักทายอย่างมีมารยาท“ท่านนี้คือศิษย์พี่ซ่งต้าเหรินกระมัง พวกเราเคยพบกันในงานประลองครั้งที่แล้ว”ซ่งต้าเหรินรีบรับคารวะ กล่าวว่า“ศิษย์น้องฉีความจำดีเลิศ ถึงกับจำผู้พ่ายแพ้อย่างข้าได้”คำพูดนี้พอหลุดจากปาก ศิษย์น้องทุกคนก็หน้าเปลี่ยนสี เถียนหลิงเอ๋อร์กระซิบถามซูหรูเบาๆ“ท่านแม่ ศิษย์พี่ใหญ่พ่ายแพ้ในเงื้อมมือมันหรือ”ซูหรูพยักหน้า“ใช่แล้ว ตอนนั้นศิษย์พี่ใหญ่เจ้าชนะติดต่อกันสองรอบ ข้ากับพ่อเจ้าดีใจจนบอกไม่ถูก คิดไม่ถึงรอบที่สามกลับเจอคนผู้นี้ สู้กันได้ไม่กี่กระบวนท่าศิษย์พี่ใหญ่เจ้าก็พ่ายแพ้กลับมา”เถียนหลิงเอ๋อร์แลบลิ้นอย่างซุกซน“ถ้าเช่นนั้นฝีมือมันก็ร้ายกาจยิ่งใช่หรือไม่”ซูหรูไม่ได้ตอบทันที แต่หันไปมองหน้าสามี เห็นเถียนปู้อี้หน้าเขียวคล้ำนั่งนิ่งไม่ขยับ จึงส่ายหน้าถอนใจตอบว่า“คุณสมบัติของฉีเฮ่าเหนือกว่าศิษย์พี่ใหญ่เจ้าหลายขุม วันนั้นในการประลองก็ไม่ได้ใช้แผนการหรือลูกไม้อะไร โดยเฉพาะกระบี่วิเศษ ‘เย็นยะเยือก’ ของมันเล่มนั้นทำจากก้อนน้ำแข็งหมื่นปีจากขั้วโลกเหนือ มีอานุภาพดุดันเข้มแข็ง ศิษย์พี่ใหญ่เจ้าสู้มันไม่ได้จริงๆ”ยามนั้นเถียนปู้อี้คล้ายจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง จึงหันมามองภรรยา เมื่อสายตาทั้งคู่สบประสานก็อ่านใจกันและกันออก นั่นคือถ้าหากดอยไผ่ใหญ่มีศิษย์อัจฉริยะแบบนี้สักคนจะวิเศษเพียงไร!ฉีเฮ่าสนทนากับศิษย์ต่างสังกัดอย่างครื้นเครง มันประสบความสำเร็จในการฝึกวิชา ได้รับความไว้วางใจจากผู้นำสังกัด บ่อยครั้งที่ลงเขาไปผาดโผนในยุทธภพ มีความรู้กว้างขวาง กอปรกับเป็นคนคารมคมคาย พูดจาไพเราะรื่นหู รูปโฉมเลอเลิศ แค่พริบตาทุกคนก็บังเกิดความสนิทชิดชอบ แม้แต่ซ่งต้าเหรินที่เคยพ่ายแพ้ในมือมันยังลืมอคติไปสิ้น