• Connect with us

    Enter Books | นิยายแฟนตาซี กำลังภายใน ลึกลับ สืบสวน

    โลกนักฆ่า

    ทดลองอ่านนิยายโลกนักฆ่า 1 : Anti Killer บทที่ 2

    บทที่ 2

    มือสังหารนักฆ่า

    Anti Killer

    (1)

    ในห้องใต้ดินสมาคมฟุตบอล ย่านโฮหมั่นถิ่น

    ใต้แสงไฟสลัวมีหนึ่งชายหนึ่งหญิงกำลังมองจอคอมพิวเตอร์ ฝ่ายหญิงรูปร่างเตี้ยเล็กผูกเปียสองข้าง ลักษณะไม่เข้ากับอายุของเธอแม้แต่น้อย ฝ่ายชายสูงใหญ่กำยำ บนคิ้วมีรอยแผลเป็นลึก จิตสังหารเต็มเปี่ยม

    เคอร์เซอร์บนจอกำลังจ่ออยู่บนชื่อชื่อหนึ่ง…หลงจือเฉวี่ยน

    “เฉวี่ยน นายโดนแซงแล้ว ร่วงไปอยู่อันดับเก้าเลย” เธอใช้มือจับผมเปีย “น่าโมโหชะมัด ทำลายงานของเรา เป้าหมายโดนชิงฆ่าตัดหน้า!”

    “เหอะ องค์กรวุ่นวายขึ้นทุกวันแล้ว” เขาส่ายหัวอย่างจนใจ

    “ฮึ แถมคนที่มาป่วนเรายังเป็นมือใหม่ด้วย!” เธอเอ่ยอย่างไม่ยอมแพ้

    เขาถือกระดาษแผ่นหนึ่ง บนนั้นเขียนไว้ว่า ‘แอนติคิลเลอร์ เฟิงอวี่ต้วนฉางเหริน’

    “ไต้จี มีวิธีสืบข้อมูลหมอนี่มั้ย” หลงจือเฉวี่ยนถาม

    “ฉันจะลองดูละกัน แต่นายก็รู้ว่าฐานะที่แท้จริงของนักฆ่าไม่ได้หาเจอกันง่ายๆ” ไต้จีเอ่ย

    “ฉันรู้ แต่ฉันมีวิธี” เขายิ้มแสยะ “เล่นกับฉันดูมั้ย มันจะเป็นการสั่งสอนที่เจ็บปวดที่สุดแน่! เฟิงอวี่ต้วนฉางเหริน!”

     

    หนึ่งสัปดาห์ต่อมา

    กลางดึก สายฝนโปรยปรายจากท้องฟ้า หยดน้ำตกกระทบม้าไม้เกิดเสียงเปาะแปะ ผมนั่งอยู่ข้างกายเธอพลางจุดบุหรี่

    เดิมทีพรุ่งนี้เป็นวันประชุมผู้ปกครอง เธอทำโอทีคนเดียวเพื่อเตรียมสถานที่ประชุม

    เธอ…เป็นซากศพไร้ลมหายใจไปแล้ว…ไม่กี่นาทีที่แล้วเธอเคยเป็นครูสาวที่สอนในโรงเรียนอนุบาล แต่ตอนนี้อะไรก็ไม่ใช่ทั้งนั้น

    หลังจากผมใช้มีดปาดลำคอเธอ…เธอก็ไม่ใช่อะไรทั้งนั้น

    เธอเป็นคนที่สองที่ผมฆ่า ความจริงแล้วก็ยังเป็นเรื่องเจ็บปวดอยู่บ้างสำหรับผม ผมกำลังคิดว่าหากเธอไม่ตาย อนาคตจะเป็นยังไง เป็นครูที่ดีมาก? เป็นภรรยาที่ดีมาก?

    แม่ง! ตอนนี้เธอไม่ใช่อะไรเลย

    “ขอโทษนะ” ผมกดก้นบุหรี่ลงบนแขนตัวเองใช้ความเจ็บปวดชดใช้ความผิด

    ใช่ ผมฆ่าเธอเพื่อเงินสกปรกนั่นแหละ ขอโทษด้วย

    ผมวางมีดลงในมือเย็นเฉียบของเธอ จากนั้นใช้กล้องถ่ายรูปชนิดพิเศษกล้องหนึ่งถ่ายรูปไว้แล้วส่งรูป หลังจากส่งเสร็จรูปภาพจะหายไปทันที แล้วสุดท้ายผมก็ไปจากห้องเรียนอนุบาลที่กำลังเตรียมสถานที่ห้องนี้ ก่อนจากผมยังช่วยปิดไฟให้เธอด้วย

    ผมเดินไปที่ท้องถนนท่ามกลางฝนที่ตกลงมา ไม่มีใครแม้แต่คนเดียว ผมถอดถุงมือกับเสื้อคลุมออกดื่มด่ำกับความรู้สึกยามเม็ดฝนตกกระทบร่าง ให้สายฝนชะล้างความรู้สึกผิดบาป

    “ลมแรงฝนตกหนัก…เข้ากับฉายาแกดีนี่ เฟิงอวี่ต้วนฉางเหริน!”

    ทันใดนั้นน้ำเสียงโผงผางของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้น ผมหันขวับทันที!

    “แม่ง!”

    เขาเร็วสุดๆ แรงก็เยอะมากด้วย หมอนั่นผลักผมเข้าใส่กำแพง มีดสนามในมืออยู่ห่างจากลำคอผมไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตร! ที่อยู่ตรงหน้าคือชายที่ตัวสูงกว่าผม บนคิ้วขวาของเขามีรอยแผลลึกหนึ่งรอย

    “หึ ทำลายธุรกิจของฉัน? สนุกมากมั้ย” เขาหัวเราะอย่างชั่วร้าย

    “นะ…นายพูดอะไร ฉันไม่เข้าใจ” หัวใจของผมเต้นอย่างบ้าคลั่ง

    คนที่รู้ฉายาผม แถมยังปราดเปรียวขนาดนี้ คิดออกไม่ยากหรอกครับ เขาก็เป็นนักฆ่าเหมือนกัน!

    ผมกำลังคิดในใจว่าอะไรจะกรรมตามสนองเร็วขนาดนี้ ผมกำลังจะสัมผัสความตายในคืนเดียวกันและลักษณะเดียวกันกับหญิงสาวที่ตัวเองฆ่า?

    “อย่าทำไขสือ! เดิมทีคนที่ต้องฆ่าครูอนุบาลนั่นคือฉัน แต่เพราะฉันจะมาฆ่าแกถึงได้ยกงานนี้ให้! หึๆ” เขาเพิ่มแรงที่กดผม “รอตั้งนาน ฉันรู้ว่าแกจะลงมือคืนนี้ รวบรวมข้อมูลได้ไม่เลวนี่! เหมาะเหม็ง ฉันจะให้แกตายวันเดียวกับเป้าหมายที่แกฆ่านี่แหละ!”

    พูดแบบนี้ก็แปลว่า…เพื่อฆ่าผม เขาเลยเอาเป้าหมายที่รับไว้มาส่งต่อมาให้ จากนั้นก็รอเล่นงานผมทีหลัง!

    “พี่ชาย! เดี๋ยวก่อน! ฉันไม่รู้จริงๆ ว่านายกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่!” ผมพยายามพูด “ฉันไม่ได้ทำลายธุรกิจนายซะหน่อย! ไม่แน่อาจมีคนอื่นคิดใส่ร้ายฉันก็ได้!”

    “ไม่เป็นไรนี่” เขายักไหล่ “ฉันฆ่าคนแล้วไม่เคยนึกเสียใจภายหลัง วางใจเถอะ ฉันได้ใส่ซองงานศพแน่!”

    “เดี๋ยว!”

    ‘ปัง!’

    จังหวะนั้นเอง เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด…

    เลือดสาดใส่หน้าผม!

    ‘อย่าล้มเลิกที่จะรักเพียงเพราะเคยไปรักคนกากๆ แค่คนสองคน

    รักอีกหลายครั้งหน่อยแล้วค่อยว่ากันเถอะ

     

    (2)

    วินาทีเดียวกันผมก็เห็นบางอย่างสะท้อนแสงอยู่บนอาคารหลังหนึ่งที่อยู่ห่างไปไม่ไกล! มองออกไม่ยากว่าเป็นกล้องเล็งของปืนสไนเปอร์!

    “สไนเปอร์! ระวัง!” ผมออกแรงผลักชายคนนั้น

    กระทั่งตัวผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับว่าทำไมปฏิกิริยาแรกถึงเป็นผลักเขาหลบ อาจเป็นสัญชาตญาณ อาจเป็นการ ‘ไถ่โทษ’ บางอย่าง ผมไม่อยากให้มีคนตายต่อหน้าผมสองคนในคืนเดียว!

    ‘ปังๆๆ!’

    กระสุนยิงเข้าใส่กำแพงและป้ายบนถนน ผมกับชายคนนั้นเผ่นไปหลบอยู่ในตำแหน่งที่มีสิ่งกำบัง

    ‘ปังๆๆ!’

    กระสุนเฉียดผ่านข้างกายผมไปโดยมีเสียงฝนเป็นแบ็กกราวนด์!

    “แม่ง!” ชายคนนั้นหลบไปอยู่หลังตู้ปรับแรงดันไฟฟ้าได้ก็ตะโกนว่า “คนของแกรึเปล่า”

    มือขวาของเขากดอยู่บนแขนที่โดนกระสุนถาก

    “จะเป็นคนของฉันได้ไงเล่า?!” ผมย่อตัวอยู่หลังถังขยะขณะตะโกน “มันจะฆ่าเราเหรอ”

    “ฉันจะไปตรัสรู้เรอะ!”

    กระสุนยังคงเฉียดผ่านข้างตัวผม!

    “แม่ง! มือใหม่นี่มันมือใหม่จริงๆ! อย่าหลบหลังถังขยะสิวะ! ถังขยะโดนยิงทะลุได้โว้ย!” เขาล้วงปืนพกออกจากกระเป๋าในอกเสื้อ “มันอยู่ตรงไหน”

    “สองนาฬิกา ประมาณชั้นสี่!”

    “นายไปล่อมัน! ฉันจะเล็งแล้วเป่ามันทิ้งทันที!”

    “หะ…ให้ฉันไปล่อ?”

    “นายอยากหลบอยู่หลังถังขยะทั้งคืนหรือไง อีกอย่างหลบหลังถังขยะก็ไม่ปลอดภัยซะหน่อย! ให้ว่อง!”

    “แม่งเอ๊ย!”

    ผมวิ่งตัดออกไปอย่างรวดเร็ว กระสุนตามมาพุ่งใส่ข้างเท้าผมประหนึ่งมีชีวิต!

    ‘ปังๆๆ!’

    จนกระทั่งผมวิ่งมาถึงต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง เสียงปืนถึงได้หยุดลง ผมรีบหันกลับไปมองหลังตู้ปรับแรงดันไฟฟ้า…ไม่มีคน!

    แม่ง! โดนต้ม! เขาเผ่นเอาตัวรอดคนเดียวไปแล้ว! ทีนี้ผมควรเอาอย่างไรดี วิ่งไปข้างหน้า? หรือซ่อนตัวต่อไป? หัวสมองปั่นป่วนไปหมดแล้ว!

    นาทีนั้นเอง…

    “เฮ้ย!”

    ผมสะดุ้งสุดตัว!

    “บ้าเอ๊ย! นายวิ่งเร็วชะมัด! ฉันยิงโดนกล้องเล็งบนปืนสไนเปอร์ของมัน มันน่าจะหนีไปแล้วล่ะ” ชายคนนั้นเดินมาหา “ถ้าไม่ใช่เพราะน้ำฝนส่งผลต่อการมองเห็นของมัน ป่านนี้เราอาจจะม่องกันหมดแล้วก็ได้”

    ส่งผลต่อการมองเห็น? แล้วไหงเขาถึงยิงถูกกล้องเล็งบนปืนสไนเปอร์ได้อีกล่ะ

    หมอนี่ไม่ธรรมดาแหงๆ!

    “มือใหม่นี่มันมือใหม่จริงๆ! มีอย่างที่ไหนตะโกนเตือนคนที่เตรียมมาฆ่าตัวเองให้ระวัง! แล้วยังผลักฉันให้หลบอีก!” เขาล้อเลียนความไม่มืออาชีพของผม “คราวหน้าจะหลบก็ช่วยหลบในที่ที่มันกันกระสุนได้สิวะ อีกอย่างหลังจากฉันโดนยิง นายควรจะรีบโจมตีฉันทันที เป็นจังหวะที่จะฉวยโอกาสเล่นงานทีเผลอได้ดีที่สุด!”

    ผมมองเขาเทศนาเหมือนตาแก่ นอกจากยิ้มเจื่อนๆ ก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ อยู่ดี ไม่กี่นาทีที่แล้วเขาเพิ่งคิดจะฆ่าผมอยู่หยกๆ ไม่ใช่หรือ

    “ฉันเข้าใจแล้วว่านายโดนใส่ร้าย ไม่งั้นนายจะช่วยฉันทำไม” เขาเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ “หึๆ ฉันเชื่อสัญชาตญาณของฉันที่สุด ไปกันเถอะ! เดินไปคุยไป ไม่งั้นตำรวจมาแล้วจะยุ่งกันใหญ่”

    “เดี๋ยว! นายรู้เหรอว่าคนที่โจมตีเราเป็นใคร”

    “ใครจะไปรู้ ฉันหลงนึกว่าตัวเองเป็นนกขมิ้นอยู่ข้างหลัง* ที่แท้ยังมีหมาป่าอีกตัวรออยู่ บางทีก่อนที่ฉันจะส่งต่องานให้นาย ตัวฉันเองก็อาจเป็นเป้าหมายของพวกมันอยู่แล้วก็ได้” แววตาเขาอำมหิตยิ่งขึ้น “ฉันจะลากตัวแอนติคิลเลอร์ออกมา จากนั้นก็ฆ่ามันกับมือให้ได้!”

    ที่แท้เขาก็รู้เรื่องแอนติคิลเลอร์เหมือนกัน

    “ถึงตอนนั้นนายบอกให้ฉันรู้ก่อนนะ ฉันอาจจะฆ่าพวกมันก่อนนายก็ได้” ผมยิ้มฝืดๆ

    “ฮ่าๆ! ได้! ตกลงตามนี้!”

    พวกเราสาวเท้าเร็วๆ ออกจากที่นั่น ก่อนจะบอกลากันที่ป้ายรถประจำทาง

    “เฟิงอวี่ต้วนฉางเหริน” เขามองผมอย่างจริงจัง “ฉายาของฉันคือหลงจือเฉวี่ยน คราวหน้าเรียกฉันว่าเฉวี่ยนก็พอ จำไว้นะว่าอย่ารีบตายไปซะก่อน”

    “ฉันเกรงว่าฉันจะเป็นฝ่ายร่วมพิธีฝังศพนายก่อนน่ะสิ”

    “หึ น่าสนุก”

    เขายื่นมือขวาออกมา ผมก็ยื่นมือขวาออกไปเช่นกัน เราออกแรงกระชับมือของอีกฝ่าย ในใจของพวกเราเกิดความรู้สึกเหมือนได้พบยอดคน มองเห็นคุณค่าของกันและกัน!

    ยามนักฆ่าไม่ฆ่าคนก็เป็นแค่ชาวเมืองธรรมดาๆ นี่เอง ใครบอกว่านักฆ่าจะมีเพื่อนไม่ได้ล่ะ

     

    ผมกลับมาที่อาคารอุตสาหกรรม ดูตารางจัดอันดับนักฆ่าบนคอมพิวเตอร์ถึงพบว่าในจำนวนนักฆ่าทั้งสองร้อยหกสิบเจ็ดคน หลงจือเฉวี่ยน…เป็นอันดับที่เก้าในตารางท็อปเท็น!

    มิน่าล่ะฝีมือยิงปืนถึงร้ายกาจขนาดนั้น!

    ส่วนอันดับของผมน่ะหรือ…ก็เลื่อนขึ้นสิบอันดับเหมือนกันนะคร้าบ! ตอนนี้อยู่ที่…อันดับที่สองร้อยห้าสิบหก!

     

    ‘คลังข้อมูลโลกนักฆ่า

    ชื่อ-สกุล : จ้าวกั๋วหลง

    ฉายา : หลงจือเฉวี่ยน (สุนัขแห่งมังกร)

    อันดับปัจจุบัน : 9

    อาชีพเดิม : นักฟุตบอล

    ส่วนสูง : 185 เซนติเมตร

    ข้อมูลโดยสังเขป : สูงใหญ่กำยำ เปิดเผยตรงไปตรงมา บนคิ้วขวามีรอยแผลเป็นลึก จิตสังหารเต็มเปี่ยม เชี่ยวชาญอาวุธปืน เชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตัวเองเป็นที่สุด

    ‘เชื่อคนอื่นจนสงสัยในตัวเอง

    ให้ความสำคัญกับคนอื่นจนมองข้ามตัวเอง

    พวกเรา…ยังไงก็มีบ้างทั้งนั้น

    (3)

    ช่วงเช้า ณ โรงเรียนอนุบาล

    นอกประตูมีรถตำรวจที่เปิดไฟตำรวจจอดอยู่หลายคัน ชาวบ้านที่อาศัยในละแวกใกล้เคียงพากันออกมามีส่วนร่วมในความครึกครื้น

    “เกิดอะไรขึ้นเหรอ” หญิงวัยกลางคนที่ถือถุงพลาสติกของซูเปอร์มาร์เก็ตถาม

    “เหมือนจะมีคนฆ่าตัวตายนะ แถมเป็นครูอนุบาลอายุยังน้อยด้วย!” หญิงอีกคนเอ่ย

    “เฮ้อ ฆ่าตัวตายสังเวยความรักอีกแล้วเหรอ เด็กรุ่นใหม่เดี๋ยวนี้แย่ลงทุกวันจริงจริ๊ง!”

    “นั่นน่ะสิ ดีนะที่ลูกสาวฉันเป็นเด็กดี ไม่มีทางทำเรื่องโง่ๆ แบบนี้หรอก”

    “จะฆ่าตัวตายได้ยังไง” ทันใดนั้นชายคนหนึ่งก็เดินมาร่วมวง “ดูสิ ตำรวจตรงนู้นถือถุงใสๆ ใส่อาวุธอยู่แน่ะ นั่นเป็นแค่มีดธรรมดาๆ รอยเลือดเลอะมีดแค่ด้านเดียวแสดงว่าเป็นแผลกรีดเฉือน ไม่ใช่แทงเข้าไป อีกอย่างบนพื้นมีเลือดปริมาณมากแสดงว่าบาดแผลน่าจะลึกมาก หญิงสาวคนนึงไม่มีทางใช้มีดที่ไม่คมพอมาฆ่าตัวตายหรอก หรือต้องบอกว่าไม่มีแรงพอจะฆ่าตัวตายด้วยวิธีนี้ เว้นแต่เธอจะแค่กรีดข้อมือ แต่เลือดปริมาณมากแสดงว่าไม่ใช่กรีดข้อมือ อาจเป็นการเชือดคอ…”

    ชายคนนั้นวิเคราะห์ต่อไปเรื่อยๆ มนุษย์ป้าทั้งสองได้ยินคำอธิบายอย่างละเอียดของเขาแล้วก็พากันอึ้งไปหลายวินาที

    “เธอรู้จักเขามั้ย”

    “ไม่รู้จัก เธอล่ะ”

    “ฉันก็ไม่!”

    “โรคจิต!”

    แล้วป้าทั้งสองก็แยกย้ายกันไปคนละทาง ชายผมยุ่งเหยิงสวมเสื้อหลวมโพรกได้แต่ยิ้มฝืดๆ

    หลังจากเขาออกจากโรงเรียนอนุบาลที่เกิดเหตุก็เดินมาถึงถนนใหญ่ที่มีการยิงต่อสู้เมื่อคืน มีตำรวจสี่ห้านายทำท่าเหมือนกำลังจัดการบางสิ่งอยู่

    “พี่ๆ ทำอะไรกันอยู่เหรอครับ” เขาเดินไปหาหนึ่งในตำรวจกลุ่มดังกล่าว

    “เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังปฏิบัติงาน หลีกไป!”

    “หึ” เขาหัวเราะเสียงเจื่อนอีกครั้ง “โอเคๆ”

    เขาแอบเห็นว่าบนกำแพงมีรูกระสุนหลายรู ถังขยะและตู้ปรับแรงดันไฟฟ้าก็มีรูกระสุนเช่นกัน ตอนนี้เขาแน่ใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เขาล้วงโทรศัพท์ออกมากดโทรออก

    “ซี สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง” ปลายสายอีกฟากถาม

    “วุ่นวาย วุ่นวายมาก” เขาหาวนอน “ได้เวลาที่เราจะต้องลงมือแล้ว”

    “ดีมาก งั้นนายกลับมาก่อนค่อยว่ากัน”

    “ได้!” เขาบิดขี้เกียจอีกรอบ “รอตั้งนาน หน่วยพิเศษสืบสวนคดีทั่วไป MESUS ของเรา…ในที่สุดก็จะได้ลงมือซะที!”

     

    อาคารอุตสาหกรรมกู้นถ่ง

    ผมกับหูฝูหรงกำลังถกกันถึงเหตุที่เกิดเมื่อคืน

    “หลงจือเฉวี่ยนเหรอ” หูฝูหรงเอ่ยอย่างดีอกดีใจ “เขาร้ายกาจมากนะ มีโอกาสร่วมงานกันก็ไม่เลว! จิ๊ๆ”

    “ฝูหรง ทำไมงวดนี้ขึ้นแค่สิบอันดับเองล่ะ ไหนนายบอกว่าพอเสร็จภารกิจจะได้เลื่อนขึ้นยี่สิบอันดับไม่ใช่เหรอ”

    “แม่ง! ยังมีหน้ามาพูดอีก นายควรจะใช้มีดปักคอหอยเป้าหมายไม่ใช่ปาดคอ” เขาเริ่มสูบบุหรี่อีกครั้ง “นายรู้มั้ย คนในฝั่งตำรวจต้องลงแรงอีกเยอะมากถึงจะบอกว่าเป็นการฆ่าตัวตายได้ ตอนนี้ได้เลื่อนขึ้นสิบอันดับถือว่ากำไรแล้ว!”

    หา? จุดนี้ผมคิดไม่ถึงครับ จะเป็นนักฆ่ามืออาชีพไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ

    “เจ๋อเทียนมีอีกหลายเรื่องที่นายต้องเรียนรู้ แต่ธุรกิจของเราน่าจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ” หูฝูหรงเอ่ยพร้อมกับชี้นิ้วมาที่ผม

    “เป็นการเริ่มต้นที่ดีแหละ”

    ผมนึกถึงครูโรงเรียนอนุบาลที่ถูกผมฆ่าตายแล้วหนาววูบในหัวใจ

    “ที่จริงองค์กรนักฆ่ามีระบบอย่างนึง จะไม่รับงานจากลูกค้า แต่ส่งงานต่อไปให้นักฆ่าที่อันดับต่ำกว่าตัวเองก็ได้” หูฝูหรงเอ่ย “แถมระบุได้ด้วยว่าจะเอานักฆ่าคนไหน แน่นอนว่านักฆ่าที่อันดับต่ำกว่าจะไม่รู้ว่าใครเป็นคนส่งต่องานมาให้”

    หา? มิน่าล่ะหลงจือเฉวี่ยนถึงได้มาหาผม

    “ว่าแต่ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยล่ะ”

    “นักฆ่าอันดับต้นๆ จะไม่รับงานเพราะงานง่ายเกินไป คงเป็นอารมณ์ศิลปินอย่างนึงล่ะมั้ง”

    ฆ่าคนเรียกเป็น ‘ศิลปิน’? ผมไม่เห็นด้วยสักนิด ฆ่าคนก็คือฆ่าคน ก็แค่ทำเพื่อเงินเท่านั้นแหละ! อย่ามาเติมคำเรียกสวยหรูอะไรเล้ย

    “แต่ทำไมต้องยกให้อันดับต่ำๆ ด้วยล่ะ”

    “ในหมู่นักฆ่าก็เป็นเพื่อนกันได้นี่” หูฝูหรงอธิบาย “พูดง่ายๆ ก็เหมือนเซลส์ทำยอดนั่นแหละ เห็นเพื่อนร่วมอาชีพยอดไม่ถึงก็แบ่งลูกค้าให้ เดิมทีนี่เป็นเรื่องดีทำให้นักฆ่าอันดับล่างๆ มีโอกาสเติบโต แต่นึกไม่ถึงว่าตอนนี้จะวิวัฒนาการกลายเป็นวิธีที่เอามาใช้ฆ่านักฆ่าด้วยกันซะงั้น”

    “อ๊ะ! เดี๋ยวนะ!” ผมเรียบเรียงความคิด “พูดแบบนี้แปลว่า…ทีแรกมีนักฆ่าที่อันดับสูงกว่าหลงจือเฉวี่ยนไม่รับงานถึงได้ส่งต่องานมาให้เฉวี่ยน แล้วเฉวี่ยนค่อยส่งต่อมาให้ฉันอีกทีเพื่อล่อฉันออกมาฆ่า!”

    “บ้าเอ๊ย! นายวิเคราะห์ได้ถูกมาก”

    “นักฆ่าที่อันดับสูงกว่าเฉวี่ยน…คิดจะฆ่าเขาเหรอ”

    ผมดูนักฆ่าอันดับหนึ่งถึงแปด ในจำนวนนั้นคือเจ้าคนที่เลื่อนอันดับแบบพุ่งปรี๊ดนั่น…

    โม่ซางเปย

    เป็นหมอนั่นหรือเปล่านะ

    ‘คนที่ชอบก็ไม่พูดออกมา

    คนที่ไม่ชอบก็ดันไม่ยอมแพ้

    นี่เรียกว่าความรัก

     

    (4)

    หลงจือเฉวี่ยนคงรู้กฎข้อนี้เหมือนกันสินะ ผมว่าเขาน่าจะพอรู้ว่าใครคิดฆ่าเขา! แต่ปัญหาอยู่ที่นักฆ่าอันดับสูงกว่าที่เดิมทีคิดจะฆ่าเขาก็คิดจะฆ่าผมเหมือนกัน? คิดแล้วสยองแฮะ

    “นี่จะเป็นฝีมือของแอนติคิลเลอร์หรือเปล่า” ผมกอดอก “พวกเขาคิดจะฆ่านักฆ่าหน้าไหนก็ได้ไม่แบ่งชั้นและอันดับ”

    “นายอาจจะคิดถูกก็ได้ คราวหน้าเวลาจะรับงานต้องวางแผนซ้อนเข้าไปอีกชั้น” หูฝูหรงเคาะแป้นพิมพ์ “แผนป้องกันแอนติคิลเลอร์โจมตี”

    เขาเริ่มงานในความรับผิดชอบของตนเองอีกครั้ง หึ บางครั้งผมก็คิดว่าถ้าได้สลับหน้าที่กับเขาก็คงดี เขาแค่ต้องฆ่าคนใน ‘หัวสมอง’ ส่วนผมกลับต้อง…ฆ่าคนจริงๆ ในโลกแห่งความเป็นจริง!

    ‘ตื๊ด…ตื๊ด…’

    เสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้น หน้าจอแสดงหมายเลขโทรศัพท์หมายเลขหนึ่ง

    “ใคร”

    “ไฮ! เฟิงอวี่!” ชายคนหนึ่งเอ่ยอย่างเบิกบาน “นายเป็นมือใหม่ที่โคตรซื่อบื้อจริงๆ ด้วย เอาเบอร์โทรของจริงให้ฉันได้ยังไงเนี่ย แต่นี่ก็ทำให้ฉันไว้ใจนายมากขึ้นอะนะ ฮ่าๆ วันหลังอย่าสะเพร่าแบบนี้อีกล่ะ”

    “นายคือ…เฉวี่ยน?”

    “ช่าย! หลงจือเฉวี่ยน!” ตอนที่เขาพูดฉายาของตัวเองก็น้ำเสียงเข้มแข็งเป็นพิเศษ “ไม่แน่ฉันอาจหาตัวคนที่คิดฆ่าพวกเราเจอแล้วล่ะ”

    “จริงเหรอ” ผมประหลาดใจมาก

    “สนใจเข้าร่วมกองกำลังต่อต้านแอนติคิลเลอร์ของเรามั้ย”

    “สนใจอยู่แล้ว!” ผมเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า “เมื่อไหร่ ที่ไหน”

    “นายนี่ใจร้อนจัง ฉันจะบอกรายละเอียดนายอีกที ตอนนี้ฉันแค่มาถามดูว่านายอยากเล่นด้วยมั้ย”

    เล่น? เล่นเดิมพันชีวิตน่ะสิ! ผมคิดในใจ

    “จองให้ฉันหนึ่งที่”

    “ได้! มีคำถามอะไรก็โทรหาฉันได้ที่เบอร์นี้เลยนะ” เขาหัวเราะฝืดๆ “นายเข้าใจความหมายของฉันมั้ย”

    “หึ แน่นอน”

    “แล้วพบกัน”

    ความหมายของหลงจือเฉวี่ยนเรียบง่ายมาก…เขายินดีให้เบอร์โทรศัพท์กับผมก็แปลว่าผมคู่ควรให้เขาไว้วางใจเช่นกัน!

    แม่ง! ระหว่างผู้ชายด้วยกันไม่ต้องพูดอะไรพิรี้พิไรก็…‘ใจสื่อถึงใจ’ ได้

    เวลานี้เองผมก็เห็นโทรทัศน์กำลังรายงานข่าว เป็นข่าวกีฬา แล้วผมก็ได้เห็น…

    “วันนี้ทีมต่ายโปเตะกับปลาบินฉุ่นวาน จ้าวกั๋วหลงศูนย์หน้าทีมต่ายโปทำแฮตทริก! สามหยวนซื้ออะไรได้บ้าง* ก็ซื้อชัยชนะไงครับ! มา! เรามาดูการทำประตูอันสวยงามของเขากันครับ!” ผู้ประกาศข่าวที่กำลังรายงานทำท่าเลียนแบบอู่ห่วงหรง** ผู้ประกาศข่าวกีฬาในตำนาน

    ผมไม่มีอารมณ์จะดูการทำประตูอันสวยงามอะไรนั่นหรอกครับ ผมเห็นแต่นักฟุตบอลสวมเสื้อเบอร์สิบผู้ทำประตูนั่น เขาคือ…หลงจือเฉวี่ยน!

    “แม่ง ฮ่าๆ!” ผมหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

    “เจ๋อเทียน หัวเราะอะไรของนาย” หูฝูหรงถาม

    ผมเอ่ยพร้อมกับจ้องเขาด้วยแววตาจริงจังว่า “ฝูหรง นักฆ่า…จะดูเหมือนนักฆ่าไม่ได้!”

     

    หนึ่งสัปดาห์ต่อมา

    ณ ตึกอาร์ไกล์เซ็นเตอร์ ชั้นสิบสอง

    ผมมาที่คลินิกทันตกรรมแห่งหนึ่งบนตึก ป้ายเขียนไว้ว่า ‘ซุนจื้อเหวิน’

    จื้อเหวิน (ปณิธานและความรู้)…ชื่อที่ธรรมดาจนไม่อาจธรรมดาไปกว่านี้ได้ หลงจือเฉวี่ยนนัดผมมาทำอะไรที่นี่

    ผมผลักประตูเข้าไป ผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนหนึ่งเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “คุณผู้ชายมาหาทันตแพทย์ใช่มั้ยคะ ไม่ทราบนัดไว้หรือเปล่าคะ”

    ผมเดินไปที่หน้าเคาน์เตอร์แล้วเอ่ยรหัสลับออกมาอย่างจริงจัง “อะ…อกคุณสะบึมมาก”

    “คุณ…คุณผู้ชายว่าอะไรนะคะ” เธอขมวดคิ้ว

    “ผมบอกว่าอกคุณสะบึมมาก!” ผมประกาศก้อง

    “โรคจิตใช่มั้ย” เธอเอามือบังหน้าอก “ไปให้พ้นเลยนะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ!”

    “คุณเป็นอะไรไป ผมจะพูดอีกรอบนะ อก-คุณ-สะ-บึม-มาก!”

    “หมอซุนคะ มีคนโรคจิตค่ะ!” เธอกรีดร้อง

    “ฮ่าๆ!!!”

    เวลานี้เสียงหัวเราะสองสายก็ดังขึ้น ประตูห้องเปิดออกเป็นหลงจือเฉวี่ยนกับผู้ชายสวมแว่นตาที่ทั้งมาดเท่และสุภาพเรียบร้อยมากๆ คนหนึ่ง บนร่างเขาสวมเสื้อกาวน์ทันตแพทย์

    “คาร์เมน นั่นเพื่อนฉันเอง เขาแค่หื่นนิดหน่อยเท่านั้นแหละ” ชายท่าทางสุภาพเรียบร้อยเอ่ย “เธอเลิกงานได้เลย เดี๋ยวฉันปิดคลินิกเอง”

    “อ้อ! ค่ะ” พยาบาลสาวเหลือบมองผมแวบหนึ่ง “ไอ้โรคจิต!”

    พยาบาลสาวออกจากคลินิกทันตกรรมด้วยอาการเดือดปุดๆ ทีนี้ก็เหลือแค่พวกเราผู้ชายสามคนแล้ว

    “ทำไมเหรอ ฉันพูดรหัสลับผิดหรือไง” ผมถามอย่างกระอักกระอ่วน

    “เฉวี่ยน มือใหม่นี่น่าสนใจจริง! ฮ่าๆ!” ชายท่าทางเรียบร้อยหัวเราะขึ้นมาแต่ยังดูมีมารยาทมาก

    “ช่าย! ฉันบอกแล้วว่าเขาซื่อบื้อมาก! ฉันซี้ซั้วบอกว่าต้องพูด ‘รหัสลับ’ เขาก็ดันเชื่ออีกแน่ะ” หลงจือเฉวี่ยนหัวเราะลั่น

    “แม่ง! พวกนายกำลังทำลายภาพลักษณ์ของฉัน!” ผมเอ่ยอย่างขุ่นเคืองสุดๆ

    “อย่าโมโหเลยน่า!” หลงจือเฉวี่ยนตบไหล่ผม “ฉันจะแนะนำให้รู้จักนะ คนนี้คือเฟิงอวี่ต้วนฉางเหริน ส่วนคนนี้…”

    ชายคนนั้นเดินเข้ามายื่นมือให้ “สวัสดี ฉันเป็นทันตแพทย์ ขณะเดียวกันก็เป็นนักฆ่าด้วย ฉายาของฉันคือ…ซุนเทียนเซิง!”

     

    ‘คลังข้อมูลโลกนักฆ่า’

    ชื่อ-สกุล : ซุนจื้อเหวิน

    ฉายา : ซุนเทียนเซิง (สวรรค์สร้าง)*

    อันดับปัจจุบัน : 16

    อาชีพเดิม : ทันตแพทย์

    ส่วนสูง : 180 เซนติเมตร

    ข้อมูลโดยสังเขป : สวมแว่นตา มาดเท่ สุภาพเรียบร้อย องค์ประกอบ ‘ศิลป์’ ในการฆ่าของเขามักได้คะแนนสูงมาก ชอบทำท่ายกนิ้วหัวแม่มือ

    ‘ส่วนมาก คนที่เคียงข้างคุณก้าวผ่านช่วงเวลาที่เหลือของชีวิต

    มักไม่ใช่คนที่คุณต้องการครอบครองเหลือเกินในตอนแรกหรอก

     

    (5)

    ซุนเทียนเซิง…อันดับสิบหกในตารางจัดอันดับนักฆ่า หูฝูหรงเคยเอ่ยถึงนักฆ่าฉายานี้ให้ผมฟัง! เขาเป็นนักฆ่าที่ฆ่าคนไม่มาก แต่อันดับกลับสูงลิบ

    ทำไมถึงเป็นแบบนี้?

    เพราะองค์ประกอบ ‘ศิลป์’ ในการฆ่าช่วยให้เขาได้คะแนนสูงมากเสมอ ใช่ครับ ผมบอกไปแล้วก่อนหน้านี้ ไม่ใช่ว่าฆ่าคนเยอะแล้วจะไต่ขึ้นอันดับสูงๆ ได้

    “มาเถอะ! เข้ามาก่อนแล้วค่อยว่ากัน!”

    ซุนเทียนเซิงเดินเข้าห้อง จากนั้นก็กดรีโมตคอนโทรล แล้วเก้าอี้ทันตกรรมก็เคลื่อนไปชิดผนังโดยอัตโนมัติ จอภาพขนาดยักษ์เลื่อนลงมาจากเพดาน

    “นั่งก่อนสิ” เขาเชื้อเชิญอย่างมีมารยาท

    ผมกับหลงจือเฉวี่ยนนั่งลง เขาเริ่มเข้าประเด็นหลักซึ่งเป็นสาเหตุที่เรามารวมตัวกันในวันนี้

    “อันดับแรก คนที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้ต่างก็เป็นคนกันเอง ผู้ที่เราต้องต่อกรด้วยก็คือแอนติคิลเลอร์” ซุนเทียนเซิงมองผมแวบหนึ่ง “เฟิงอวี่ต้วนฉางเหริน ฉันเรียกนายว่าเฟิงอวี่ก็แล้วกันนะ ฉันกับเฉวี่ยนรู้จักกันมานานมากแล้ว เขาแนะนำให้รับนายเข้าร่วม ‘ภาคี’ ของเรา เรายังมีนักฆ่าอีกหนึ่งคน เธอชื่อ ‘ซินอวี่เลี่ยน’ แต่วันนี้เธอติดธุระ มาไม่ได้”

    “ถ้าเธอมาก็จะวุ่นเป็นบ้าเลยล่ะ” หลงจือเฉวี่ยนกดขมับพร้อมกับยิ้มฝืด “เทียนเซิง พูดให้รวบรัดหน่อยก็แล้วกัน”

    “ได้” เขากดรีโมตคอนโทรล หน้าจอปรากฏชื่อคนสามสี่ชื่อ พูดให้ถูกต้องก็คือฉายาสี่ฉายา หนึ่งในนั้นผมเคยเห็นมาก่อน ซึ่งก็คืออวี้หานเอ้อคนนั้น

    “จากที่ฉันตรวจสอบดู ทั้งสี่คนนี้อยู่ในสังกัดผู้จัดการคนเดียวกัน คือบอส หม่าเฮ่าหรัน ส่วนนักฆ่าที่ฉายา ‘ฮะเซงะวะ ยูตะ’ สามเดือนก่อนเคยฆ่าลูกศิษย์ของฉันตาย” ซุนเทียนเซิงชี้ไปยังหนึ่งในชื่อบนจอ

    “สัปดาห์ที่แล้วซินอวี่เลี่ยนก็เกือบโดนไอ้โง่ที่ฉายา ‘ซามะ คะวะสุเกะ’ ป้ายสี โชคดีที่สุดท้ายเธอรอดมาได้ แต่น่าเสียดายที่ไม่ทันได้เห็นรูปร่างหน้าตามันก็หนีไปแล้ว” หลงจือเฉวี่ยนชี้ซามะ คะวะสุเกะ “สองคนนี้ใช้ผู้จัดการคนเดียวกัน”

    “เดี๋ยวนะ! ยัยอวี้หานเอ้อนั่นก็เคยโบ้ยความผิดให้ฉันเหมือนกัน!” ผมร้อง

    ผมเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดก่อนหน้านี้ให้พวกเขาฟัง

    “แบบนี้ก็ยิ่งแน่นอนแล้ว” ซุนเทียนเซิงชูนิ้วหัวแม่มือ “พวกเขาเป็นสมาชิกแอนติคิลเลอร์!”

    “รู้แล้วจะทำอะไรได้ล่ะ พวกเราไม่มีหลักฐาน ไม่มีใครเชื่อหรอก” ผมเอ่ย

    “นายลืมแล้วเหรอ กลไกของนักฆ่าเรา นักฆ่าระดับสูงโอนงานต่อให้นักฆ่าที่ระดับต่ำกว่าตัวเองได้โดยที่นักฆ่าระดับต่ำกว่าไม่มีทางรู้เลยว่าใครเป็นคนส่งต่อเป้าหมายมาให้ตัวเอง” ซุนเทียนเซิงเอ่ยอย่างมั่นใจ

    “ฉันรู้ พูดแบบนี้…”

    “เทียนเซิงโอนเป้าหมายในการลอบสังหารล่าสุดออกไปแล้ว และนักฆ่าที่เขาเลือกก็คือฮะเซงะวะ ยูตะ!” หลงจือเฉวี่ยนพูดเสียงดังฟังชัด

    “เป้าหมายเป็นคนขับรถบรรทุกที่มี ‘รูปแบบการใช้ชีวิตแน่นอน’ ตารางการส่งของในแต่ละสัปดาห์ของเขาก็ตายตัวแบบนี้ก็ง่าย ประเมินล่วงหน้าได้ว่าฮะเซงะวะ ยูตะนั่นจะลงมือเมื่อไหร่ แล้วพวกเราค่อยดักรออยู่ข้างหลัง” เขาดันแว่นตา “นอกจากจะต้องปราบปรามแอนติคิลเลอร์ ฉันก็จะแก้แค้นให้ลูกศิษย์ฉันด้วย”

    “เราสามคนแบ่งกันจับตาดูความเคลื่อนไหวของคนขับรถบรรทุก เมื่อไหร่ที่พบว่าฮะเซงะวะ ยูตะลงมือก็โจมตีทันที!” หลงจือเฉวี่ยนเอ่ย

    “ช้าก่อน! ปัญหาคือถึงตารางส่งของจะตายตัว แต่เราจะไปรู้ได้ยังไงว่าฮะเซงะวะ ยูตะจะลงมือเมื่อไหร่ ไม่แน่ตอนเราตามไปเจอ คนขับก็อาจจะตายไปแล้ว”

    “เฟิงอวี่” ซุนเทียนเซิงพูดยิ้มๆ “ฮะเซงะวะ ยูตะจะไม่ลงมือตอนเขากำลังขับรถ เราแค่กำหนดจุดเฝ้าระวังสามถึงสี่จุดก็พอ”

    “นายรู้ได้ยังไงน่ะ” ผมถาม

    “เป็นสัญชาตญาณ” หลงจือเฉวี่ยนชิงตอบ

    “สัญชาตญาณ?”

    “อย่าไปฟังเขาเพ้อเจ้อ!” ซุนเทียนเซิงยิ้มฝืด “เพราะว่าถ้าลงมือตอนเขาขับรถอาจเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงบนท้องถนน พร้อมกันนั้นก็จะก่อให้เกิดความสับสนอลหม่าน แบบนี้ก็ยุ่งแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดของนักฆ่าคือต้องสังหารเป้าหมายโดยไม่เป็นจุดสังเกต อย่างนี้ถึงจะได้คะแนนสูง”

    ซุนเทียนเซิงกดรีโมตคอนโทรลอีกครั้ง แผนที่ปรากฏขึ้นบนจอภาพบนนั้นระบุตำแหน่งสามสี่จุดที่คนขับรถบรรทุกต้องรับส่งของ ทั้งยังมีเส้นทางกลับบ้านและออกไปข้างนอก

    “ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ระยะเวลาปฏิบัติการคือสามวัน” หลงจือเฉวี่ยนเอ่ยอย่างมั่นใจ

    “สามวัน?”

    “เฟิงอวี่ ทำไมนายถึงไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยเนี่ย” หลงจือเฉวี่ยนยิ้มเจื่อน “บรรลุภารกิจได้ภายในสามวันจะได้คะแนนเยอะที่สุด แต่อาจเป็นเพราะผู้จัดการของนายห่วงว่านายเป็นมือใหม่เลยไม่อยากกำหนดเงื่อนเวลาให้ล่ะมั้ง แรงกดดันจะได้น้อยลง”

    แม่งเอ๊ย! ผมไม่รู้จริงๆ ครับ! หูฝูหรงไม่เคยบอกผมเลย!

    ที่แท้เป็นนักฆ่าช่างมีกฎกติกามารยาทเยอะแยะเหลือเกิน! ที่สำคัญคือ…ที่แท้สิ่งสำคัญอันดับหนึ่งของทุกคนคือการวางแผนฆ่าคนให้ได้คะแนนสูงๆ!

    “จริงสิ ผู้จัดการ…” ผมพลันนึกขึ้นได้ “เรื่องพวกนี้ไม่ใช่หน้าที่ของผู้จัดการหรอกเหรอ ไหงนายถึงกลายเป็นคนคิดล่ะ”

    “อ๋อ ถามได้ดี” ซุนเทียนเซิงชูนิ้วหัวแม่มืออีกครั้ง “ความจริงทั้งหมดนี่เธอเป็นคนคิดน่ะ แต่วันนี้เธอมีนัดกินข้าวกับเพื่อน ฉันก็เลยมาอธิบายแทน”

    “ผู้จัดการของนายเป็นใครเหรอ”

    พวกเขาสองคนพากันหัวเราะลั่นอีกยกใหญ่

    “ก็พยาบาลที่นมตู้มๆ ไง! ฮ่าๆ!” หลงจือเฉวี่ยนหัวเราะต่อ

    “เมื่อกี้…”

    “ใช่ เธอนั่นแหละ” ซุนเทียนเซิงตบไหล่ผม “เราสามคนก็แค่รวมหัวกันแกล้งเด็กใหม่น่ะ”

    “บ้าเอ๊ย!”

    นึกไม่ถึงว่าผมจะโดนเล่นละครตบตา โดนพวกเขาแกล้งอีกรอบ นักฆ่าจำเป็นต้องมีทักษะในการโกหกจริงๆ

    แม้ว่าพวกเขาจะรังแกผมอีกรอบ แต่น่าประหลาดที่ผมกลับเกิดความรู้สึกว่าหลงจือเฉวี่ยนกับซุนเทียนเซิงน่าไว้วางใจเอามากๆ ทีเดียวครับ

    เอาเถอะ พรุ่งนี้…

    แผนการแก้แค้นจักเริ่มต้น!

    ‘โปรดฟังให้ชัด

    ของที่โดนแย่งไปได้น่ะไม่ควรค่าให้เหนี่ยวรั้งเป็นอันขาด

     

    (6)

    จางเหวินเหว่ย คนขับรถบรรทุกสินค้าเป็นชายร่างสูงใหญ่กำยำ ตัดผมสั้นเกรียน ท่าทางคล้ายยักษ์ใหญ่งุ่มง่าม แต่ละวันจะไปส่งของสามที่ คือห้างมารีไทม์สแควร์ ถนนไซเหยิ่งชอยฝั่งใต้ย่านมงก๊ก และอวีหมั่นสแควร์เขตกู้นถ่ง

    เราสามคนแยกกันสะกดรอยเป้าหมายตามจุดที่กำหนด แม่ง! ผมล่ะหลงนึกว่าตัวเองเป็นตำรวจตามสะกดรอยคนร้ายแน่ะครับ

    ทีแรกผมก็คิดว่าทำไมซุนเทียนเซิงถึงมั่นอกมั่นใจขนาดนี้ว่าจะไม่พลาดเวลาที่จางเหวินเหว่ยถูกฆ่า นึกไม่ถึงว่าที่แท้ยังมี ‘แผนสอง’ อยู่ด้วย

    ผมอยู่ที่สวนสาธารณะอวีหมั่นสแควร์รอการปรากฏตัวของเป้าหมาย ที่นี่เป็นสถานีสุดท้ายของจางเหวินเหว่ย หลังเสร็จจากที่นี่เขาจะขับรถกลับไปจอดที่ลานจอด จากนั้นกลับบ้านคนเดียว สองสถานีก่อนหน้านี้ฮะเซงะวะ ยูตะไม่ได้ปรากฏตัว ผมสังหรณ์ว่าเขาใกล้โผล่ออกมาเต็มทีก็เลยตื่นเต้นนิดหน่อย

    ดูจากตำแหน่งจีพีเอสบนมือถือแล้ว รถบรรทุกสินค้าของเขากำลังจะขับเข้ามาในอวีหมั่นสแควร์ ใช่ครับ พวกเราติดเครื่องติดตามไว้บนรถบรรทุกเรียบร้อยแล้ว แถมยังเป็น ‘เครื่องติดตามรุ่นดุ๊กดิ๊กได้’ อีกต่างหาก

    บ่ายสี่โมงสามสิบสองนาที

    ในที่สุดเขาก็ปรากฏกาย

    พร้อมกับเธอ

    สมาชิกคนที่สี่ในจำนวนภาคีทั้งสี่ของเรา ซินอวี่เลี่ยนผู้รั้งอันดับแปดสิบเก้าในตาราง

    หลายวันก่อนเธอใช้หน้าสวยๆ ของเธออ่อยจางเหวินเหว่ยไว้เรียบร้อยแล้ว ซ้ำยังขอตามไปส่งของกับเขาด้วย จุดประสงค์เรียบง่ายมากคือเพื่อสะกดรอยเป้าหมายที่จะถูกฆ่าอย่างใกล้ชิดชนิดตัวติดกัน

    ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่าคนขับรถบรรทุกคนนี้ช่างน่าสงสาร เขาเป็นเพียง ‘เหยื่อล่อ’ ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยเล้ย

    ดูการแต่งตัวเสื้อคอเว้าต่ำสุดเซ็กซี่บวกกับดวงหน้าสวยหวาน ผู้ชายที่ไหนล่ะจะไม่หวั่นไหว เธอก็คือ ‘แผนสอง’ ในแผนการทั้งหมดนี้ มิน่าล่ะเมื่อวานเธอถึงไม่ได้มาที่คลินิกทันตกรรมของเทียนเซิง ที่แท้ก็ ‘กำลังยุ่งอยู่’

    ส่วนบทบาทของเราสามคนความจริงเป็นแค่ ‘กองหนุน’ เพราะฮะเซงะวะ ยูตะ ผู้อยู่ในอันดับที่ห้าสิบหกไม่มีทางเป็นแค่นักฆ่ากระจอกๆ เด็ดขาด อย่างน้อยใช้สองคนหรือสองคนขึ้นไปมารับมือจะดีกว่า

    จางเหวินเหว่ยเริ่มเคลื่อนย้ายสินค้าลังแล้วลังเล่าจากรถบรรทุกมาไว้บนรถเข็น ซินอวี่เลี่ยนผู้มีเส้นผมตรงยาวสีทองนั่งชะเง้อชะแง้อยู่บนรถ อาจจะกำลังคอยสังเกตว่ามีคนน่าสงสัยโผล่ออกมาบ้างหรือเปล่า

    ผมเองก็รวบรวมสมาธิคอยสังเกตบุคคลน่าสงสัยเช่นกัน ปืนพกจะอยู่ในกระเป๋าเสื้อเขาหรือเปล่า หรือเขาจะใช้มีด จะโผล่มาแบบกะทันหัน? หรือซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดนานแล้วเหมือนผม? ผมจะฆ่าเขาท่าไหนดี เจาะเข้ากะโหลกเขาในนัดเดียว? ฝีมือยิงปืนผมแม่นยำขนาดนั้นไหมนะ

    ผมถามตัวเองอยู่ในหัวไม่หยุด ใจเต้นรัว เหงื่อเปียกเต็มหลัง ไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นขนาดนี้มาก่อน

    เอาล่ะ เดินไปดูดีกว่า!

    ผมเดินจากสวนสาธารณะมาข้ามถนนสบตากับซินอวี่เลี่ยนผ่านกระจกหน้าต่างรถบรรทุก เธอชะงักเล็กน้อย จากนั้นก็ยิ้มแล้วขยิบตาให้ผม

    ผมเดินไปใกล้จางเหวินเหว่ยทำทีเป็นสูบบุหรี่รอคน เขาเข็นสินค้าเข้าไปในร้านและยังแวะทักทายพนักงานในร้านด้วย

    เดี๋ยวนะครับ…เหมือนจะมีอะไรบางอย่าง ‘ทะแม่งๆ’ คืออะไรกันน้า

    เขาขนของลงอย่างรวดเร็ว จากนั้นเดินกลับมาขึ้นรถบรรทุกแล้วขับรถจากไป ตอนนี้ซินอวี่เลี่ยนยื่นมือออกมานอกรถทำมือเป็นสัญลักษณ์โอเค

    นี่แสดงว่าทุกอย่างราบรื่น แต่ฮะเซงะวะ ยูตะไม่มาปรากฏตัว อย่างนี้ก็เรียกราบรื่นได้ด้วยหรือ

     

    วันที่สอง วันที่สาม เขายังชีวิตรูปแบบเดิมไม่มีผิด รับของส่งของเป็นปกติ โดยที่พวกเรายังคงจับตาดูทุกความเคลื่อนไหวของจางเหวินเหว่ย ทว่าน่าเสียดายที่ฮะเซงะวะ ยูตะยังคงไม่ปรากฏกาย พวกเขาจะฆ่าคนในสามวันเพื่อให้ได้คะแนนสูงที่สุดไม่ใช่หรือ ทำไมยังไม่ลงมืออีกล่ะ

    ผมยืนอยู่บนถนนที่อวีหมั่นสแควร์อีกครา ซินอวี่เลี่ยนก็ส่งสัญญาณว่า ‘ทุกอย่างราบรื่น’ เช่นเดิม ผมมองรถบรรทุกแล่นจากไป เกิดความรู้สึก ‘ทะแม่งๆ’ อีกแล้ว

    มีปัญหาตรงไหนนะ

    ตอนนี้เองโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น

    “เฟิงอวี่! แผนการของเรามีช่องโหว่จุดนึง!” หลงจือเฉวี่ยนเอ่ยอย่างร้อนรน “ไม่ว่ารูปแบบการส่งของจะตายตัวแค่ไหน คนขับก็ต้องไปทำเรื่องเรื่องนึง ควรพูดว่ามีสถานที่นึงที่จำเป็นต้องไป!”

    หัวใจผมเต้นเร็วขึ้น ขณะที่รอฟังคำพูดของเขา

    “พวกเราลืมนึกไปที่นึง จีพีเอสแสดงผลว่ารถบรรทุกไปที่นั่นแล้ว” น้ำเสียงเขาเคร่งเครียดเป็นพิเศษ “ตอนนี้คนที่อยู่ใกล้ที่สุดคือนาย รีบไปเป็นกองหนุนให้ซินอวี่เลี่ยนด่วน! เป็นไปได้มากว่าฮะเซงะวะ ยูตะจะโผล่มาวันนี้! ฉันกับเทียนเซิงกำลังรีบตามไป!”

    “ตะ…ต้องไปที่ไหนเหรอ”

    “ปั๊มน้ำมันที่เหง่าเถ่าก๊ก!”

     

    ‘คลังข้อมูลโลกนักฆ่า’

    ชื่อ-สกุล : จางเสี่ยวเจิน

    ฉายา : ซินอวี่เลี่ยน (รักด้วยภาษาใจ)

    อันดับปัจจุบัน : 89

    อาชีพเดิม : พนักงานขาย

    ส่วนสูง : 162 เซนติเมตร

    ข้อมูลโดยสังเขป : ผมตรงยาวสีทอง ร่าเริงมองโลกในแง่ดี เชี่ยวชาญการแปลงโฉม สามารถแต่งหน้าให้ตัวเองกลายเป็นผู้หญิงที่แก่กว่าอายุจริงหลายสิบปีได้

    ‘เหตุที่ไม่อาจลืมเรื่องราวบางอย่างได้

    ก็เพียงเพราะเขาเหลือความทรงจำไว้ให้คุณมากเกินไป

     

    (7)

    ‘ทะแม่งๆ’ ก็เพราะกิจวัตรตายตัวเกินไป

    ชีวิตของคนขับรถบรรทุกคนนี้ชอบกลเกินไปแล้ว แต่ละวันอย่างกับพนักงานออฟฟิศ เข้างาน เลิกงาน รับของและส่งของตรงเวลาไปเสียทุกอย่าง ไม่มีกิจกรรมบันเทิงอย่างอื่นเลย แบบนี้ไม่ประหลาดหรือครับ มีคนขับรถบรรทุกที่ไหนเป็นแบบเขาบ้าง

    หรือว่า…แม่ง! หลงกลแล้ว!

    ผมวิ่งหน้าตั้ง! สิ่งที่ผมกังวลไม่ใช่เรื่องว่าฮะเซงะวะ ยูตะจะปรากฏตัวหรือเปล่าอีกแล้ว ที่ผมกังวลก็คือ…คนขับรถบรรทุกนั่นแหละคือฮะเซงะวะ ยูตะ!

    ‘นักฆ่าจะดูเหมือนนักฆ่าไม่ได้’

    คำพูดประโยคนี้วาบผ่านหัวสมองผมอีกครั้ง!

    ผมมาถึงปั๊มน้ำมันที่เหง่าเถ่าก๊กในที่สุด รถบรรทุกจอดอยู่หน้าหัวจ่ายน้ำมัน ผมพุ่งเข้าไปหาทันที น่าเสียดายที่สายเกินไปแล้ว ประตูรถแง้มนิดๆ เลือดไหลซึมออกมาบนพื้นเต็มไปด้วยเลือดสดๆ!

    ผมรีบเข้าไปในห้องโดยสาร ซินอวี่เลี่ยนเอามือกดลำคอไว้ เลือดสดๆ ทะลักออกจากลำคอเธออย่างบ้าคลั่ง สีหน้าเจ็บปวดนั่นของเธอผมจะไม่มีวันลืมเลย

    “แม่ง!”

    ผมได้ยินแต่เสียงครวญครางอย่างทุกข์ทรมานของเธอ ทำอะไรไม่ถูกเลย!

    “เฮ้พวก!”

    ทันใดนั้นเสียงชายคนหนึ่งก็ดังมาจากนอกรถ…เป็นคนขับรถบรรทุก!

    ผมเดาไม่ผิด เขาน่าจะเป็น…ฮะเซงะวะ ยูตะ! เขากำลังใช้มีดสนามจับพนักงานปั๊มน้ำมันเป็นตัวประกัน

    “ชอบเกมที่พวกเราจัดเตรียมไว้ให้รึเปล่า ฉันปั่นหัวพวกแกอยู่สามวัน รู้สึกยังไงบ้าง ฮะๆๆ” เขาเอ่ยพร้อมกับหัวเราะชั่วร้าย “พวกแกคงคิดไม่ถึงว่าฉันจะจ้างคนมาฆ่าตัวเองสินะ ฮ่าๆ! แต่ฉันก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าพวกแกจะถึงขั้นโอนเป้าหมายต่อมาให้ฉัน แบบนี้ไม่กลายเป็นให้ฉันฆ่าตัวเองตายหรอกเหรอ”

    บ้าชะมัด! ที่แท้เป็นแผนซ้อนแผน!

    ผมหยิบปืนพกขึ้นมาทันที “ไปตายซะ!”

    “หา? มีปืนด้วย? แต่ต้องระวังหน่อยนะ อย่ายิงผิดที่ล่ะ!” เขาเลื่อนมือเข้าใกล้เด็กปั๊ม “ยิงโดนผู้บริสุทธิ์ยังพอว่า กลัวแต่ว่าแกจะยิงโดนฉันแล้วกระสุนทะลุผ่านร่างฉันไปโดนหัวจ่ายน้ำมันนี่สิ! ไม่ถึงวินาที! ตู้ม! ตายพร้อมกันแบบนี้แหละ! ฮ่าๆ!”

    มือผมกำลังสั่นพั่บๆ นึกไม่ถึงว่าผมจะเป็นเหมือนในละคร ร้องแรกแหกกระเชอว่าจะยิง แต่แล้วกลับไม่กล้าลั่นไก!

    พริบตาที่ผมมัวละล้าละลังเขาก็ซัดมีดเล่มหนึ่งออกมา ผมหลบได้แบบหวุดหวิด เดิมทีผมคิดจะเดินเข้าไปใกล้แล้วยิงระยะประชิด นึกไม่ถึงว่าจู่ๆ เขาก็เชือดลำคอเด็กปั๊ม! จากนั้นก็ผลักร่างเด็กปั๊มใส่ผม!

    “ไว้พบกันใหม่นะ! พวกเราจะค่อยๆ เล่นกับแก! ฆ่าพวกแกทีละคนๆ! ฮ่าๆ!”

    ขณะที่ผมคิดจะไล่ตามไป เด็กปั๊มก็ชักกระตุกอย่างเจ็บปวดอยู่บนพื้น เลือดไหลจากลำคอไม่หยุด ผมเหลียวกลับไปมองซินอวี่เลี่ยนที่นิ่งไม่ไหวติงไปแล้วอีกครั้ง…ไม่ได้! ตอนนี้ต้องแจ้งตำรวจก่อน! ช่วยคนสำคัญกว่า!

    ทันใดนั้นโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น เป็นซุนเทียนเซิง

    “เฟิงอวี่ สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง ทำไมซินอวี่เลี่ยนไม่รับโทรศัพท์” เขาถาม

    ผมเล่าสถานการณ์ให้เขาฟังคร่าวๆ เขาประหลาดใจยิ่งกว่าผม ไม่นึกไม่ฝันเลยว่ารูปการณ์จะกลายเป็นแบบนี้

    “เฟิงอวี่…ไม่ว่ายังไงตอนนี้นายต้องออกมาก่อน ฉันจะแจ้งตำรวจให้เอง” เขาเอ่ยอย่างรักษาความเยือกเย็นไว้ได้

    “แต่…ให้ฉันไปทั้งอย่างนี้น่ะเหรอ” ผมสับสนทำตัวไม่ถูก

    “เชื่อฉัน ฉันจะจัดการให้ นายต้องออกมา บนตัวนายมีปืนจะให้ตำรวจเจอตัวไม่ได้!”

    “เข้าใจแล้ว งั้นไว้เจอกัน” ผมพูดพร้อมกับกำหมัดแน่น

    หลังจากวางสายผมก็มองสถานที่เกิดเหตุแวบหนึ่ง แล้ววิ่งตะบึงอย่างบ้าคลั่งไปทางทิศที่ฮะเซงะวะ ยูตะหนีไป ในใจมีเพียงคำเดียว…แก้แค้น!

    ตั้งแต่ผมเป็นนักฆ่ามา นี่เป็นครั้งแรกที่เดือดดาลขนาดนี้! แม่งเอ๊ย! ตอนแรกเราเป็นฝ่ายไปล่าเขาไม่ใช่หรือ ผมน่าจะคิดออกให้เร็วกว่านี้ มันผิดปกติตั้งแต่คนขับรถบรรทุกมีรูปแบบการใช้ชีวิตเป็นกิจวัตรตายตัวแล้ว! ผมน่าจะคิดออกให้เร็วกว่านี้ว่าเขาคือฮะเซงะวะ ยูตะ!

    ความรู้สึกผิดเอ่อล้นขึ้นจากก้นบึ้งของหัวใจผม ยิ่งหวนนึกถึงภาพเลือดสดๆ ไหลนองเต็มพื้น ผมก็ยิ่งเศร้าและโกรธแค้น!

    ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าวิ่งอยู่นานแค่ไหน วิ่งมาไกลแค่ไหนก่อนจะหยุดลงในที่สุด

    “เฮ้อ…บ้าชะมัด ทำไมจบลงด้วยการเผ่นออกจากที่เกิดเหตุทุกรอบเลยวะ!” ผมเอ่ยอย่างขัดเคือง แม่ง! ผมตัดสินใจแล้ว!

    จะเป็นนักฆ่าก็ต้องเป็นนักฆ่าที่เหี้ยมที่สุด ให้คนอื่นแค่ได้ยินเสียงลมก็ยังต้องขวัญหนีดีฝ่อ!

    นับแต่วันนี้เป็นต้นไป…

    เรื่องราวของนักฆ่าดัดเหล็กถึงจะเปิดฉากขึ้นอย่างแท้จริง!

    แม่ง!

     

    ‘คลังข้อมูลโลกนักฆ่า’

    ชื่อ-สกุล : จางเหวินเหว่ย

    ฉายา : ฮะเซงะวะ ยูตะ

    อันดับปัจจุบัน : 56

    อาชีพเดิม : คนขับรถบรรทุก

    ส่วนสูง : 195 เซนติเมตร

    ข้อมูลโดยสังเขป : ชายที่สูงใหญ่กำยำจนเหมือนหมี ท่าทางกลับเหมือนยักษ์ใหญ่งุ่มง่าม อำพรางนิสัยโหดเหี้ยมอำมหิตไว้ เชี่ยวชาญการใช้มีด ชอบสะสมชิ้นส่วนอวัยวะของคนตาย

    ‘อย่าถามว่าคนที่คุณรักกำลังคิดอะไรอยู่

    ถามตัวเองก่อนว่าคิดถึงคนที่คุณรักแบบไหน

    (หมายเหตุ*** เนื้อหานิยายที่นำมาให้ทดลองอ่านยังไม่ผ่านกระบวนการไฟนอล)

    ติดตามต่อได้ในหนังสือโลกนักฆ่า 1 : Anti Killer ฉบับเต็ม

     

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in โลกนักฆ่า

    นิยายยอดนิยม

    Uncategorized

    ทดลองอ่าน ความลับแห่งสามก๊ก เล่ม 1 ตอนที่ 2

    เสียงนี้แผ่วเบามาก แต่หลิวผิงกับถังจีฟังแล้วกลับรู้สึกเหมือนสายฟ้าฟาดลงมา หลิวผิงจ้องใบหน้าไร้ชีวิตของหลิวเสีย ความคิดปั...

    Uncategorized

    ทดลองอ่านยอดเชฟเทพนักปรุง เล่ม 1 ตอนที่ 2

    ทดลองอ่าน ยอดเชฟ 1_2 “กระเป๋าสตางค์!” เขารวบรวมพละกำลังทั้งหมดวิ่งไล่ตามเด็กคนนั้น แต่คนต่างถิ่นอย่างเขาคงไม่มีทางจับคนใ...

    Uncategorized

    ความแตกต่างระหว่าง เชฟ กับ กุ๊ก

    ‘เชฟ’ กับ ‘กุ๊ก’ แตกต่างกันยังไง เคยสงสัยกันไหม? คำที่ใช้เรียกคนทำอาหารที่ทำให้เราสับสนกันมาตลอดอย่าง ‘เชฟ’ กับ ‘กุ๊ก’ แ...

    Facebook