บทที่ 24 ไม่คาดคิด
ศิษย์ดอยเศียรมังกรรีบวิ่งขึ้นไปพยุงฟางเชา พอเห็นกระบี่หักสองท่อนบนเวทีต่างก็มีสีหน้าเกรี้ยวกราด ถลึงตาจ้องลู่เสวี่ยฉีอย่างดุร้ายเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อให้หายแค้นนักพรตชางซงกำหมัดแน่นผุดลุกขึ้นยืน“ศิษย์น้องสุ่ยเยวี่ย ศิษย์ของเจ้าใจเหี้ยมนัก ไม่เพียงพอแค่ชัยชนะ ยังทำลายเวทอาวุธของคนอื่นด้วย นี่มันหมายความว่าอะไรกัน”นักพรตสุ่ยเยวี่ยตอบเสียงเย็นชา“เสวี่ยฉีฝึกมาน้อย ตบะญาณยังไม่หนักแน่น ไม่สามารถควบคุมอาวุธมหัศจรรย์เช่น ‘กระบี่เหล็กสวรรค์’ ได้ ไม่เห็นจะมีอันใดน่าข้องใจ”ชางซงบันดาลโทสะ แต่นักพรตเต้าเสวียนที่มิทราบว่าลุกขึ้นยืนตั้งแต่เมื่อไหร่กดไหล่มันไว้ มันพยายามควบคุมอารมณ์จนตัวสั่น สุดท้ายแค่นเสียงใส่สุ่ยเยวี่ยอย่างเดือดดาลก่อนสะบัดหน้าจากไปนักพรตเต้าเสวียนมองตามร่างสูงใหญ่ของชางซงพลางส่ายหน้ายิ้มเจื่อนๆ เมื่อหันกลับมาก็พบว่าสุ่ยเยวี่ยเองก็สะบัดหน้าเดินหนีไปเช่นกัน ยามนี้ลู่เสวี่ยฉีลงจากเวทีแล้ว สุ่ยเยวี่ยเพียงพยักหน้ายิ้มให้ ลู่เสวี่ยฉีมิได้กล่าวกระไร โค้งกายคารวะเจ้าสำนักก่อนเดินตามอาจารย์ออกจากบริเวณนั้นจางเสี่ยวฝานเพิ่งได้สติกลับมาจากการต่อสู้อันแตกตื่นสะเทือนขวัญ ขณะมองตามหลังศิษย์อาจารย์คู่นั้นบังเกิดความคิดว่าทั้งสองเหมือนกับหลอมจากเบ้าเดียวกัน คือทั้งงามสะคราญทั้งเย็นชาเจิงซูซูถอนใจรำพึงรำพัน“คิดไม่ถึงว่าสิ่งมหัศจรรย์อย่าง ‘กระบี่เหล็กสวรรค์’ ก็ปรากฏตัวแล้ว!”จู่ๆ มันก็เอ่ยขึ้นมา จางเสี่ยวฝานรับฟังจนบังเกิดความอยากรู้“ ‘กระบี่เหล็กสวรรค์’ อันใดหรือ”เจิงซูซูโบกมือทักทายศิษย์ร่วมสังกัดที่ทยอยกันเดินออกจากบริเวณนั้นก่อนตอบว่า“ ‘กระบี่เหล็กสวรรค์’ ก็คือกระบี่วิเศษที่ลู่เสวี่ยฉีใช้ ใน ‘บันทึกของล้ำค่าสิบบท’ จดเอาไว้ว่า ‘กระบี่เหล็กสวรรค์’ ปรากฏสู่สายตาชาวโลกเมื่อหนึ่งพันปีก่อนในมือเซียนพเนจรที่ชื่อท่านธรรมาจารย์คูซิน เล่ากันว่าทำจากเหล็กวิเศษที่ตกลงมาจากสวรรค์ ท่านคูซินไปพบมันในธารน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ จึงเก็บมาหลอมเป็นเวทอาวุธตอนที่เกิดสงครามระหว่างมารกับธรรมะ แม้ฝ่ายธรรมะจะมีปรมาจารย์ชิงเยี่ยของพวกเราเป็นผู้นำ แต่ท่านคูซินก็ชื่อเสียงโด่งดังมากเอาการ ท่านใช้ ‘กระบี่เหล็กสวรรค์’ ต่อสู้ติดพันกับผู้เฒ่าใจอำมหิตแห่งพรรคมารติดต่อกันสามวันสามคืน สุดท้ายทำร้ายผู้เฒ่าใจอำมหิตจนบาดเจ็บสาหัส กำจัดภัยร้ายให้กับฝ่ายธรรมะ เล่ากันว่าในตอนนั้นมีเพียง ‘กระบี่เหล็กสวรรค์’ เล่มนี้ที่ข่ม ‘มุกดูดโลหิต’ ของพรรคมารได้ นับจากนั้นกระบี่เล่มนี้ก็มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วแผ่นดิน กลายเป็นเวทอาวุธที่ผู้บำเพ็ญเพียรใฝ่ฝันจะมีไว้ในครอบครอง แต่หลังจากท่านธรรมาจารย์คูซินนั่งมรณภาพไปแล้ว ‘กระบี่เหล็กสวรรค์’ ก็หายสาบสูญ คิดไม่ถึงกลับตกอยู่ในมือคนดอยไผ่น้อยนี่เอง”เล่าถึงตรงนี้มันพลันส่ายหน้าถอนใจอย่างท้อแท้“ศิษย์น้องจาง ลู่เสวี่ยฉีมีของวิเศษนี้อยู่ในมือ เกรงว่าพวกเราคงหมดหวังในการประลองครั้งนี้แล้ว”จางเสี่ยวฝานไม่รู้สึกผิดหวังอันใดเพราะมันไม่ได้คาดหวังอยู่แล้ว แต่กลับสงสัยในท่าทีของเจิงซูซูเป็นอย่างยิ่งจนต้องเอ่ยปากถาม“เอ๊ะ ศิษย์พี่เจิง ไหนท่านบอกว่าไม่สนใจการประลองครั้งนี้มิใช่หรือ แล้วทำไมถึงทำท่าห่อเหี่ยวแบบนี้เล่า”เจิงซูซูหน้าแดงก่ำย้อนกลับมาว่า“แต่หากสามารถยืนหยัดบนเวทีได้เป็นคนสุดท้ายก็ดูสง่างามน่าเกรงขามมากมิใช่หรือ เจ้าไม่รู้สึกหรือไร”จางเสี่ยวฝานกลั้นหัวเราะจนสำลัก