หลินจิงอวี่เดินจากไป จางเสี่ยวฝานมองตามแผ่นหลังของสหายขณะในใจตอบว่า‘หากข้ายังสามารถยืนหยัดอยู่บนเวทีรอเจ้าไปดูทันได้ นั่นต้องเป็นเรื่องมหัศจรรย์แน่นอน’มันประชดตัวเองก่อนเดินต่อไปที่เวที ‘เจิ้น’ จุดนี้อยู่ทางทิศตะวันออกสุดของลานทะเลเมฆ มองไปรอบๆ ก็เป็นไปตามที่คาด มีคนยืนรอชมการประลองหร็อมแหร็มเพียงสิบกว่าคน และทุกคนเป็นศิษย์ดอยรับตะวัน เมื่อเทียบกับเวที ‘เฉียน’ ของลู่เสวี่ยฉีซึ่งใหญ่สุดและอยู่ตรงใจกลาง สภาพแตกต่างกันลิบลับด้านหน้าเวทีจัดวางเก้าอี้ไม้หนึ่งตัว นั่งไว้ด้วยชายชราผมขาวโพลนใบหน้าคุ้นตา ลองนึกย้อนดูก็จำได้ว่ามันคือผู้อาวุโสที่ยืนด่าศิษย์ว่ามีราคะจิต แถมยังบ่นว่าไม่ควรรับศิษย์หญิงเข้าสำนัก ไม่รู้ว่าเป็นคนสังกัดใดใน ‘งานประลองฝีมือเจ็ดสังกัด’ มีเวทีทั้งหมดแปดจุด แต่ละจุดจะจัดผู้อาวุโสหนึ่งคนไปนั่งสังเกตการณ์ มิเช่นนั้นศิษย์วัยหนุ่มสาวเลือดลมกำลังร้อนเกิดสู้กันดุเดือดขึ้นมาอาจลืมตัวจนควบคุมพลังไม่อยู่ก็ได้จางเสี่ยวฝานเดินเข้าไปโค้งคารวะ“อาจารย์ลุง ศิษย์คือจางเสี่ยวฝานสังกัดดอยไผ่ใหญ่ วันนี้ต้องขึ้นประลองบนเวที ‘เจิ้น’ ”ชายชราหันหน้ามามองแวบหนึ่ง ถามอย่างไม่ใส่ใจ“อ้อ มาแล้วรึ ได้เวลาพอดี เจ้าขึ้นเวทีเถอะ”จางเสี่ยวฝานรับคำ บนเวทียังว่างเปล่า ฉู่อวี้หงยังมาไม่ถึง มันลังเล แต่กระนั้นก็ทำตามคำสั่งผู้อาวุโส เดินขึ้นไปรอบนเวที ด้านล่างเห็นศิษย์ดอยรับตะวันที่เอียงหน้ากระซิบกระซาบกัน เห็นได้ชัดว่ากำลังวิจารณ์มันยามนั้นดวงตะวันลอยพ้นขอบฟ้า แสงแดดลำแรกสาดต้องตัวมัน ให้ความรู้สึกอบอุ่นสบาย จางเสี่ยวฝานทอดสายตามองไปยังขอบฟ้าด้านบูรพาทิศ ดวงตะวันสีแดงเรื่ออ่อนโยนไม่แสบตากำลังลอยขึ้นย้อมขอบฟ้าและก้อนเมฆแถบนั้นเป็นสีส้มอมทองจางเสี่ยวฝานนึกปลงอนิจจัง เมื่อห้าปีก่อนมันยังเป็นเด็กชาวนาที่ไม่รู้ประสีประสา เกิดมาไม่เคยนึกฝันว่าจะได้ยืนมองพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดดอยทะลุเมฆา ไม่ ไม่ใช่ไม่เคยนึกฝัน มันไม่เคยรู้มาก่อนด้วยซ้ำว่าในโลกมีภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามถึงเพียงนี้ในชั่วพริบตา ชีวิตคนเราก็จะเลือนรางจางหายดั่งหมอกควันสภาพจิตใจของหนุ่มน้อยวัยสิบหกเช่นมัน บัดนี้กลับอมทุกข์ราวกับชายชราอายุใกล้ฝั่งมันสอดมือเข้าอกเสื้อ กุมกระบองเขี่ยไฟที่เย็นเฉียบไว้ เมื่อเดือนก่อนภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีใครรู้และไม่มีใครสนใจ จางเสี่ยวฝานได้ค้นพบว่าตนพอจะควบคุมกระบองดำมะเมื่อมท่อนนี้ได้ วินาทีนั้นมันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง แต่หลังจากมันทดลองกลางดึกซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็มั่นใจว่ากระบองท่อนนี้เคลื่อนไหวตามที่มันท่องคาถาเคลื่อนย้ายวัตถุจริงๆ