“ขอรับ เช้าวันนั้นศิษย์กับบรรดาพี่น้องทำธุระเสร็จก็ท่องกระบี่กลับมา ระหว่างทางผ่านหมู่บ้านวัดหญ้าคา ศิษย์ก้มลงมองโดยบังเอิญ พบว่ากลางลานมีศพกองสุมเป็นกองพะเนินเป็นที่น่าสยดสยองยิ่ง พวกศิษย์รีบลงไปตรวจสอบ นับได้สองร้อยกว่าศพ แล้วก็พบเด็กสองคนนี้นอนสลบอยู่ท้ายหมู่บ้าน จึงให้ศิษย์น้องนำตัวพวกมันกลับมาก่อน จากนั้นจึงเข้าไปตรวจค้นตามบ้าน”มันชี้มือไปทางอารองหวังซึ่งนั่งซุกตัวอยู่มุมห้อง“ก็ได้พบคนผู้นี้ เพียงแต่แววตามันเลื่อนลอย สติเลอะเลือน ไม่ว่าสอบถามอย่างไรมันก็ไม่ตอบ เอาแต่พูดซ้ำไปซ้ำมาว่า ‘ผี ผี ผี’ เท่านั้น”หลินจิงอวี่ตัวสั่นสะท้าน ถามเสียงสั่นเครือ“พี่ชาย ขอถามว่าพวกท่านนับได้เท่าไหร่”ดวงตาซ่งต้าเหรินมีแววสมเพชเวทนา“ข้าไปหาศิษย์น้องที่รับซื้อฟืนจากหมู่บ้านพวกเจ้าเป็นประจำ คุ้นเคยกับผู้คนในหมู่บ้านเป็นอย่างดี ตามที่มันจำได้ตรงกับที่พวกเรานับ สี่สิบสองหลังคาเรือน สองร้อยสี่สิบเจ็ดคน มีเพียงพวกเจ้าสามคนที่รอดตาย”แม้ในใจจะหมดหวังอยู่แล้ว แต่พอได้ยินกับหู หลินจิงอวี่กับจางเสี่ยวฝานก็หน้ามืดตัวโงนเงนจะล้มลงนักพรตเต้าเสวียนถอนใจเบาๆ ขยับมือซ้ายซัดมุกแดงสดใสเม็ดหนึ่งออกจากแขนเสื้อ มุกเม็ดนั้นวนกลิ้งไปตามหน้าผากเด็กน้อยคนละสองสามรอบ ปลดปล่อยพลังเย็นสบายสายหนึ่งแทรกซึมเข้าร่าง ในเวลาสั้นๆ เส้นประสาทที่ตึงเขม็งของพวกมันก็ผ่อนคลาย อ่อนเปลี้ยใจกายจนต้องล้มตัวนอน จมดิ่งสู่ห้วงนิทราไปทันทีนักพรตเต้าเสวียนโบกมือ ศิษย์ทั้งหลายพากันโค้งคารวะแล้วล่าถอยออกไป ภายในวิหารอันกว้างใหญ่เหลือเพียงผู้นำสังกัดทั้งหกยามนั้นเองชายร่างอ้วนเตี้ยพลันถามขึ้น“ศิษย์พี่เจ้าสำนัก ท่านใช้ ‘ไข่มุกสงบจิต’ เพียงช่วยพวกมันให้สงบลงได้ชั่วขณะ แต่เมื่อพวกมันตื่นขึ้น ท่านเตรียมการจะทำอย่างไรต่อไป”นักพรตเต้าเสวียนขบคิดเล็กน้อยก่อนหันไปถามนักพรตที่นั่งตำแหน่งแรกทางซ้าย“ศิษย์น้องชางซง เจ้าเห็นควรทำอย่างไรดี”นักพรตชางซงร่างสูงสง่าหน้าตาดุดัน ดำรงตำแหน่งผู้นำสังกัด ‘ดอยเศียรมังกร’ ซึ่งขึ้นชื่อลือชารองจากดอยทะลุเมฆาของนักพรตเต้าเสวียนเจ้าสำนัก ด้วยนิสัยเข้มงวดกวดขัน นอกจากควบคุมดูแลศิษย์ในสังกัดตนเองแล้วยังถูกมอบหมายให้รับหน้าที่ผู้คุ้มกฎควบคุมการลงโทษศิษย์สังกัดอื่นอีกด้วย ปกติศิษย์ในสำนักให้ความเคารพบูชาเจ้าสำนักเป็นที่สุด แต่คนที่พวกมันกลัวที่สุดกลับเป็นชางซงที่ยิ้มน้อยพูดน้อยคนนี้