บทที่ 14 ปาฏิหาริย์
เถียนปู้อี้ลุกขึ้นจ้องหลินจิงอวี่ด้วยสีหน้าบึ้งตึง แดกดันเสียงเย็นชา“ช่างเก่งกล้าสามารถ พลังสังหารรุนแรงนัก!”ฉีเฮ่ากระซิบเบาๆ กับหลินจิงอวี่“ศิษย์น้อง รีบกล่าวขอโทษเดี๋ยวนี้”หลินจิงอวี่เป็นคนหนุ่มถือทิฐิ มันขมวดคิ้วแน่น ก้าวออกไปหนึ่งก้าว แต่กลับหันหน้าไปทางจางเสี่ยวฝาน“เสี่ยวฝาน เป็นข้าผิดเอง บอกว่าจะทดสอบฝีมือกันแต่กลับไม่ควบคุมพลัง ต้องขอโทษเจ้าด้วย”จางเสี่ยวฝานกังวลใจแทนสหายจึงตอบเพียงว่า“มะ…ไม่เป็นไร”ศิษย์ดอยไผ่ใหญ่หน้าเปลี่ยนสี โทสะในใจเถียนปู้อี้ยิ่งลุกโชน มันถลันกายวูบ ใบหน้าปรากฏไอสีแดงฉาบทาบางๆฉีเฮ่าหน้าถอดสี มันเข้าสำนักเมฆาเขียวก่อนหลินจิงอวี่มาเนิ่นนาน ตระหนักดีว่าแม้ดอยไผ่ใหญ่จะมีกำลังคนน้อย แต่ผู้นำเถียนปู้อี้กับภรรยาซูหรูมีพลังปาฏิหาริย์สูงส่ง สังกัดอื่นไม่มีใครกล้าดูแคลน อาจารย์ของมันนักพรตชางซงที่นิสัยหยิ่งทระนงยังเคยสั่งกำชับไว้ บอกว่าเถียนปู้อี้ไม่เพียงแค่พลังฝึกปรือลึกล้ำสุดหยั่ง ภรรยาของมันซูหรูยังเป็นอัจฉริยะหญิงของสำนัก ต่อให้เจ้าสำนักมาเองก็ยังต้องให้ความเกรงใจสามีภรรยาคู่นี้อยู่หลายส่วน ดังนั้นหากไม่จำเป็นจริงๆ อย่าได้ล่วงเกินพวกมันเป็นอันขาดหลินจิงอวี่กลับไม่รู้เรื่องพวกนี้ แต่ดูจากท่าทีคาดว่าต่อให้รู้มันก็ไม่คิดจะนำพามาใส่ใจ แม้อายุยังน้อย แต่ความโอหังของมันกลับมีมาก สาเหตุมาจากนักพรตชางซงรักและตามใจมันจนเคยตัวเถียนปู้อี้เห็นท่าทางยโสโอหังของมันก็ยิ่งเดือดดาล คิดจะลงมือสั่งสอน เงาร่างหนึ่งพลันขยับมาขวางหน้า เป็นซูหรูเองที่ดึงแขนเสื้อมันไว้ ริมฝีปากงามประดับรอยยิ้มกระซิบเบาๆ“อายุปูนนี้แล้ว ลงมือลงไม้กับเด็กรุ่นหลังจะไม่เป็นที่ครหานินทาของคนอื่นหรอกหรือ”เถียนปู้อี้นิ่งอึ้ง ฉีเฮ่ารีบเอาตัวขวางหน้าศิษย์น้องไว้พลางยิ้มแย้มประจบ“อาจารย์อาเถียนใจกว้างดุจมหานที ขอให้เห็นแก่หน้าอาจารย์ อย่าได้ถือสาพวกเราเลย”จางเสี่ยวฝานเห็นหลินจิงอวี่ล่วงเกินอาจารย์ตนก็ร้อนใจนัก ในสายตามันหลินจิงอวี่เด็กกำพร้าจากหมู่บ้านวัดหญ้าคาคนนี้เปรียบเสมือนพี่น้องร่วมสายเลือดเดียวกัน ยามนี้เห็นฉีเฮ่าช่วยพูดแทนหลินจิงอวี่ก็ซาบซึ้งใจนัก อดไม่ได้วิ่งไปคุกเข่าต่อหน้าเถียนปู้อี้“อาจารย์ เป็นศิษย์ไม่ดีเอง พอเห็นจิงอวี่ เอ่อ พอเห็นศิษย์พี่หลินท่องกระบี่มาก็อยากจะทดสอบฝีมือด้วยจึงชวนประลองกัน ทั้งหมดล้วนเป็นความผิดของ…”