• Connect with us

    Enter Books | นิยายแฟนตาซี กำลังภายใน ลึกลับ สืบสวน

    บทความ

    5 คำคมโดนใจความหมายลึกซึ้งและอ่อนโยน จาก ‘สยบฟ้าพิชิตปฐพี’

     

    ในทุกเรื่องราวไม่ว่าจะรูปแบบไหนของศาสตร์วงการบันเทิงก็ตามมักจะมี ‘คำคม’ ที่ตราตรึงใจผู้เสพงานนั้นๆ ทุกครั้งไป และในคำคมเหล่านั้นก็แบ่งออกมาได้อีกหลายประเภทเปรียบดังข้อสรุปของเรื่องราวนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น  คำคมความรัก  คำคมชีวิต  คำคมคนอกหัก  คำคมเตือนสติ  คำคมเอาฮา ฯลฯ และในที่นี้นิยายและซีรี่ส์ ‘สยบฟ้าพิชิตปฐพี’ จัดได้ว่ามีคำคมที่ให้แง่คิดในมุมมองต่างๆ กับผู้เสพเยอะมาก วันนี้เฮียเลยรวบรวมคำคมโดนๆ ที่อยู่ในนิยายเรื่อง ‘สยบฟ้าพิชิตปฐพี’ มาขยายความให้ฟัง หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณผู้อ่านผู้ดู หรือผู้ที่ไม่ได้ติดตามเรื่องนี้ ก็สามารถนำคำคมนี้ไปปรับใช้ได้เช่นกัน

     

    “เพราะว่าช้า ข้าถึงเร็วได้”

    คำคมนี้ออกมาจากปากของศิษย์พี่ใหญ่ (หลี่มั่นมั่น) ยามที่เขาต้องเจรจากับเทพกระบี่หลิ่วไป๋ เพื่อให้หยุดมือในการโจมตีหนิงเชวีย (พระเอก) ยามนั้นเทพกระบี่ได้ถามศิษย์พี่ใหญ่ว่าทั้งที่ศิษย์พี่ใหญ่เป็นคนที่เร็วที่สุด ทำไมถึงได้ชื่อว่ามั่นมั่น (มั่นมั่น แปลว่า ช้าช้า) ศิษย์พี่ใหญ่ได้ตอบกลับไปว่า “เพราะว่าช้า ข้าถึงเร็วได้” นับว่าเป็นคำพูดที่ถูกใจหลิ่วไป๋อย่างมาก อีกทั้งยังถูกใจแฟนๆ อีกด้วย

    ความหมาย

    คำคมนี้กำลังจะบอกบางสิ่งเกี่ยวกับความสมบูรณ์แบบ หลายครั้งที่เรามักจะมั่นใจในสิ่งที่ตนเองทำได้ดีจนเหมือนคิดว่าเราเก่งที่สุดจนไม่เปิดรับมุมมองอื่นๆ ความคิดเช่นนี้ส่งผลให้เกิดการอยู่กับที่และไม่เรียนรู้ ในเรื่อง ‘สยบฟ้าพิชิตปฐพี’ ศิษย์พี่ใหญ่ของเรามีวิชาที่สามารถไปที่ไหนก็ได้ในชั่วพริบตาจนได้ขนานนามว่าเป็นคนที่เร็วที่สุด คำคมที่ว่า ‘เพราะว่าช้า ข้าถึงเร็วได้’ ไม่ใช่ประโยคที่กล่าวออกมาเพื่อถ่อมตัว แต่มันยังบ่งบอกให้ผู้อ่านได้ขบคิดเกี่ยวกับบางสิ่งที่บางครั้งเราปิดรับความพัฒนาโดยไม่รู้ตัว ในโลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบก่อนที่จะเก่งได้ล้วนต้องเริ่มจาก 0 และก็ไม่มีขีดจำกัดที่บอกได้ว่าอะไรคือดีที่สุดอีกด้วย

     

    “แค่ชอบอาจจะยังไม่พอ”

    คำคมนี้ออกมาจากปากของแม่นาง ‘โม่ซันซัน’ ในตอนที่กำลังมีความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนกับหนิงเชวีย ซึ่งถ้าใครที่ติดตามนิยายเรื่องนี้จะรู้ว่าทั้ง 2 คนนี้เหมาะสมกันมากแค่ไหน

    ความหมาย

    ในโลกแห่งความเป็นจริง ‘ความรัก’ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถใช้เหตุผลเข้ามาตัดสินได้ แม้ความสัมพันธ์ภายนอกจะเหมาะสมกันเพียงใด มีคนชงให้คู่กันมากเพียงใด สิ่งที่จะตัดสินมันไม่ใช่สิ่งเหล่านั้น แต่เป็นความรู้สึกที่ต้องมากกว่าคำว่า ‘ชอบ’ ด้วยเหตุนี้ ‘โม่ซันซัน’ จึงเลือกที่จะจากพระเอกของเราไป ไม่ใช่เพราะความรู้สึกที่ผิดหวังอย่างเดียว แต่เป็นความเข้าใจว่าหนิงเชวีย ยังไม่ได้รู้สึกกับตัวนางถึงขั้น ‘ความรัก’

     

    “บางสิ่งที่คิดว่าดี สำหรับคนอื่นมันอาจเป็นสิ่งที่น่าเกลียดก็ได้”

    คนที่กล่าวคำคมนี้ก็คือหนิงเชวียที่ได้บอกกับผู้งมงายบุปผา ในยามที่ทั้ง 2 ต่างถกเถียงกันถึงสิ่งต่างๆ ว่าสิ่งไหนคือสิ่งที่สวยงามสิ่งไหนคือสิ่งน่าเกลียด ความเชื่อของผู้งมงายบุปผาคือนางค่อนข้างมีมุมมองต่อสิ่งต่างๆ ด้วยการตัดสินเพียงคำตอบเดียว เมื่อมาเจอกับพระเอกสายดาร์กของเราจึงได้เจอดีกันหน่อย

    ความหมาย

    เราต่างมีสิ่งที่ชื่นชอบและไม่ชอบและทั้ง 2 สิ่งก็ไม่ใช่สิ่งดียวกันหมดทุกคน บางสิ่งที่เราชอบอาจเป็นสิ่งที่คนอื่นเกลียด บางสิ่งที่คนอื่นชอบอาจเป็นสิ่งที่เราไม่ชอบสุดๆ เพราะเหตุนี้การมาหาคำตอบว่าสิ่งไหนเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดีนั้น ล้วนอยู่ที่มุมมองส่วนตัว ไม่อาจตัดสินได้ การอยู่รวมกันเป็นการยอมรับทั้ง 2 สิ่งนี้ เราไม่จำเป็นต้องพยายามชอบในสิ่งที่คนอื่นชอบ คนอื่นก็ไม่จำเป็นต้องพยายามชอบในสิ่งที่เราชอบ เพียงแค่เราต่างยอมรับในสิ่งที่ชอบและไม่ชอบซึ่งกันและกัน สิ่งนี้นั่นเองที่เป็นสะพานเชื่อมโยงให้คนเราเข้าใจกันได้

     

    “ต่อให้คนนับหมื่นอยู่ตรงหน้า หากข้าจะไป ข้าก็จะไป”

    ประโยคนี้เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในคำสอนของ ‘สถานศึกษา (ในซีรี่ส์จะใช้คำว่าสำนักอักษร)’ มีหลายคนในสำนักที่มักใช้คำนี้เวลาที่ต้องเผชิญกับเรื่องลำบากและมันก็เป็นประโยคที่ฟังดูฮึกเหิมจนแฟนๆ นิยายเรื่องนี้ชื่นชอบเป็นอย่างมาก

    ความหมาย

    ในชีวิต ‘ความกลัว’ เป็นสิ่งที่ขัดขวางเราในหลายๆ อย่าง เคยไหมที่เราอยากจะทำอะไรก็ตามแต่สุดท้ายเรากลับไม่ได้ทำมันเพราะคิดว่า เป็นไปไม่ได้  ทำไม่ได้แน่เลย  ความคิดเหล่านั้นกำเนิดจากความกลัว คำคม เอ้ย! คำสอนของสำนักอักษรนี้เป็นหนึ่งในคำสอนที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งที่สุด ไม่มีสิ่งใดที่เราต้องกลัวถึงต่อให้ผลลัพธ์จะออกมาไม่เป็นอย่างที่เราต้องการ แต่สิ่งสำคัญก็คือเราได้ทำในทางที่เราเลือกไปแล้วและไม่มีอะไรต้องเสียใจ กลับกันการที่มัวแต่กลัวและไม่ทำอะไรเลยตอนนั้นเองคือตอนที่คุณพ่ายแพ้โดยที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย

    คำกล่าว ‘ต่อให้คนนับหมื่นอยู่ตรงหน้า หากข้าจะไป ข้าก็จะไป’ จึงกลายเป็นประโยคที่ตราตรึงใจคนอ่านและคนดูเป็นอย่างมากเพราะนอกจากจะมอบความกล้าให้แล้ว เราก็จะไม่เสียใจภายหลังอย่างแน่นอน

     

    “ไม่สนเรื่องราวในโลก  ไม่ถามไถ่วิถีฟ้า  นั่นจะเป็นโลกของตัวเจ้าเอง”

    คำพูดนี้ออกมาจากจักจั่นยี่สิบสามวรรษ หรือศิษย์พี่สามของเรานั่นเอง มาจากตอนที่ศิษย์พี่สามต่อสู้กับเจ้านิกายแห่งซีหลิง เป็นคำสอนที่จอมปราชญ์เคยสอนให้กับนาง เพื่อให้นางมีสติในการใช้พลัง

    ความหมาย

    ในโลกยุคปัจจุบันที่ข้อมูลเร็วซะยิ่งกว่าสายฟ้า ทั้งเรื่องราวในโลกและวิถีฟ้าหลั่งไหลเข้ามาผ่านมือถือของเรา สิ่งที่เรียกว่า ‘ความเป็นตัวเอง’ นั้นกลับหาได้ยากที่สุดแ ม้บางครั้งคนเราจะตระหนักถึงสิ่งที่ทำว่าเป็นตัวของตัวเองแต่ข้อมูลต่างๆ ก็มักจะดึงเราออกจากโลกของตัวเองเสมอ คำกล่าวนี้จึงกลายเป็นประโยคที่เตือนสติเรื่องนี้ได้ดีมากๆ การที่เราไม่ถามไถ่ใคร ไม่สนเรื่องราวส่วนเกินที่หลั่งไหลเข้ามา อยู่กับตัวเองในจิตใจที่เงียบสงบที่สุด นั่นอาจเป็นการตระหนักรู้ถึงความเป็นตัวเองได้ง่ายที่สุด แต่การที่จะถึงขั้นนั้นได้มันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ยิ่งในยุคที่ความเป็นตัวเองจะถูกดูดกลืนไปตอนไหนก็ไม่รู้ด้วยแล้วนั้น ผู้ที่มีความเป็นตัวเองจริงๆ จึงจะสามารถมีความสุขกับสิ่งที่ตนเองชอบได้อย่างแท้จริง

     

    คำคมทั้ง 5 อาจไม่ใช่คำคมทั้งหมดของเรื่อง ‘สยบฟ้าพิชิตปฐพี’ ยังคงมีคำคมอีกมากมายในเรื่องนี้ที่เราสามารถจดจำและนำมาปรับใช้ในชีวิตของเราได้ การอ่านนิยายหรือดูซีรี่ส์จะมีประโยชน์มากขึ้นเมื่อเรามองลึกลงไปถึงสิ่งที่มากกว่าความบันเทิง ในเรื่องราวทุกเรื่องล้วนมีข้อคิดที่เราสามารถได้รับประโยชน์จากมันได้และสิ่งเหล่านี้จะทำให้การอ่านนิยายของเรานั้นมีคุณค่าขึ้นมากกว่าเดิม

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in บทความ

    นิยายยอดนิยม

    Facebook