มันเงยหน้าขวับ มองตรงไปข้างหน้ายามนั้นแสงตะวันสาดส่องต้องหน้ามันพอดี อำพรางสีหน้ามันจากทุกคน‘กระบี่สุริยัน’ ในมือฉู่อวี้หงเปล่งแสงเรืองรองดั่งแสงอรุโณทัย สว่างไสวจับตา เปี่ยมกลิ่นอายคุณธรรมอันเข้มข้น ทันทีที่มันตวาดก้อง ‘กระบี่สุริยัน’ ก็สาดแสงแรงกล้ากดดันเข้าหาศัตรูกระแสร้อนระอุสายหนึ่งพุ่งกระทบหน้า แต่หัวใจจางเสี่ยวฝานกลับเย็นเฉียบดุจน้ำแข็งประกายสุริยันที่ถั่งโถมใส่กลับสะกิดให้มันฉุกคิดถึงเช้าวันหนึ่งนานมาแล้ว วันที่มันกับหลินจิงอวี่ต้องพบกับความสูญเสีย วันที่พวกมันเดินกลับเข้าหมู่บ้านเห็นภาพศพกองพะเนินดุจภูเขา และเลือดที่ไหลนองดุจสายธารา ประสบความโศกาจนหัวใจแทบแตกสลายความร้อนระอุกำลังจะลวกผิวกาย แต่ภาพสาวงามพร่ำพลอดกับคนรักที่ข้างสระน้ำมรกตกลับผุดขึ้นในสมอง“โอย!” จางเสี่ยวฝานครางเบาๆ ความเจ็บปวดที่อธิบายไม่ได้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งไม่แยแสรังสีแรงจ้าที่กำลังพุ่งเข้าหา กลับกัดริมฝีปากตัวเองแตกจนเลือดไหลซิบช่างบังเอิญที่เลือดหยดนั้นตกลงบนกระบองดำที่มีริ้วแดงเหมือนเส้นเลือดพอดีแล้วร่างมันก็ถูกรังสีเจิดจรัสของดวงอาทิตย์ปกคลุมจนมิดศิษย์ดอยรับตะวันพากันโห่ร้องยินดี แต่ก็มีเสียงร้องตกใจแทรกขึ้นฟังดูแตกต่างจนสะดุดหูท่ามกลางสายตาไม่เป็นมิตรสิบกว่าคู่ เจิงซูซูที่จู่ๆ โผล่มากลับร้องเสียงดัง สายตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงสหายที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่วัน เสียดายที่ตามกฎห้ามคนนอกยื่นมือช่วย มิเช่นนั้นดูจากท่าทางฮึดฮัดของมัน ป่านนี้คงกระโดดขึ้นเวทีไปนานแล้วแม้แต่ชายชราเคราขาวที่นั่งคุมการประลองอยู่ข้างเวทียังปรายตามองมาแวบหนึ่งเพราะเสียงร้องนั้นบนเวทีประลอง รังสีกระบี่และแสงอรุโณทัยผสมผสานกันจนเคืองตา ฉู่อวี้หงรู้สึกภูมิใจยิ่ง วินาทีนี้แม้กระทั่งมันยังรู้สึกว่าตนฝึกวิชาได้ถึงจุดสูงสุด และหลังจากเอาชนะคู่ต่อสู้ที่ไร้น้ำยาคนนี้แล้ว มันจะต้องประสบแต่ชัยชนะ อาจจะคว้าชัยรอบสุดท้ายมาก็ได้! ผ่านวันนี้ไปเหลือแค่เอาชนะอีกเพียงสี่รอบเท่านั้นคิดถึงตรงนี้มุมปากมันก็กระตุกเป็นรอยยิ้ม ‘กระบี่สุริยัน’ เปล่งประกายร้อนแรงยิ่งขึ้น เห็นหนุ่มน้อยตรงหน้าเจ็บปวดจนหน้าตาบิดเบี้ยวแต่ทันใดนั้นมันก็ใจกระตุกวูบ เหมือนมีใครใช้ค้อนทุบแรงๆ ท่ามกลางประกายเฉิดฉันแสบตาของ ‘กระบี่สุริยัน’ จางเสี่ยวฝานเงยหน้าขึ้นลืมตา