• Connect with us

    Enter Books

    กระบี่เทพสังหาร

    ทดลองอ่าน กระบี่เทพสังหาร ตอนที่ 1

    บทที่ 10 หุบเขาลี้ลับ

    วันนี้จางเสี่ยวฝานขึ้นเขาไปตัดไผ่ตามปกติ ทิวทัศน์เขียวขจีถี่ยิบด้วยใบไผ่ ยามลมโชยชายป่าไผ่พลิ้วไหวดุจเกลียวคลื่น เป็นความงามของธรรมชาติที่จางเสี่ยวฝานเห็นจนคุ้นตาก็จริง แต่เห็นทีไรเป็นพาให้จิตใจแช่มชื่นสดใสทุกครามันสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด ขยับมือขยับเท้าเป็นการยืดเส้นยืดสายก่อนจะถือมีดเดินเข้าป่า บริเวณที่มันมุ่งหน้ามิใช่จุดที่เคยมาเมื่อสามปีก่อน แต่เป็นส่วนลึกที่สุดของป่า ที่นั่นมีแต่ไผ่ปล้องใหญ่ เนื้อไม้ก็แข็งกว่าเดิมหมอกในยามเช้าลอยอ้อยอิ่ง เปรียบดั่งผ้าม่านบางเบา ใบไผ่เขียวสองข้างทางยังเกาะพราวไปด้วยหยาดน้ำค้าง เมื่อต้องแสงตะวันก็ส่องประกายระยิบระยับขึ้นมาครู่หนึ่งให้หลังมันก็มาหยุดอยู่กลางดงไผ่ ไผ่ปล้องดำบริเวณนี้ปล้องใหญ่ใบดก สูงเลยชั้นเมฆ แสงอาทิตย์ส่องลอดกิ่งก้านใบถี่ยิบลงมา บันดาลให้เกิดเงาบนพื้นเป็นหย่อมๆ จางเสี่ยวฝานกวาดตามองหาไผ่ที่ต้องการ พอเลือกได้แล้วก็เล็งพลางยกมีดจะฟันแต่แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงดัง ‘ตุ้บ’ พร้อมกับความเจ็บแปลบที่หน้าผาก จางเสี่ยวฝานผงะถอยจึงเห็นลูกสนลูกหนึ่งตกกลิ้งอยู่บนพื้น ที่นี่มีแต่ต้นไผ่ หน่อไม้ก็มีมาก แต่ลูกสนกลับไม่เคยพบพานมันรู้สึกกังขา แต่แล้วปากก็คลี่ยิ้มกว้าง ชะเง้อหน้ามองหาไปรอบๆ พร้อมทั้งส่งเสียงเรียก“ศิษย์พี่หญิง เป็นท่านหรือ”เสียงมันดังก้องไปไกลทว่าไม่มีเสียงตอบรับ จางเสี่ยวฝานรู้ฤทธิ์ศิษย์พี่ขี้เล่นคนนี้ดีจึงขยับจะเรียกอีกครั้ง แต่แล้วก็เจ็บแปลบที่ศีรษะอีกรอบ คราวนี้เจ็บจนน้ำตาร่วง ปรากฏว่าเป็นลูกสนอีกแล้ว และเหนือศีรษะขึ้นไปมีเสียงร้องดัง ‘เจี๊ยกๆๆๆ’จางเสี่ยวฝานนวดศีรษะเงยหน้าเหยเกขึ้นมอง เห็นบนต้นไผ่ไม่รู้ว่ามีวานรขนเทาตัวหนึ่งมาเกาะอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ในมือมันถือลูกสนหลายลูก หางยาวพันรัดอยู่กับลำต้น แผดเสียงร้อง ‘เจี๊ยกๆๆ’ อย่างดีใจคล้ายมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นจางเสี่ยวฝานงงไปชั่วขณะ สามปีที่ผ่านมาไม่เคยเห็นมีวานรโผล่มาแถวนี้ บนดอยไผ่ใหญ่นี้แทบจะเป็นป่าไผ่ไปทั้งแถบ ในหุบเขาด้านทิศใต้จึงจะมีป่าสนและต้นไป๋อยู่แถบหนึ่ง ดูท่าวานรตัวนี้คงจะอาศัยอยู่ที่นั่น ไม่รู้ทำไมวันนี้ถึงแล่นเตลิดขึ้นมาถึงที่นี่ดอยไผ่ใหญ่มีภูมิประเทศสูงชัน แม้ไม่สูงเสียดฟ้าอย่างดอยทะลุเมฆา แต่ปลายยอดก็ทะลุเลยชั้นเมฆ หากคิดจะปีนขึ้นจากตีนเขาแทบจะไม่มีเส้นทางให้เดิน ศิษย์สำนักเมฆาเขียวส่วนใหญ่จึงใช้วิชาท่องเวหาจางเสี่ยวฝานเพิ่งจะอยู่ในช่วงฝึกวิชาขั้นพื้นฐาน ปกตินอกจากตัดไผ่ทุกวันก็จะฟังศิษย์พี่ทั้งหลายคุยกัน หลังดอยไผ่ใหญ่เป็นหุบเหวลึกมีต้นสนต้นไป๋ขึ้นหนาทึบไร้ร่องรอยผู้คนอาศัย ในสมัยเจ้าสังกัดคนก่อนเคยมีคนท่องกระบี่ลงไปสำรวจพบว่าเป็นเพียงป่าดึกดำบรรพ์ ไม่มีของประหลาดมหัศจรรย์อะไร ทว่าสัตว์ป่ากับแมลงพิษกลับมีมาก แต่พวกมันก็ไม่เคยออกนอกอาณาเขตทำความเดือดร้อนให้แก่ผู้คนที่อาศัยอยู่เคียงข้างขณะคิดเพลินก็เห็นวานรตัวนั้นยกมือขึ้น มันใจหายวาบรีบชักเท้าขยับหนี ลูกสนถูกซัดมาจริงๆ หากไม่หลบคงเจ็บตัวไปแล้วเจ้าวานรขนเทาซัดพลาดเป้าก็ร้องเสียงแหลมท่าทางเหมือนไม่พอใจ คล้ายจะตำหนิจางเสี่ยวฝานที่หลบพ้นจางเสี่ยวฝานหันไปแลบลิ้นปลิ้นตาหลอกแล้วเดินผละมาอย่างไม่สนใจ เพียงพึมพำด่าว่าเจ้าวานรตัวนี้นิสัยเกกมะเหรกเกเรชอบเขวี้ยงปาสิ่งของใส่ผู้อื่น สมเป็นเดียรัจฉานที่โง่เขลาจริงๆ เดินไปได้เพียงสองก้าวก็มีเสียงวัตถุลอยมา เขาหลบไม่ทัน เสียงดัง ‘ตุ้บ’ ท้ายทอยถูกลูกสนซัดโดนอย่างจัง คราวนี้เจ้าวานรขนเทาออกแรงไม่น้อย จางเสี่ยวฝานเจ็บจนเห็นดาวระยิบระยับเจ้าวานรตัวแสบเห็นได้ผลก็ตบมือหัวเราะลั่นตัวสั่นตัวคลอน จางเสี่ยวฝานบังเกิดโทสะ โถมเข้าเขย่าต้นไผ่ที่มันเกาะอยู่จนโอนเอน ทว่าเจ้าวานรขนเทาหาเดือดร้อนไม่ มันใช้หางรัดลำต้นไว้ ไม่ว่าเขย่าแรงเพียงใดมันก็ไม่กลัว แถมยังส่งเสียงร้อง ‘เจี๊ยกๆๆ’ อย่างสนุกเพลิดเพลินอีกด้วย

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in กระบี่เทพสังหาร

    นิยายยอดนิยม

    Facebook