มันตัวสั่นเทิ้มมือเท้าไร้เรี่ยวแรง ในที่สุดก็เข่าอ่อนทรุดนั่งกับพื้น จึงพบว่าตัวเองเดินมาถึงริมสระเสียแล้ว มันรวบรวมเรี่ยวแรงหยดสุดท้ายโคจรพลังมหัศจรรย์ไท่จี๋ พยายามดูดซับพลังงานจากธรรมชาติเข้าสู่ร่างกาย เมื่อพลังดังกล่าวเข้าหลอมรวมกับพลังโพธิธรรมถึงกับบรรเทาความเจ็บปวดลงได้ แต่ชั่วอึดใจก็ปลาสนาการ จางเสี่ยวฝานไม่มีทางเลือก พยายามโคจรพลังทั้งสองรวมกัน หายเจ็บได้นานเท่าไหร่ก็เท่านั้นแต่พลังเย็นยะเยียบสายนั้นดุดันเกินไป อีกทั้งทำให้คลื่นเหียน อวัยวะภายในปั่นป่วนแทบพลิกคว่ำพลิกหงาย ทรมานจนเห็นดาวระยิบระยับ ลมหายใจสับสน รู้สึกหวานเอียนที่ลำคอจนกระอักโลหิตออกมา ตัวส่ายโงนเงนแทบสลบไปเสียง ‘ตึ้บ’ ดังขึ้นหนักๆ ท้องนภาเหมือนจะดำมืดลงในพริบตา เจ้า ‘มุกดูดโลหิต’ พลันส่องแสงสีเขียวเจิดจ้าโดยมีแสงสีทองอ่อนๆ ปรากฏให้เห็นวูบ มันคือสัญลักษณ์คำว่า ‘卐’ นั่นเอง แต่ยามนี้มันอ่อนแสงจนแตกสลายไปแล้ว ร่างจางเสี่ยวฝานถูกแสงสีเขียวครอบคลุมในทันที ประหนึ่งพญามารดูดเลือดกำลังจะถือกำเนิดขึ้นอีกคราแต่กระนั้นเรื่องประหลาดยังไม่ยุติ แทบจะในเวลาเดียวกับที่พลังสีเขียวหลุดเป็นอิสระ เสียงกึกก้องกัมปนาทก็ดังขึ้นจากกลางสระน้ำ พริบตาต่อมาบริเวณนั้นก็บังเกิดลมกระโชก หินกรวดที่ทับถมอยู่กลางสระปลิวว่อนไปรอบทิศ ผิวน้ำกระเพื่อมตัวเป็นระลอกวนอยู่รอบเนินหินตรงกลางอย่างรวดเร็ว กลายสภาพเป็นแอ่งน้ำวนขนาดใหญ่ และท่ามกลางสายน้ำแตกกระเซ็นเป็นฟอง ของสิ่งหนึ่งค่อยๆ ลอยขึ้นมา มันคือกระบองสีดำมะเมื่อมท่อนนั้นนั่นเอง มิใช่โลหะมิใช่เหล็ก กลิ่นอายชั่วร้ายอำมหิตแผ่กระจายปะทะใบหน้าจางเสี่ยวฝานร้องลั่น ร่างหงายผลึ่งไปด้านหลัง เจ้า ‘มุกดูดโลหิต’ เหมือนจะติดหนึบอยู่กับฝ่ามือมันก็มิปาน สะบัดเท่าไรก็ไม่หลุด ทั้งยังสังเกตได้อย่างเลือนรางว่าเลือดจากกายมันได้ไหลผ่านเข้าไปในตัวมุกอย่างช้าๆเสียงครืนครั่นดังขึ้นกลางม่านน้ำ เจ้ากระบองสีดำลึกลับพลันพุ่งฉิวเข้าหา ‘มุกดูดโลหิต’ ที่เปล่งประกายสีเขียวเจิดจ้า ยามสิ่งชั่วร้ายทั้งสองปะทะกันบังเกิดเสียงระเบิดดังกึกก้อง จางเสี่ยวฝานได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ร่างกระดอนขึ้นสูงเหนือพื้นกว่าจั้ง ส่วนพื้นดินบริเวณนั้นถึงกับถูกพลังดุดันกระแทกจนยุบกลายเป็นหลุมใหญ่พอร่างตกกระแทกพื้นจางเสี่ยวฝานก็หน้ามืดตาลาย เลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด แต่ความเจ็บปวดภายในกายดูเหมือนจะลดลงไม่น้อย มันมองเห็นเลือดสีแดงเป็นแถบ ปรากฏว่าเป็นเลือดที่หลั่งจากหัวตาจึงรีบยกมือเช็ด พอมองเห็นชัดก็พบว่าเจ้ากระบองสีดำประหลาดยังกระทุ้งอยู่บน ‘มุกดูดโลหิต’ ปล่อยพลังสีดำออกมาโจมตีเป็นระลอก ส่วนเจ้า ‘มุกดูดโลหิต’ เหมือนรู้ว่ากำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ จึงเร่งเร้าพลังสีเขียวออกต่อต้านสุดฤทธิ์ แต่ก็แปลกที่ความรู้สึกคลื่นเหียนและเย็นยะเยียบในกายจางเสี่ยวฝานกลับเริ่มลดน้อยถอยลงเป็นลำดับ