จางเสี่ยวฝานลมหายใจแทบขาดห้วงพยายามสลัดมือหนี แต่วัตถุประหลาดทั้งสองเหมือนกับงอกเงยจากมือมัน สลัดอย่างไรก็ไม่หลุด ทั้งยังคงขับเคี่ยวประลองพลังกันอย่างดุเดือดเลือดพล่านความหวาดกลัวแผ่ซ่านขึ้นมาจากใจ อยากจะหนีเจ้าของประหลาดทั้งสองไปให้ไกลแสนไกล จางเสี่ยวฝานรวบรวมพลังยันกายลุกขึ้น ทว่าสมองกลับหมุนคว้าง ร่างโงนเงนล้มลงอีกครั้ง มุกเขียวและกระบองดำยังพันตูกันอย่างเมามัน ดูเหมือนพลังสีดำจะได้เปรียบอยู่เล็กน้อยไม่กี่อึดใจพลังสีดำก็เริ่มรุกคืบ และทันใดนั้นเองจางเสี่ยวฝานก็เจ็บจี๊ดที่ฝ่ามือ มันตกใจจนหัวใจแทบกระดอนออกจากปาก เพราะกลางฝ่ามือที่ ‘มุกดูดโลหิต’ เกาะติดมีเลือดแดงฉานไหลซึมออกมาไม่หยุด ค่อยๆ สะสมกันจนเป็นแอ่งโลหิตราวกับได้แรงเสริม พอเจ้า ‘มุกดูดโลหิต’ ถูกอาบด้วยเลือด แสงสีเขียวก็เปลี่ยนเป็นเจิดจ้า พลิกกลับเป็นฝ่ายรุกใส่ ค่อยๆ สยบพลังสีดำลงจางเสี่ยวฝานหน้าซีดกายสั่นระริก เริ่มสูญเสียการรับรู้ลงทีละนิด ส่วนเลือดยังไหลซึมต่อ ค่อยๆ ย้อมให้บริเวณที่กระบองและไข่มุกเชื่อมต่อกันเปลี่ยนเป็นสีแดงกลิ่นคาวเลือดโชยคละคลุ้งเวลาผ่านไป แถบสีแดงยิ่งขยายใหญ่จนสุดท้ายเปลี่ยนเป็นแดงชุ่มแทบหยาดหยด และไม่ทราบเป็นเพราะเหตุใด พลังทั้งสองเริ่มอ่อนแรงลง จากเดิมที่ต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายกลายเป็นเริ่มผนวกรวมกันเป็นหนึ่งทั้งกระบองดำและมุกเขียวสูญเสียประกายดั้งเดิมของตัวเองหล่อหลอมเข้าหากัน เสียงดัง ‘ตึบ’ การเปลี่ยนแปลงอันพิสดารยุติลง ครั้นแล้วพวกมันก็หลุดจากฝ่ามือจางเสี่ยวฝานตกสู่พื้น “เสี่ยวฝาน! เสี่ยวฝาน! ศิษย์น้องเล็ก!…”เสียงเรียกอย่างร้อนรนดังขึ้นข้างๆ หูจางเสี่ยวฝานสมองมึนตึ้บ ปวดร้าวศีรษะอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แค่ลืมตาก็แทบจะกินแรงทั้งหมดที่มีอยู่ของมัน ใบหน้าร้อนรนระคนห่วงใยของเถียนหลิงเอ๋อร์ค่อยๆ แจ่มชัดขึ้นทีละน้อย มันขยับริมฝีปากร้องเรียกเสียงแหบแห้ง“ศิษย์พี่”เถียนหลิงเอ๋อร์ยิ้มอย่างดีใจ ถามว่า“เสี่ยวฝาน ตื่นแล้วหรือ”