นับจากมันเริ่มงานในครัว เจ้าเทาก็เหมือน ‘อาศัยความใกล้ชิดไปหาผลประโยชน์’ มักจะวิ่งตามเข้าไปในครัว มือขวาคว้าหน่อไม้ มือซ้ายหยิบผลไม้ เอาแต่ขโมยกินทั้งวัน ครึ่งปีมานี้ถึงกับอ้วนขึ้นจนผิดตา แต่บนความสุขสันต์นี้เจ้าเทากลับมีคู่อริอยู่ตัวหนึ่ง นั่นก็คือเจ้าเหลืองที่เถียนปู้อี้เลี้ยงมาตั้งแต่เล็กไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดเจ้าเหลืองมักเห็นเจ้าเทาเป็นที่ขัดหูขัดตา แรกที่พบหน้าก็เห่าใส่ไม่หยุดทำเอาเจ้าเทาหวาดกลัวต้องกระโดดหนีขึ้นต้นไม้ แต่พอผ่านไปนานเข้าในที่สุดมันก็จำใจยอมรับว่าเจ้าเทาเป็นสมาชิกของดอยไผ่ใหญ่ด้วยตัวหนึ่ง แต่ทุกครั้งที่พบหน้าก็ไม่วายแยกเขี้ยวขู่คำรามจนเจ้าเทาร้อง ‘เจี๊ยกๆ’ ด้วยความกลัว เจ้าเหลืองจึงจะเห่า ‘โฮ่งๆๆ’ แล้วเดินเชิดหน้าส่ายหางจากไปฤดูสารทจากไป เหมันต์มาเยือน อากาศบนดอยเริ่มหนาวเย็น นอกจากเถียนปู้อี้กับภรรยาที่พลังปราณลึกล้ำ ไม่ยั่นต่อความหนาวร้อนของธรรมชาติ เถียนหลิงเอ๋อร์และศิษย์ทั้งหลายต่างต้องใส่เสื้อผ้าเพิ่มอีกหลายชั้นวันนี้บนดอยไผ่ใหญ่เพิ่งจะมีแสงตะวันสาดส่อง จางเสี่ยวฝานเสร็จงานในครัวก็เดินออกไปยืดเส้นยืดสาย แล้วนั่งลงเอนหลังพิงต้นสนหลับตาพริ้ม อาบแดดอันอบอุ่นอย่างสุขสบายนั่งจนสะลึมสะลือ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเห่า พอปรือตามองก็เห็นเจ้าเหลืองนอนอาบแดดอย่างเกียจคร้านอยู่บนพื้น ส่วนเจ้าเทากลับแอบย่องเข้าหาทีละก้าวๆปกติเจ้าเหลืองมักวิ่งมาหาอะไรกินที่ห้องครัวอยู่เป็นประจำ ดังนั้นความเป็นอริระหว่างสุนัขกับวานรคู่นี้มันเข้าใจดีที่สุด คิดไม่ถึงว่าวันนี้เกิดเรื่องมหัศจรรย์ดุจดั่งดวงตะวันขึ้นจากทางทิศตะวันตก เจ้าเทาถึงกับรุกเข้าหาเจ้าเหลืองก่อน! จางเสี่ยวฝานแปลกใจจนต้องจับจ้องมองการเคลื่อนไหวตรงหน้าเห็นเจ้าเทากำลังจะบรรลุถึงเป้าหมาย แม้ว่าเจ้าเหลืองจะไม่มีตาหลัง แต่มันมีจมูกที่ไวต่อกลิ่น รู้ทันทีว่าด้านหลังมีสิ่งแปลกปลอมประชิดเข้ามา มันหันขวับไปมอง พริบตานั้นก็แสยะปากกว้างแยกเขี้ยวพร้อมทั้งเห่าขู่ ‘โฮ่งๆๆ’เจ้าเทาหดตัวเล็กน้อย แม้มีท่าทางหวาดผวา แต่หลังจากกลอกตาคิดหนึ่งรอบก็ยกมือขวาขึ้น แกว่งของในมือยื่นไปตรงหน้าเจ้าเหลืองทีแรกเจ้าเหลืองยังไม่สนใจ ยังคงเห่าขู่จนน้ำลายแตกฟอง มิคาดอึดใจต่อมามันก็สูดดมฟุดฟิด สองตาจ้องเขม็งไปที่ของในมือเจ้าเทา อ้าปากแลบลิ้นแผล็บๆ แม้แต่หางก็เริ่มส่ายกระดิกแสดงความเป็นมิตรออกมา