ฉีเฮ่ารีบสะอึกกายออกไปห้ามเสียงดัง“อาจารย์อา โปรดยั้งมือไว้ไมตรีด้วยเถิด!”เถียนปู้อี้ไม่รุกไล่ ลดสายตามองแต่ ‘ กระบี่สยบมังกร’ ปล่อยให้ฉีเฮ่าดึงหลินจิงอวี่ไปหลบด้านหลัง ยามนั้นรังสีสีแดงปลาสนาการไปสิ้น แต่เจ้ากระบี่วิเศษเหมือนมีชีวิตจิตใจ พยายามดิ้นรนอยู่ในมือเถียนปู้อี้ เปล่งแสงสว่างสาดส่องร่างมันจนเป็นสีเขียววูบวาบเถียนปู้อี้เงยหน้าขึ้นกล่าวเสียงเย็นชา“ ‘กระบี่สยบมังกร’ เป็นเทพศัสตราวุธจากสรวงสวรรค์ก็จริง แต่มิใช่ว่าจะร้ายกาจไร้เทียมทาน!”จบคำนิ้วทั้งห้าก็เกร็งเขม็ง ‘กระบี่สยบมังกร’ ราวกับถูกสยบหยุดนิ่งลงอย่างเชื่อฟัง อึดใจให้หลังตัวกระบี่ก็เปล่งรังสีขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เจิดจ้าจนแสบตา สว่างไสวกว่ายามอยู่ในมือหลินจิงอวี่ไม่รู้ว่ากี่เท่าต่อกี่เท่าฉีเฮ่าร้องเสียงหลง“อาจารย์อาเถียน!”เถียนปู้อี้สีหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็ง มือขวากำกระบี่ ฟันทแยงจากบนลงล่างไปยังทิศทางที่ฉีเฮ่ากับหลินจิงอวี่ยืนอยู่ ปลายกระบี่แหวกอากาศดังขวับ รังสีกระบี่พลันรวมตัวกันอย่างฮึกเหิมบังเกิดเป็นงวงอากาศสีเขียวสูงประมาณสองช่วงตัวคน หมุนติ้วอยู่กลางอากาศราวพายุหมุน ก่อนจะพุ่งเข้าใส่เป้าหมายฉีเฮ่าขบกรามกรอด สองมือร่ายคาถา เสียงดัง ‘เคร้ง’ กระบี่วิเศษสีขาวเล่มหนึ่งถูกเสกออกมา มันก็คือ ‘กระบี่เย็นยะเยือก’ ที่มีชื่อโด่งดังนั่นเองเพียงพริบตารังสีกระบี่สีเขียวของเถียนปู้อี้ก็บรรลุถึง ฉีเฮ่าดันหลินจิงอวี่ถอยหลัง ในขณะเดียวกัน ‘กระบี่เย็นยะเยือก’ ในมือขวาก็กวัดแกว่งส่งไอเย็นออกมาบังเกิดเป็นกำแพงน้ำแข็งเจ็ดชั้นขวางอยู่ตรงหน้าเสียง ‘ปังๆๆ’ ดังติดต่อกัน รังสีกระบี่ปะทะใส่กำแพงน้ำแข็งอย่างจัง แต่อานุภาพครั้งนี้ไม่เหมือนตอนหลินจิงอวี่เป็นผู้ใช้ ‘กระบี่สยบมังกร’ ทะลวงผ่านปราการเหมือนไร้สิ่งกีดขวาง เพียงพริบตากำแพงน้ำแข็งเจ็ดชั้นก็แตกกระจุย สะเก็ดน้ำแข็งปลิวว่อน ทว่ารังสีกระบี่ยังคงเหี้ยมหาญไม่อ่อนแรง ตรงกันข้ามกลับยิ่งดุดัน ทะยานพุ่งราวมังกรระห่ำ แยกเขี้ยวกางเล็บใส่ร่างฉีเฮ่าฉีเฮ่าหน้าซีดจะหลบก็หลบไม่ทัน ได้แต่รวบรวมพลังทั้งร่างร่ายรำกระบี่วิเศษรวดเร็วเป็นจักรผัน ปลายกระบี่ส่งลำแสงสีขาวเป็นหมื่นสายกลายเป็นปราการป้องกันอยู่ตรงหน้า