• Connect with us

    Enter Books

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่านนิยายสยบฟ้าพิชิตปฐพี 23_2

    เสียงสรรเสริญพระพุทธคุณในวัดเสวียนคงเมื่อครู่ดังมาจากเจ้าคณะฝ่ายเทศนาผู้มีตำแหน่งสูงสุดของวัดเสวียนคง ฌานจิตของเจ้าคณะฝ่ายเทศนาถูกรบกวน จึงสั่งให้หลวงจีนสัประยุทธ์ของตนไปสำรวจทุ่งร้าง ชีเหมยแม้มีตำแหน่งสูงเป็นถึงเจ้าอาวาส ก็จำเป็นต้องออกหน้าเอง ซ้ำมันยังรู้อีกด้วยว่าเหตุใดฌานจิตของเจ้าคณะฝ่ายเทศนาจึงถูกรบกวน

    มหามุนีนำสวดของวัดเสวียนคง เพราะทำผิดกฎของนิกายพุทธ ทั้งได้รับผลกระทบจากลูกที่ไม่เอาไหนของตน ดังนั้นเมื่อสามปีก่อนจึงถูกหอวินัยตัดสินโทษให้เข้าสู่ทุ่งร้างไปบำเพ็ญทุกรกิริยา เมื่อคำนวณเวลาตอนนี้ก็ครบกำหนดของการบำเพ็ญทุกรกิริยาแล้ว วันนี้มหามุนีนำสวดควรต้องกลับถึงวัดเสวียนคง ทว่าไม่มีผู้ใดพบเห็นเงาร่างของมหามุนีเลย

    ชีเหมยนำหลวงจีนสัประยุทธ์เดินทางไปตามทิศทางที่เจ้าคณะฝ่ายเทศนาสัมผัสได้ เดินทางจนกระทั่งตกเย็น เมื่อท้องฟ้ายามสนธยาดูคล้ายสีโลหิต ในที่สุดพวกมันก็พบเถ้าธุลีกองหนึ่ง

    กระแสลมในทุ่งร้างแรงมาก แต่เถ้าธุลีกองนี้กลับไม่ถูกพัดไปจนหมด เพราะในกองเถ้าธุลีมีพระธาตุที่ไม่ว่าเพลิงแบบไหนก็ไม่มีทางเผาได้หมด

    มองพระธาตุหลากสีสันในมือแล้ว ชีเหมยก็เงียบงัน หลวงจีนจีวรแดงพวกนั้นมีสีหน้าเศร้าสลด พากันนั่งขัดสมาธิล้อมรอบกองเถ้าธุลี แล้วเริ่มสวดพระสูตรสุขาวดีวยูหธารณี

    ชีเหมยสีหน้าเคร่งขรึมส่งพระธาตุเหล่านั้นให้หลวงจีนรูปหนึ่งเก็บรักษา จากนั้นคุกเข่าต่อหน้ากองธุลี ยื่นมือเข้าไปข้างในแล้วค้นหาอย่างเงียบๆ นิ้วมือที่เหมือนกิ่งไม้หินเคลื่อนไหวช้าๆ ในกองเถ้ากระดูกของมหามุนีนำสวด ทำหน้าที่เช่นเดียวกับตะแกรงร่อน ไม่มีหลุดรอดแม้สักกระผีกริ้น

    กระดูกส่วนที่เหลือของมหามุนีนำสวดถูกเพลิงแห่งยันต์เผาทำลายอย่างละเอียด นอกจากพระธาตุไม่กี่ชิ้นนั้นแล้ว ส่วนที่เหลือกลายเป็นผงธุลีขาวละเอียด ตามหลักแล้วชีเหมยไม่น่าจะค้นพบอะไร แต่นิ้วมือยิ่งเคลื่อนไหว สีหน้าของมันก็ยิ่งเคร่งเครียด เพราะในเถ้าธุลีสีขาวปลายนิ้วของมันสัมผัสได้ถึงลมปราณสุดไพศาลที่น่าเกรงขามยากจะลบเลือน

    ชีเหมยยืนขึ้น แล้วเดินกลับไปทางเก่าที่มาในทันใด ตอนนี้มันจึงนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่ตอนที่ผ่านต้นโพธิ์ รู้สึกว่าต้นไม้ต้นนั้นดูเหมือนจะแตกต่างกับต้นที่เห็นอยู่ทุกวันตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาอยู่เล็กน้อย

    มันเดินไปหน้าต้นโพธิ์ เห็นตัวอักษรเล็กๆ ที่สลักอยู่บนลำต้นสีเทา สีหน้ายิ่งเพิ่มความเย็นชา เพลิงโทสะในดวงตายิ่งวาวโรจน์

    ‘ฤดูสารท รัชสมัยเทียนฉี่ปีที่สิบหก หนิงเชวียแห่งสถานศึกษาพาซังซังบุตรีของหมิงหวังผู้เป็นภรรยามาที่นี่’

    ทำไมจึงเป็นปีที่สิบหก? ชีเหมยไม่เข้าใจ ใช้ชายจีวรปัดพื้นดิน กรวดทรายบนพื้นกระจัดกระจายไป เผยให้เห็นรอยล้อรถตื้นๆ

    เดินตามรอยล้อรถนี้ไปหลายสิบจั้ง แล้วรอยล้อจางๆ ก็หายไปจนหมด มันเพ่งมองไปไกล คาดเดาทิศทางที่รถม้าสีดำกำลังวิ่งไป

    ราตรีกำลังมาเยือน โลกในหลุมฟ้าเข้าสู่รัตติกาลดำมืดอันยาวนานไปก่อนแล้ว วัดสีเหลืองบนยอดเขายังสามารถมองเห็นแสงอาทิตย์สุดท้าย เสียงระฆังดังกังวานขึ้นจากวัดหลังนั้น จากนั้นค่อยๆ ถ่ายทอดลงไปด้านล่าง วัดสีเหลืองจำนวนนับไม่ถ้วนพลันมีเสียงระฆังดังขึ้นพร้อมกัน

    เสียงระฆังของวัดเสวียนคงส่งจากโลกใต้ดินอันสงบมาถึงพื้นดินที่เปล่าเปลี่ยว จากนั้นแผ่ออกไปทั้งสี่ทิศแปดด้าน เชื่อว่าเพียงไม่กี่วัน คนทั้งโลกก็จะรู้ว่าบุตรีของหมิงหวังยังมีชีวิตอยู่ นางกำลังหนีตายอยู่กับหนิงเชวียแห่งสถานศึกษาในทุ่งร้างตะวันตก

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in ทดลองอ่าน

    นิยายยอดนิยม

    Facebook