• Connect with us

    Enter Books

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่านนิยาย เพลงกลอนคลั่งยุทธ์ เล่ม 3 บทที่ 1

    หน้าที่แล้ว1 of 15

    บทที่หนึ่ง เขาอู่ตัง

     

    โหวอิงจื้อยืนอยู่ด้านล่างเชิงเขา เงยหน้าแหงนมองหุบเขาอู่ตังด้วยแววตาเลื่อมใสไร้เทียบเทียม

    มันพลันตระหนักแล้วว่าเหตุใดเจตจำนงใต้หล้าไร้เทียมทานจึงก่อกำเนิด ณ ที่แห่งนี้

    อยู่สำนักชิงเฉิงหกเจ็ดปี โหวอิงจื้อมักจะชมเชยทัศนียภาพอันงามล้ำนั้นของเขาชิงเฉิงไม่หยุด แต่ว่าวันนี้ได้เห็นเขาอู่ตังที่ขนานนามว่า ‘หุบเขา’ จึงรับรู้ว่าสิ่งใดเรียก ‘ใหญ่โต’ อย่างแท้จริง

    ลักษณะของเขาอู่ตังแปลกประหลาดอย่างยิ่ง พื้นที่โดยรอบลาดต่ำ แต่ตรงกลางกลับผงาดกลุ่มยอดเขาประหลาดขึ้นมา ความพิเศษอยู่ที่ช่วงเช้ายามวสันต์นี้ สีภูผาเขียวเข้มชอุ่ม ปกคลุมไว้ด้วยบรรยากาศลี้ลับเก่าแก่อันหนาแน่น มิน่าเขาอู่ตังจึงถูกขนานนามว่า ‘ภูเขาเซียน’ มาตั้งแต่โบราณกาล

    ‘เจ็ดสิบสองยอดเขาอู่ตัง’ อันเลื่องชื่อ แต่ละยอดรูปลักษณ์คล้ายดั่งปลายศรและคมกระบี่ชี้ฟ้า ตั้งตระหง่านประชันอำนาจซึ่งกันและกัน โอบล้อมยอดเขาเทียนจู้ (เสาค้ำฟ้า) ที่สูงที่สุดไว้ตรงกลางจนดูโดดเด่นเหนือหมู่ยอดเขาดั่งกระเรียนยืนอยู่ท่ามกลางฝูงปักษา หนึ่งเสาค้ำฟ้าราวกับจะทะลุไปถึงท้องนภาอันไร้หมู่เมฆ สูงส่งเลิศล้ำดุจจักรพรรดิผู้อยู่เหนือขุนนางทั้งปวง เมื่อมองดูกลุ่มยอดเขารอบๆ โดยละเอียดอีกครั้งก็เห็นลักษณะราวกับค้อมศีรษะกราบไหว้ยอดเขาเทียนจู้อยู่ นี่คือภูมิทัศน์ ‘เจ็ดสิบสองยอดเขาน้อมเฝ้ายอดแห่งขุนเขา’ อันเลื่องชื่อของเขาอู่ตัง

    ทัศนียภาพแห่ง ‘ใต้หล้าไร้เทียมทาน’

    โหวอิงจื้อหลั่งน้ำตาอย่างไม่รู้ตัว แขนทั้งสองกอดกระบี่อู่ตังเล่มนั้นเอาไว้แน่น

    ขอเพียงเป็นนักสู้ที่แท้จริง เป็นไปมิได้ที่จะปฏิเสธการสั่นคลอนต่อทัศนียภาพนี้

    คนทั้งหมดของสำนักอู่ตังใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ทุกวันใช้ลักษณะขุนเขาเช่นนี้เป็นฉากหลังในการฝึกซ้อม

    โหวอิงจื้อพอนึกถึงขั้นนี้ทรวงอกก็เร่าร้อนขึ้นมาดุจเพลิงเผา ในนั้นมีทั้งความละอายใจ ชื่นชม ริษยา และตื่นเต้น

    เพราะมันเองก็ใกล้จะกลายเป็นหนึ่งในพวกมัน

    โหวอิงจื้อออกจากเฉิงตูได้สองเดือนกว่าแล้ว มันกราบเข้าสำนักชิงเฉิงตั้งแต่อายุสิบสองปี นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ออกจากประตูสำนัก ที่ผ่านมาไม่เคยมีประสบการณ์เดินทางไกลคนเดียว เมื่อต้องสัญจรในซื่อชวนที่มีภูเขามากก็ไม่คุ้นเคยเส้นทาง ด้วยเหตุนี้จึงใช้เวลาหลายวันกว่าจะมาถึงในที่สุด

    ทว่านี่มิใช่จุดหมายของการเดินทาง

    การเดินทางที่แท้จริงจะเริ่มจากที่แห่งนี้

     

    ผู้เฝ้าซุ้มประตูเขาด้านล่างเชิงเขาคือนักพรตน้อยรูปหนึ่งของ ‘อารามหยวนเหอ’ มันนำทางโหวอิงจื้อเดินขึ้นเส้นทางบูชาเทพขุนเขาที่ใช้หินผาปูเอาไว้จนถึงเชิงเขาก่อนเลี้ยวเดินไปทางตะวันตก

    ไม่ถึงครู่หนึ่ง เขาหลักของสำนักอู่ตัง อารามอวี้เจินก็อยู่ตรงหน้าแล้ว

    ที่แห่งนี้หันหลังชนกับเขาเฟิ่งหวง (พญาหงส์) ด้านหน้าคือเขาจิ่วหลง (เก้ามังกร) ด้านซ้ายเป็นแท่นวั่งเซียน (ชมเซียน) ด้านขวามีถ้ำเฮยหู่ (เสือดำ) ภูผาวารีล้อมรอบ ภูมิที่ตั้งเลิศล้ำ เป็นสถานที่ที่ปรมาจารย์จางซานเฟิงผู้เปิดเขาอู่ตังสร้างวัดบำเพ็ญเมื่อปีแรกของราชวงศ์นี้ และภายหลังจักรพรรดิเฉิงจู่จูตี้บูรณะอู่ตังทรงออกพระราชโองการสร้างอารามอวี้เจินให้ผู้บรรลุจาง ณ ที่แห่งนี้ รัชสมัยหย่งเล่อปีที่สิบห้าจึงแล้วเสร็จ เป็นโถงตำหนักโรงเรือนเกือบหนึ่งร้อยหลัง ในสมัยต่อมาก็ยังสร้างเพิ่มขึ้นอีก

    หน้าที่แล้ว1 of 15

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in ทดลองอ่าน

    นิยายยอดนิยม

    Facebook