• Connect with us

    Enter Books

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่านนิยาย เพลงกลอนคลั่งยุทธ์ เล่ม 3 บทที่ 1

    15 of 15หน้าถัดไป

    ฝานจงพยักหน้าโดยมิได้กล่าวอีกสักประโยคให้เสียเวลา มันวิ่งออกจากประตูตำหนักเข้าไปในช่องเขาอนธการ

    “พวกเราไม่ต้องใช้คนมากนัก” กุ้ยตันเหลยหันหน้ามองดูสหายร่วมสำนักพลางกล่าว “คนมากทำให้เป็นที่สนใจ ข่าวอาจรั่วไหล”

    กุ้ยตันเหลยเคร่งเครียดอย่างมาก หากว่าเยี่ยเฉินยวนและซือซิงเฮ่ารองเจ้าสำนักคนใดคนหนึ่งอยู่ มันก็จะสบายใจ แต่กลับเกิดเรื่องขึ้นในเวลานี้…

    “จะเรียกรองเจ้าสำนัก…ออกมาไหม” เฉินไต้ซิ่วหนึ่งในศิษย์สายเต่าพิทักษ์กล่าว มันลดเสียงต่ำลงอีก “ข้าหมายถึง ท่านนั้นที่ยังอยู่บนเขาอู่ตัง…”

    รองเจ้าสำนักคนที่สาม

    กลุ่มคนจับจ้องมองหน้ากัน

    นี่คือข้อห้ามของอู่ตัง เฉินไต้ซิ่วมิกล้ากล่าวถึงแม้กระทั่งแซ่ของมัน

    กุ้ยตันเหลยครุ่นคิด “ไม่…ให้มันออกมาไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องราวน่ากลัวมากเท่าใด…เดิมทีก็มีเพียงเจ้าสำนักที่ควบคุมมันได้ เจ้าสำนักไม่อยู่ก็ยิ่งปล่อยออกมามิได้” มันถลึงดวงตากลมโตทั้งสองเอาไว้ กล่าวอีกว่า “เรื่องที่เจ้าสำนักไม่อยู่นี้ยิ่งมิอาจให้มันรู้เป็นอันขาด ทุกคนต่างรู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร”

    มันก้าวเท้าไปบนพื้นไม้หลายก้าว “พวกเจ้ายังต้องพิทักษ์เขาอู่ตัง ข้าไม่อาจพาไปได้หมด เฉินไต้ซิ่วไปกับข้า นอกนั้นข้าจะพาทัพที่เตรียมการล่วงหน้าของสายพลอีกาอีกห้าคนกับฝานจงไปด้วย รวมแปดคน”

    ศิษย์สายเต่าพิทักษ์อีกคนหนึ่งกล่าว “เพื่อความปลอดภัยต้องส่งหนังสือให้ศิษย์สายพญางูที่ประจำการอยู่นครหลวงให้เร็วที่สุด ให้มันแจ้งรองเจ้าสำนักซือให้รีบกลับมาเฝ้าป้องกันสำนักด้วยตัวเอง”

    “เจ้าสำนักกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่…” สหายร่วมสำนักคนหนึ่งด้านข้างกล่าวพึมพำ “จะไปไหนก็ต้องมีคนไปด้วยหรืออย่างไร วุ่นวายเช่นนี้เชียว…”

    “ห้ามวิจารณ์!” กุ้ยตันเหลยตวาดด้วยเสียงดุ “เจ้าสำนักอู่ตังใต้หล้าไร้เทียมทาน! จะทำเรื่องอะไร ทำอย่างไร ไม่มีผู้ใดควบคุมได้!”

     

    ขณะแสงอาทิตย์แรกของวันปรากฏ กุ้ยตันเหลย เฉินไต้ซิ่ว และศิษย์สายพลอีกาห้าคนที่มิได้ติดตามขบวนเดินทางไกลของเยี่ยเฉินยวนได้เตรียมอาวุธและถุงสัมภาระเบาพรักพร้อมและเหยียบย่างไปยังเส้นทางลงเขา

    ข้างทางบูชาเทพขุนเขาสายนั้นเอง เงาร่างเตี้ยล่ำสะพายเฉียงดาบยาวเงาหนึ่งกำลังยืนรอพวกมันอยู่บนเนินลาด

    ไม่ต้องมองดูเงาร่างนั้นโดยละเอียด กุ้ยตันเหลยก็รู้ว่าเป็นผู้ใด

    “ใครบอกเจ้า” กุ้ยตันเหลยถาม

    ซีเสี่ยวเหยียนมิได้ตอบคำ แต่เฉินไต้ซิ่วที่ยืนอยู่ข้างกุ้ยตันเหลยก้มศีรษะลงอย่างกระดากใจ

    “ให้ข้าไปด้วย” ซีเสี่ยวเหยียนกระโดดลงมาจากเนิน

    “พวกเราไปทำธุระ” กุ้ยตันเหลยกล่าวอย่างเคร่งขรึม “มิใช่ให้เจ้าไประบายความเจ็บปวดที่สูญเสียพี่ชาย”

    “ข้าเป็นศิษย์อู่ตัง” ซีเสี่ยวเหยียนกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว “กฎบัญญัติของอู่ตัง ข้าก็รู้”

    กุ้ยตันเหลยจ้องมองดวงตาของซีเสี่ยวเหยียน จากนั้นส่ายหน้า

    ซีเสี่ยวเหยียนไม่พอใจ “ถึงท่านไม่อนุญาตข้าก็จะตามไป ลงเขาโดยพลการนั้นละเมิดกฎ ท่านกลับมาค่อยลงโทษข้าเถอะ”

    กุ้ยตันเหลยส่ายหน้าถอนหายใจ ขณะเดียวกันกลับรู้สึกภาคภูมิใจแทนสำนัก

    ทางเส้นที่สำนักอู่ตังเดินมายี่สิบกว่าปี ก็เพื่อบ่มเพาะนักสู้ผู้ดื้อรั้นและโอหังประเภทนี้ออกมา

    กุ้ยตันเหลยมิได้กล่าวต่อสักประโยค มันเดินนำหกคนลงเส้นทางเขาต่อ

    แต่ก็มิได้ขัดขวางซีเสี่ยวเหยียนร่วมทางอีก

    ครั้นออกซุ้มประตูเขาลงจากเชิงเขาแล้ว คนทั้งแปดก็เดินทางไปยังประจิมทิศ หันหลังให้พระอาทิตย์

    จุดหมายปลายทางคือที่ราบกวนจง ยอดเขาซีเยวี่ยแห่งเขาฮว่าซาน

    สิ่งหนึ่งที่แปดคนนี้ไม่รู้คือขณะที่พวกมันออกมา พิราบลึกลับตัวหนึ่งได้กระพือปีกออกมาจากเขาอู่ตัง บินขึ้นสู่ฟ้ายามรุ่งอรุณนั้น

     

    โปรดติดตามตอนต่อไป…

    15 of 15หน้าถัดไป

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in ทดลองอ่าน

    นิยายยอดนิยม

    Facebook