• Connect with us

    Enter Books | นิยายแฟนตาซี กำลังภายใน ลึกลับ สืบสวน

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน นิยายสยบฟ้าพิชิตปฐพี เล่ม 25 ตอนที่ 1

    เปรี้ยง!

    สายฟ้าสายหนึ่งระเบิดขึ้นที่เบื้องหน้ามัน

    เจตนารมณ์แห่งหมัดปะทะกับสายฟ้าระเบิดเป็นคลื่นลมหายใจแห่งฟ้าดินที่รุนแรง ม้าศึกของเฉิงจื่อชิงถูกกระแทกจนตายคาที่ ส่วนตัวมันปลิวไปด้านหลังแล้วร่วงลงพื้นอย่างหนักหน่วง

    เฉิงจื่อชิงหน้าซีดเผือด กระอักเลือดไม่หยุด ด้วยความช่วยเหลือของสายฟ้าสายนั้นมันจึงโชคดีรอดจากเจตนารมณ์แห่งหมัดมาได้ แต่ก็ยังถูกคลื่นพลังปฐมแห่งฟ้าดินที่เกิดจากการปะทะกระแทกจนบาดเจ็บสาหัส

    ความเสียหายที่หนักที่สุดคือมันสูญเสียการเชื่อมโยงกับกระบี่แก่นฐานชีวิตแล้ว ยอดฝีมือจากศาลากระบี่แห่งหนานจิ้นผู้นี้ ฤดูสารทปีที่แล้วที่วัดลั่นเคอ กระบี่แก่นฐานชีวิตของมันถูกธนูของหนิงเชวียทำลาย ไม่ง่ายเลยที่จะได้รับความช่วยเหลือจากศิษย์พี่หลิ่วไป๋จึงได้หลอมกระบี่แก่นฐานชีวิตเล่มที่สองซึ่งมีอานุภาพร้ายกาจกว่าเดิม ตอนนี้ถูกทำลายอีกครั้ง สำหรับมันความเสียหายนี้ร้ายแรงที่สุด

    เสียงฟ้าร้องเสียงแรกเพิ่งจะดังขึ้นก็เกิดสายฟ้าสายที่สอง

    เสียงฟ้าร้องดังไม่หยุด สายฟ้าเส้นเล็กๆ ส่องฝุ่นควันจนสว่าง สายฟ้าเหล่านี้ไม่ได้มาจากท้องฟ้า แต่มาจากกลางอากาศสูงจากพื้นทุ่งร้างสิบกว่าจั้ง ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลันแล้วพุ่งลงมาอย่างกะทันหัน

    พลังของสายฟ้าเหล่านี้ไม่น่ากลัวเท่าสายฟ้าตามธรรมชาติ แต่หากโจมตีโดนร่างกายมนุษย์ยังคงสร้างความเสียหายที่น่ากลัวได้ ต่อให้เป็นนักรบชาวฮวงที่แข็งแกร่งก็ต้องกลายเป็นเถ้าถ่านอย่างแน่นอน

    แต่ที่น่าแปลกใจคือสายฟ้าเหล่านี้ไม่ได้โจมตีใส่นักรบชาวฮวงทุกคน เพียงบัดเดี๋ยวหายไปบัดเดี๋ยวปรากฏราวกับว่ากำลังไล่ตามใครคนหนึ่ง เหมือนกระบี่เล่มหนึ่งที่เฉลียวฉลาด

    ในทุ่งร้างมีเหยี่ยวท้องขาวชนิดหนึ่งมักทำรังอยู่บนพื้นดิน รังของเหยี่ยวตัวหนึ่งถูกกีบเท้าม้าเหยียบย่ำจนเหลือแต่ซากไปสักพักแล้ว เหยี่ยวตัวนี้บินอยู่บนท้องฟ้าอย่างหวาดกลัว หากแต่ก็อาลัยอาวรณ์ไม่อยากจากไป

    ตอนที่เกิดเสียงฟ้าร้องมันก็ทนความหวาดกลัวตามสัญชาตญาณไม่ไหว จึงไม่อาจสนใจลูกเหยี่ยวในรังได้อีก ส่งเสียงร้องแหลมสองคราแล้วกระพือปีกบินสูงขึ้นกว่าเดิม

    เหยี่ยวท้องขาวไม่กล้าบินไปทางทิศเหนือเพราะทิศเหนือมีเมฆดำ จึงได้แต่บินสูงขึ้นแล้วมุ่งไปทางทิศใต้ ยิ่งบินสูงขึ้นผู้คนบนพื้นก็ยิ่งเล็กลง ค่อยๆ เห็นเป็นมดตัวเล็กๆ มากมาย

    ถ้าท้องฟ้ามีตา ผู้คนที่รบราฆ่าฟันกันอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ในทุ่งร้างตอนนี้น่าจะเป็นจุดสีดำที่เล็กยิ่งกว่ามด มันอาจสงสัยหรืออาจหัวเราะต่อสิ่งที่มันมองเห็น

    ไม่มีใครรู้ว่าเวลาที่มนุษย์คิดพิจารณา เฮ่าเทียนจะหัวเราะหรือไม่ และไม่มีใครรู้ว่าเวลาที่มนุษย์ทำสงครามกัน เฮ่าเทียนจะหัวเราะหรือไม่ แต่การคิดพิจารณาหรือการทำสงครามสุดท้ายแล้วคือเรื่องของมนุษย์เอง ไม่ว่าเฮ่าเทียนจะหัวเราะหรือไม่มนุษย์ก็ยังคงทำเรื่องเหล่านี้ต่อไป บ้างคิดแล้วคิดอีก บ้างสละชีวิตสู้จนตัวตาย

    เหยี่ยวท้องขาวบินไปแล้ว เมฆดำใกล้เข้ามาเรื่อยๆ สงครามในทุ่งร้างยังคงดำเนินต่อไป ในทุกขณะจะมีคนล้มลง มีกระบี่แตกหักและมีโลหิตไหลทะลัก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะทหารม้าไม่สามารถวิ่งด้วยความเร็ว หรือเป็นเพราะผืนปฐพีเจิ่งนองไปด้วยโลหิตและถูกซากศพทับถมไว้ ฝุ่นควันในสนามรบที่เคยตลบคลุ้งจึงค่อยๆ สงบลง

    บริเวณใจกลางสนามรบ เหล่านักรบชาวฮวงที่แข็งแกร่งตะลุยไปข้างหน้าไม่หยุด แนวรบของทัพทหารม้าหนานจิ้นถูกพวกมันฉีกออกเป็นช่องใหญ่ ทหารม้าพิทักษ์นิกายของอาศรมเทพที่แสนแข็งแกร่งถูกพวกมันบุกโจมตีจนแนวรบแทบพังทลาย แน่นอนว่าพวกนักรบชาวฮวงก็ต้องสูญเสียอย่างหนักหนาสาหัสเช่นกัน นักรบชาวฮวงมากมายล้มตายอยู่ตามเส้นทางของการบุกโจมตี

    แขนเสื้อของเสื้อหนังสัตว์สะบัดท่ามกลางสายลมที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด จากนั้นก็วาดเป็นเงาขึ้นหลายสาย ถังที่โลหิตโซมกายสู้ตะลุยอยู่ในสนามรบเหมือนก้อนหินที่กำลังลุกไหม้ ตลอดทางมากระแทกม้าศึกปลิวไปสิบกว่าตัว ใช้มือเปล่าฉีกร่างเสินกวนไปหลายคน และในที่สุดก็มาประจันหน้ากับหลัวเค่อตี๋ โลหิตไหลลงมาจากร่างของถังเหมือนน้ำตก นั่นล้วนเป็นโลหิตของศัตรู ไม่ใช่ของมันเอง ไหล่ของมันแขวนอวัยวะภายในของเสินกวนคนหนึ่งที่มันกระชากออกมา ภาพที่เห็นดูน่าสยดสยองยิ่งนัก

    หลัวเค่อตี๋รู้ว่าอีกฝ่ายคือใคร สีหน้าจึงซีดเผือด ความกลัวเข้าครอบงำทั้งกายใจ สัญชาตญาณบอกให้หลบเลี่ยงหรือไม่ก็วิ่งหนี แต่มันรู้ดีว่าถ้าตนหลบเลี่ยงหรือวิ่งหนี หมัดของถังต้องทุบมันจนแหลกเละในเวลาต่อมาอย่างแน่นอน และต่อให้ตนโชคดีหนีรอดได้ เจ้านิกายก็คงประทานจุดจบที่น่าอนาถกว่าให้

    หลัวเค่อตี๋ตวาดก้องฟันดาบเสินชื่อไปที่ศีรษะของถัง คมดาบทำให้เกิดเสียงแหลมขึ้นในอากาศ ลายยันต์สีทองบนตัวดาบพลันเปล่งประกาย อานุภาพเพิ่มขึ้นในทันที

    ถังมองดาบที่ฟันมาด้วยสีหน้าเย็นชาแล้วต่อยหมัดออกไปตรงๆ หมัดที่เหมือนภูเขาต่อยลงบนคมดาบของหลัวเค่อตี๋ คมดาบแตกร้าวในทันที ด้ามดาบก็แตกร้าวในทันที ง่ามนิ้วมือข้างที่จับด้ามดาบของหลัวเค่อตี๋ฉีกขาด จากนั้นพลังที่น่ากลัวสายหนึ่งก็ถ่ายทอดเข้าไปในแขนมัน

    เปรี๊ยะ!

    กระดูกไหล่ของหลัวเค่อตี๋แตก มันล้มไปด้านหลังกระอักเลือดออกมามากมาย มันใช้มือซ้ายแทนดาบสับไหล่ตนเองอย่างแรง ใช้พลังปะทะหักล้างเพื่อตัดพลังสายนั้นที่โจมตีเข้ามา มันจึงโชคดีไม่ตาย และพริบตาที่มันล้มลงบนพื้น ถังก็ทะยานมาถึงเอาเท้าเหยียบไปที่ศีรษะมัน มองเห็นฝ่าเท้าที่เต็มไปด้วยคราบเลือดใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ดวงตาของหลัวเค่อตี๋ก็ฉายแววสิ้นหวัง ความรู้สึกของมันในตอนนี้เหมือนกับความรู้สึกของเฉิงจื่อชิงตอนที่สัมผัสได้ถึงเจตนารมณ์แห่งหมัดที่ร้อนลวกและน่ากลัว ทว่าก็เป็นเช่นเดียวกับเฉิงจื่อชิง ชั่วขณะก่อนที่ความตายจะมาถึง สายฟ้าสายหนึ่งก็เข้ามาช่วยชีวิตมัน

    สายฟ้าเหล่านี้ไล่ตามถังมานาน แต่ตามไม่ทัน มาตามทันตอนที่ถังทำให้หลัวเค่อตี๋บาดเจ็บสาหัสแล้ว

    ถังกระทืบเท้าลงพื้น กระทืบสายฟ้าสายนั้นจนจมลงไปในดิน เพราะพื้นทุ่งร้างชุ่มเลือดมาเป็นเวลานานจึงเพียงสั่นสะเทือนโดยไม่ก่อให้เกิดฝุ่นควัน หากแต่บริเวณผืนหญ้าที่แหลกละเอียดดั่งมีโลหิตไหลนองออกมา

    ท่ามกลางประกายสายฟ้าสว่างวาบ กระบี่เล่มหนึ่งปรากฏออกมาอย่างเงียบงัน แทงใส่ท้องของถัง

    ถังคือศิษย์สัญจรของพรรคมารและอาจเป็นศิษย์สัญจรรุ่นสุดท้ายแล้วก็เป็นได้ มันแข็งแกร่งมาก ไม่ว่าจะเป็นเฉิงจื่อชิงยอดฝีมือจากศาลากระบี่หรือหลัวเค่อตี๋ล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน

    บนโลกนี้ยากนักที่จะมีกระบี่แทงถูกร่างของมัน แต่ตอนนี้มันโดนแทงแล้ว

    แม้ว่าโดนแทง แต่ด้วยความแข็งแกร่งของร่างกายก็ยากที่กระบี่ใดจะแทงเข้าไปในเนื้อของมันได้ ทว่ากระบี่เล่มนี้ก็แทงเข้าเนื้อมัน ทั้งยังแทงลึกมาก โลหิตไหลซึมออกมาตามขอบคมกระบี่

    นี่ไม่ใช่กระบี่วิเศษเลิศล้ำในปฐพีและไม่ใช่กระบี่อันดับหนึ่งในใต้หล้าที่อยู่ริมสระน้ำแห่งศาลากระบี่เล่มนั้น เป็นเพียงกระบี่ไม้เล่มบางๆ เล่มหนึ่ง กระบี่ไม้เล่มนี้เหมือนเมื่อสิบกว่าปีก่อนไม่มีผิด เพียงแต่มีด้ามกระบี่เพิ่มเข้ามา

    คนที่กุมด้ามกระบี่อยู่ย่อมเป็นเยี่ยซู

    ถังคือศิษย์สัญจรของพรรคมาร เยี่ยซูคือศิษย์สัญจรของนิกายเต๋า สองคนนี้เป็นเหมือนสองด้านของโลก ย่อมมีสักวันที่ต้องเผชิญหน้ากัน จากนั้นก็สู้กันจนตายไปข้างหนึ่ง

    ทั้งคู่ล้วนเป็นสุดยอดฝีมือของโลก ต่างคนต่างมีความทระนง เยี่ยซูเผชิญหน้ากับจวินโม่แห่งสถานศึกษาในวัดลั่นเคอ จวินโม่หันกายจากไป มันจึงหันกายจากไป สงครามครั้งใหญ่ในทุ่งร้างวันนี้มันก็ไม่ได้สนใจที่จะฆ่านักรบชาวฮวงธรรมดา แต่มีสมาธิจดจ่ออยู่ที่ถังเพียงผู้เดียว

    แน่นอนว่าไม่ยุติธรรม ถังนอกจากจะต้องหลบกระบี่ของเยี่ยซูแล้วยังต้องปกป้องคนในเผ่าและสังหารยอดฝีมือของนิกายเต๋าอยู่ตลอด ที่สำคัญที่สุดคือมันนำชาวฮวงมาที่ทุ่งร้างต่อสู้กับชาวจงหยวนหลายวันแล้ว หากจะพูดให้ถูกกว่านี้คือ…มันต่อสู้มาหลายปีแล้ว

    เยี่ยซูที่อบรมบ่มเพาะร่างกายและจิตใจมานานจนถึงจุดสูงสุดต่อกรกับถังที่เหนื่อยล้า ผลของการต่อสู้จึงคาดเดาได้ไม่ยาก กระบี่ไม้แทงลึกเข้าไปในท้องของถัง จากนั้นก็เกิดเสียงฟ้าผ่า

    ท้องของถังปริแตก ตา จมูก และปากของมันก็มีเลือดไหลออกมา ครั้งนี้ไม่ใช่เลือดของศัตรู แต่เป็นเลือดของตัวมันเอง

    เพิ่งพบกันก็บาดเจ็บสาหัสเสียแล้ว แต่ใบหน้าของถังยังคงไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ยิ่งไม่มีความหวาดกลัว

    สองขาของมันพลันลุกไหม้ เปลวเพลิงสีแดงฉานปานประหนึ่งหินหนืดกลางภูเขาไฟ ลุกโชติช่วงด้วยความร้อนสูง ขาขวายกขึ้นจากพื้นในมุมที่แปลกประหลาด จากนั้นก็ถีบออก!

    มันยืนอยู่บนพื้นชัดๆ ขาขวาของมันก็เห็นๆ อยู่ว่ายกขึ้นมาแค่ครึ่งตัวคน แต่ตอนที่ถีบออกอย่างรวดเร็ว ขาข้างนั้นที่สวมรองเท้าหนังอยู่กลับเหมือนถีบทะลุเมฆลงมาจากท้องฟ้า

    ขาขวาของถังถีบลงบนกระบี่ไม้อย่างแรง กระบี่ไม้หักครึ่ง!

    กระบี่ไม้ปักลึกอยู่ที่ท้องมัน มันถีบกระบี่ไม้หักเท่ากับโจมตีท้องของตัวเองด้วย ทำให้อวัยวะภายในกระทบกระเทือน แต่สีหน้าของมันยังคงไร้ความรู้สึก!

    กลับเป็นเยี่ยซูที่หน้าซีดเผือด มือขวาปล่อยด้ามกระบี่ ทิ้งกระบี่โดยไม่ลังเล ชุดนักพรตบางเบาปลิวสะบัดเบาๆ กลางสายลม พลังปฐมแห่งฟ้าดินที่อ่อนจางสายหนึ่งพุ่งเข้ามา มันถอยไปร้อยจั้งอย่างรวดเร็วตามสายลม

    หมัดขวาของถังที่ใหญ่ปานภูเขากำแน่นแนบไว้ข้างเอว เดิมกำลังจะต่อยออกไปแต่ไม่ทันได้ต่อย เพราะที่เบื้องหน้าไม่มีเงาร่างของเยี่ยซูแล้ว หากต่อยออกไปก็ได้แต่ต่อยอากาศ

    โลหิตทะลักออกมาไม่หยุด ใบหน้าของถังในที่สุดก็ปรากฏความเหนื่อยล้า มันดึงกระบี่หักที่ปักอยู่ที่ท้องออก คุกเข่าข้างเดียวลงช้าๆ แล้วพักหอบหายใจ

    ถังผู้เป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของชาวฮวงถูกเยี่ยซูศิษย์สัญจรของนิกายเต๋าทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส สงครามในทุ่งร้างดำเนินมาถึงจุดนี้ ดูเหมือนว่าสามารถมองเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนแล้ว

    เสียงฆ่าฟันในสนามรบค่อยๆ ซาลง ชาวฮวงบุกสุดชีวิต แต่สุดท้ายถูกทัพทหารม้าหนานจิ้นและทัพทหารม้าพิทักษ์นิกายต้านไว้ได้ ยิ่งการบุกโจมตีของทหารม้าแห่งต้าถังนับหมื่นทางทิศตะวันตกก็มีพลังอย่างไม่อาจต้านทาน

    ขณะที่ชาวฮวงกำลังจะพบจุดจบพลันมีเสียงสวดมนต์ที่ทุ้มต่ำและพร้อมเพรียงดังขึ้น พวกนักรบชาวฮวงที่บาดเจ็บสาหัสจนไม่อาจสู้ต่อได้เริ่มสวดมนต์บทหนึ่งตามเหล่าผู้อาวุโส

    มนต์บทนี้ไม่ยาวนัก แต่การออกเสียงประหลาดยิ่ง ชัดเจนว่าไม่ใช่ภาษาที่ใช้กันทั่วไปของชาวจงหยวน…ดูเหมือนว่าเป็นภาษาโบราณที่ใช้กันทางชายแดนตะวันตกของแคว้นเยวี่ยหลุนเมื่อนานมาแล้ว นักรบชาวฮวงรวมถึงพวกผู้อาวุโสที่สวดนำต่างไม่รู้เลยว่าบทสวดนี้มาจากคัมภีร์สวรรค์เล่มแสงสว่าง

    กระแสปราณจางๆ สายหนึ่งเริ่มก่อตัวขึ้นในสนามรบตามเสียงสวดที่ดังกังวาน ปราณสายนี้กอปรด้วยความเมตตาและความสงบนิ่งอย่างประหลาด คล้ายมาจากโลหิตและซากศพมากมายในสนามรบ แผ่กลิ่นอายของความตายและการเกิดใหม่อันเป็นวัฏจักรออกมาอย่างชัดเจน

    หัวหน้าผู้อาวุโสของชาวฮวงยืนขึ้นอย่างยากลำบากโดยมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งช่วยพยุง มองถังที่คุกเข่าข้างเดียวอยู่กลางสนามรบ ใบหน้าที่เหี่ยวย่นพลันปรากฏความเด็ดเดี่ยว

    หัวหน้าผู้อาวุโสเริ่มสวดมนต์ มนต์บทเดียวกัน แม้เสียงจะแหบแห้ง แต่ดังชัดเจนเหมือนลมที่พัดอยู่ในทุ่งร้าง ใกล้เคียงกับเสียงกู่ร้อง

    ณ ใจกลางกองทัพร่วมอาศรมเทพ เงาร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ในหอบนรถลากพลันหันไปมอง เจ้านิกายได้ยินเสียงสวดในทุ่งร้าง ได้ยินเสียงกู่ร้องของผู้อาวุโสชาวฮวงผู้นั้น มันก็คิดในใจว่าหากไม่ใช่เพราะพวกหลวงจีนวัดเสวียนคงไม่ฟังคำสั่ง ไม่ยอมมาช่วยรบที่ทุ่งร้างล่ะก็ แม้แต่โอกาสที่จะทุ่มสุดชีวิตแบบนี้เจ้าก็ไม่มี

    พระเถระแห่งวัดเสวียนคงไม่อยู่ก็ต้องมีคนใช้พลังจิตสู้สุดชีวิตกับหัวหน้าผู้อาวุโสของชาวฮวง ไม่เช่นนั้นหากปล่อยให้เสียงสวดที่คล้ายเสียงกู่ร้องของหัวหน้าผู้อาวุโสดังต่อไป ไม่ว่าจะเป็นกองทัพร่วมจงหยวนหรือทหารม้าพิทักษ์นิกายจะต้องเกิดการสูญเสียอย่างมหาศาลแน่นอน

    เมื่อต้องเผชิญกับเสียงกู่ร้องของหัวหน้าผู้อาวุโส แม้แต่เงาร่างสูงใหญ่บนรถลากคันมโหฬารก็ทำได้แค่ป้องกันตนเอง เช่นนี้แล้วใครเล่าจะมีคุณสมบัติมาต่อสู้ ดูเหมือนในกองทัพร่วมอาศรมเทพก็มีเพียงชายชราผู้นั้นที่มีคุณสมบัติ

    รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าของต้าเสินกวนหน่วยโองการฟ้าลึกลงมากกว่าเดิม มันได้ยินเสียงสวดมนต์ดังมาจากทิศเหนือ ได้ยินเสียงกู่ร้องของหัวหน้าผู้อาวุโส จึงกล่าวว่า

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in ทดลองอ่าน

    นิยายยอดนิยม

    Uncategorized

    ทดลองอ่าน ความลับแห่งสามก๊ก เล่ม 1 ตอนที่ 2

    เสียงนี้แผ่วเบามาก แต่หลิวผิงกับถังจีฟังแล้วกลับรู้สึกเหมือนสายฟ้าฟาดลงมา หลิวผิงจ้องใบหน้าไร้ชีวิตของหลิวเสีย ความคิดปั...

    Uncategorized

    ทดลองอ่านยอดเชฟเทพนักปรุง เล่ม 1 ตอนที่ 2

    ทดลองอ่าน ยอดเชฟ 1_2 “กระเป๋าสตางค์!” เขารวบรวมพละกำลังทั้งหมดวิ่งไล่ตามเด็กคนนั้น แต่คนต่างถิ่นอย่างเขาคงไม่มีทางจับคนใ...

    Uncategorized

    ความแตกต่างระหว่าง เชฟ กับ กุ๊ก

    ‘เชฟ’ กับ ‘กุ๊ก’ แตกต่างกันยังไง เคยสงสัยกันไหม? คำที่ใช้เรียกคนทำอาหารที่ทำให้เราสับสนกันมาตลอดอย่าง ‘เชฟ’ กับ ‘กุ๊ก’ แ...

    Facebook