• Connect with us

    Enter Books | นิยายแฟนตาซี กำลังภายใน ลึกลับ สืบสวน

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน สยบฟ้าพิชิตปฐพี 32 ตอนที่ 1

    หน้าที่แล้ว1 of 2

    บทที่ 1 มดปลวกเขย่าต้นไม้หาใช่ง่ายดาย

     สะพานแสงทอดลงมาอย่างไม่ขาดสาย พลังเทพจำนวนมหาศาลส่งจากวิหารเทพแสงสว่างมายังลานกว้าง ถ่ายเทเข้าร่างคนงานชุดเขียวไม่หยุด ในเวลาอันสั้นพลังปราณของมันเปลี่ยนแปลงอย่างน่าตกตะลึง จากคนธรรมดากลายเป็นสุดยอดผู้ฝึกฌาน ด่านฌานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่ด่านรู้ชะตาขั้นปลายในพริบตา พุ่งสูงขึ้นไปอีกจนเหนือด่านทั้งห้า!

    คนงานชุดเขียวผู้นั้นก้มหน้าอยู่ แสงเจิดจรัสหมุนรอบกายจึงมองไม่เห็นใบหน้า ผู้คนหน้าแท่นบูชาไม่รู้ว่ามันคือผู้ใด ทั้งไม่เข้าใจว่าเหตุใดพลังเบิกนภาที่เจ้านิกายเป็นผู้ใช้ สุดยอดพลังที่เฮ่าเทียนประทานให้จึงไหลเข้าสู่ร่างกายมัน ทั้งยังไหลมาอย่างไม่ขาดสายราวกับว่าจะไม่มีวันจบสิ้น

    พลังที่ไม่ใช่ของโลกมนุษย์ถ่ายเทเข้าร่างของคนธรรมดานำพาให้ฟ้าดินเกิดการตอบสนองที่รุนแรง คลื่นพลังที่ตาเนื้อมองไม่เห็นแผ่กระจายจากร่างคนงานชุดเขียวไปทั่วโลก ไปถึงฉางอัน ไปถึงหมินซาน กระทั่งไปถึงทะเลดำทางเหนือที่ห่างไกล

    แน่นอนว่านี่คือการเบิกนภาครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การฝึกฌาน

    ด่านเบิกนภาคือฤทธานุภาพที่อยู่เหนือด่านทั้งห้า มีปรากฏในคัมภีร์ซีหลิงรวมถึงเรื่องที่เล่ากันมาปากต่อปาก คนธรรมดาอย่าว่าแต่เคยเห็น แม้แต่ได้ฟังก็ไม่เคยมาก่อน

    วันนี้บรรดาแขกที่มาร่วมงานเทศกาลบูชาแสงสว่างบ้างเป็นยอดผู้ฝึกฌาน บ้างเป็นชนชั้นสูงในโลกิยะ จึงพอมีความรู้เกี่ยวกับคำคำนี้อยู่บ้าง บางคนถึงกับเคยเห็นด่านเบิกนภามาแล้ว แต่พวกมันคิดไม่ถึงว่าด่านเบิกนภาจะดำรงอยู่นานขนาดนี้ เหตุใดเฮ่าเทียนจึงใจกว้างต่อคนผู้นี้มากเช่นนี้

     

    ซังซังยืนอยู่บนลานระเบียงของวิหารเทพแสงสว่าง มองเมฆที่หมุนวนตรงหน้าผา นางโมโหอย่างสุดจะบรรยาย เพราะพลังสายนั้นกำลังไหลจากตัวนางไปยังร่างของคนผู้นั้นอย่างไม่ขาดสาย

    นางอยู่ที่โลกมนุษย์ การเบิกนภาครั้งนี้จึงยิ่งใหญ่ไม่ธรรมดา ส่วนเหตุใดจึงเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ คนบนโลกไม่มีใครรู้ แต่นางรู้ เพราะสถานการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน

    ปลายเหมันต์ของฉางอันเมื่อหลายปีก่อนตอนที่นางยังไม่ตื่น ยังเป็นสาวใช้ของคนผู้นั้น ตอนที่คนผู้นั้นสู้ศึกตัดสินกับซย่าโหว นางกางร่มดำยืนบนหน้าผาริมทะเลสาบน้ำแข็ง คืนนั้นมันถ่ายทอดบทเพลงผ่านพลังจิตมายังนาง นางได้ยินและเข้าใจ แล้วตอบสนองกลับไปอย่างเชื่อฟัง

    วันนี้นางไม่อยากฟังบทเพลงของมัน แต่ถ้ามันจะให้นางฟัง นางก็ต้องฟัง

    พลังของนางถ่ายเทเข้าร่างมันสร้างเป็นสะพานเชื่อมโยงนางและมันอีกครั้ง เรื่องนี้ทำให้นางเดือดดาลสุดขีด แม้นี่ไม่ได้อยู่นอกเหนือการคำนวณของนาง แต่นางยังคงเดือดดาล

    หลังมาโลกมนุษย์นางก็อยากตัดสายสัมพันธ์ที่มีต่อโลกมนุษย์สายนี้ ตัดความสัมพันธ์ทั้งหมดที่มีต่อมัน นางจึงไม่ไปฉางอัน ไม่ไปหามัน ทว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในเวลานี้พิสูจน์ว่าต่อให้นางดูเหมือนตัดขาดทุกสิ่งทุกอย่างจากมันแล้ว ไม่สัมผัสรับรู้ถึงกันและกันแล้ว ทว่าขอเพียงมันเริ่มร้องเพลง นางก็จะเป็นคนฟังเพียงหนึ่งเดียวของมัน เพราะนางคือแก่นฐานชีวิตของมัน

    ทันทีที่เบิกนภา นางกับมันก็ได้พบกันอีกครั้ง ทำให้ยากจะแยกจากกันอีก นางรู้ว่ามันกำลังคิดอะไรและมันก็รู้ได้ว่านางกำลังคิดอะไร ราวกับว่าเป็นอีกครั้งที่ทั้งสองคนอยู่ในโลกที่มีแค่กันและกัน

    ซังซังที่ทะเลสาบน้ำแข็งเต็มใจยอมมอบชีวิตและจิตวิญญาณให้มัน ส่วนนางในวิหารเทพแสงสว่างกลับขุ่นเคืองใจ รู้สึกรังเกียจมันมากอย่างมิอาจพรรณนา

    สายฟ้าปะทุขึ้นอย่างรุนแรงในดวงตานาง นางโบกมือตัดสะพานฉับ พลังในร่างไม่ส่งลงไปด้านล่างแล้ว ทว่ายังไม่อาจตัดความสัมพันธ์ที่มีต่อโลกมนุษย์สายนี้

    นางรับรู้ถึงอดีตที่มีเพียงนางและมันที่รู้ พอรู้สึกได้ถึงพลังปราณของมันสีหน้านางพลันซีดเผือด ไม่รู้เป็นเพราะพลังรั่วไหลไปหรือเพราะขุ่นเคืองใจ

    ด้วยสาเหตุบางอย่างทำให้นางยังไม่อยากฆ่ามันในตอนนี้ ดังนั้นช่วงที่พบกันที่เชิงเขาเถาซานเมื่อหลายวันที่ผ่านมานางจึงขุ่นเคืองและชิงชังจนฟ้าดินปั่นป่วน มีพายุพัดจากที่ห่างไกลออกไปนับหมื่นลี้มาทำให้อาศรมเทพสั่นสะเทือน แต่สุดท้ายแล้วนางก็ระงับอารมณ์ได้เอง ทว่าเวลานี้นางสูญเสียการควบคุมแล้ว นางเพียงอยากฆ่ามันโดยเร็วที่สุด ไม่สนใจว่าจะเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่หรือภัยพิบัตินานัปการตามมา นางเพียงอยากให้มันตาย

    แต่ก่อนจะฆ่ามันนางยังต้องทำเรื่องเรื่องหนึ่งก่อน นางต้องบดขยี้กระบี่เล่มที่อยู่ด้านหลังให้กลายเป็นเศษเหล็ก

    กระบี่เล่มนี้มาจากด้านล่าง

    กระบี่ของหลิ่วไป๋

    กระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก

    นางมองลานกว้างที่ตีนเขาอย่างขุ่นเคืองใจมาโดยตลอดโดยมิได้สนใจกระบี่เล่มนี้ เพราะเดิมทีกระบี่เล่มนี้ไม่อาจเข้าใกล้นาง

    บัดนี้กระบี่ของหลิ่วไป๋ลอยนิ่งอยู่ห่างจากเบื้องหลังนางหนึ่งจั้ง

    แสงแดดยามเช้าส่องเข้ามาทางระเบียงทำให้วิหารสว่างขึ้น ตอนที่แสงแดดส่องผ่านช่องว่างระหว่างนางกับกระบี่มีการโค้งหักเหเล็กน้อย เพราะเหตุนี้จึงทำให้เห็นว่าช่องว่างในอากาศหน้าคมกระบี่มีการยุบตัว

    หากสังเกตต่อไปจะพบว่ากระบี่ของหลิ่วไป๋ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่กำลังพุ่งแทงไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ เพียงแต่แทงเท่าไรก็แทงไม่เข้าเท่านั้นเอง!

    การเคลื่อนไหวและการหยุดนิ่งรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ภาพที่เห็นจึงอัศจรรย์ไม่น้อย

    มีเกราะกำบังทรงกลมโปร่งใสป้องกันร่างของนางไว้ กั้นนางออกจากโลกนี้ นอกจากหนิงเชวียซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่นางมีต่อโลกมนุษย์แล้ว ไม่มีผู้ใดสามารถเข้ามาในโลกของนาง

    นี่คือช่องว่างที่นางใช้กฎสร้างขึ้น แข็งแกร่งยิ่งกว่าเขตแดนที่ผู้ฝึกฌานในโลกมนุษย์สร้างขึ้นนับหมื่นนับพันเท่า เพราะในโลกของเฮ่าเทียนไม่อนุญาตให้โลกอื่นดำรงอยู่ ช่องว่างนี้มีต้นกำเนิดเดียวกับโลกของเฮ่าเทียน แม้ไม่ได้เชื่อมต่อกันแต่สื่อถึงกันได้รางๆ จึงเพิ่มพลังได้ไม่สิ้นสุด เมื่อเทียบกันแล้วโลกที่อวี๋เหลียนใช้ปีกจักจั่นสร้างขึ้นในศึกที่ฉางอันยังอ่อนแอกว่ามากนัก

    โลกเล็กๆ ของนางก็คือช่องว่างนี้ กระบี่ของหลิ่วไป๋ทำให้ช่องว่างเบื้องหลังนางเริ่มผิดรูป แสดงให้เห็นถึงความน่ากลัวของกระบี่เหล็ก แต่แม้เป็นเช่นนี้ก็ยังไม่อาจทะลวงเข้าไป!นางหันมามองกระบี่ที่ดูเหมือนหยุดนิ่งแต่ความจริงสั่นระรัวด้วยความรวดเร็วแล้วยื่นมือออกไป ถ้านางต้องการ แม้แต่ดวงดาวในยามค่ำคืนก็เด็ดลงมาได้ สำมะหาอะไรกับแค่กระบี่เล่มหนึ่งในโลกมนุษย์

    ทันใดนั้นลมหอบหนึ่งพัดเข้ามาในวิหารเทพแสงสว่าง เทศกาลบูชาแสงสว่างที่เขาเถาซานในวันนี้ วิหารเทพแสงสว่างเงียบเหงาไร้คน เพราะนางไม่ใช่คน แต่แล้วกลับมีคนผู้หนึ่งเข้ามาในวิหารพร้อมลมหอบนี้

    หลิ่วไป๋!

    ก่อนที่นิ้วมือนางจะสัมผัสคมกระบี่ มือของมันก็จับด้ามกระบี่แล้ว

    มันมองนางนิ่งๆ มือขวาเสือกแทงกระบี่ไปข้างหน้าเบาๆ

    นางคิดไม่ถึงว่ามันจะมาปรากฏตัวที่เขาเถาซาน สีหน้านางเคร่งขรึมอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรกหลังจากกลับมายังโลกมนุษย์ นางคิ้วขมวด ครู่หนึ่งก่อนหน้านี้หลิ่วไป๋ยังอยู่ที่ศาลากระบี่ ครู่ต่อมากลับปรากฏตัวที่วิหารเทพแสงสว่าง แม้มันคือเทพกระบี่ผู้แข็งแกร่งที่สุดในโลก แต่มันไม่มีด่านไร้ระยะ เช่นนั้นมันมาได้อย่างไร

    นางมองหลิ่วไป๋คราหนึ่ง เห็นกระบี่ที่แฝงกลิ่นอายโบราณจึงเข้าใจ

    เพล้ง!

    เสียงสดใสกังวานดังไม่หยุดอยู่ในวิหาร

    สาเหตุที่โคมแก้วในวัดเสวียนคงแตก จานฝนหมึกในอารามจือโส่วแตก กระดูกขาวในสำนักพรรคมารแหลกละเอียด แท่งเหล็กบนเตาในภูเขาหลังสถานศึกษาแตก เพราะสถานที่ที่เป็นปริศนาเหล่านี้ได้เห็นความสง่างามของกระบี่เล่มนี้ด้วยตาตนเอง

    กระบี่ของหลิ่วไป๋สามารถทำลายสิ่งขวางกั้นระหว่างฟ้าเบื้องบนกับมนุษย์ จึงเข้ากันได้กับเสียงของโลกมนุษย์ โลกเล็กๆ เบื้องหน้านางปรากฏรอยร้าว เกราะกำบังโปร่งใสที่สร้างจากกฎพื้นฐานแห่งช่องว่างถูกกระบี่ของหลิ่วไป๋ทำลาย คมกระบี่วาววับเดินหน้าเข้าไปใกล้นางมากกว่าเดิมหนึ่งชุ่น ก่อนที่คมกระบี่หนึ่งชุ่นนั้นจะถูกกัดกร่อนจนเกิดสนิมอย่างรวดเร็วทันตาเห็น

    นางมองมันนิ่งๆ ยื่นนิ้วมือออกไปช้าๆ

    หลิ่วไป๋ไม่มีด่านไร้ระยะ เหตุใดมาเขาเถาซานได้ในพริบตา

    เพราะกระบี่ของมันบินไปมาได้นับหมื่นลี้ และตัวมันในตอนนี้ก็คือตัวกระบี่เอง การที่มันจับด้ามกระบี่แทงทะลุโลกเล็กๆ ของนางได้เพราะมันไม่ได้ใช้กระบี่ในมือแทง แต่ใช้กระบี่ในใจแทง

    ใจมันมีกระบี่ที่แฝงกลิ่นอายโบราณ กระบี่เล่มนี้เคยประหารเทพพิฆาตมังกรในทุ่งร้าง วันนี้ผสานรวมเป็นหนึ่งกับตัวมันพุ่งเข้าหานาง

    นางแน่ใจว่าบัดนี้หลิ่วไป๋คือบุคคลผู้แข็งแกร่งที่สุดในโลกมนุษย์ แต่ใบหน้านางยังคงเรียบนิ่ง ยื่นนิ้วไปจะทำลายกระบี่แห่งใจของมัน ด้วยเหตุที่นางคือกฎของโลกนี้ แม้กระบี่ของหลิ่วไป๋จะทำลายสิ่งขวางกั้นระหว่างฟ้าเบื้องบนกับมนุษย์ และทำลายช่องว่างในอากาศได้ แต่นางยังมีกาลเวลา…กาลเวลาที่เย็นชาและเป็นนิรันดร์

    ทันใดนั้นลูกธนูดอกหนึ่งยิงเข้ามาที่ข้างหลังนาง ไม่มีเสียงหวีดหวิว เพราะธนูดอกนี้เร็วเสียจนระยะทางแทบไร้ความหมาย

    หน้าที่แล้ว1 of 2

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in ทดลองอ่าน

    นิยายยอดนิยม

    Facebook