• Connect with us

    Enter Books

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่านนิยายสยบฟ้า พิชิตปฐพี เล่ม 1

    ด่านที่สองเรียกว่ารับรู้ ช่วงนี้ผู้ฝึกฌานจะสามารถสัมผัสถึงพลังปฐมที่หมุนเวียนแลกเปลี่ยนระหว่างฟ้าดิน และยังสามารถอยู่ร่วมกันอย่างผสมกลมกลืน หรือแม้กระทั่งสามารถแลกเปลี่ยนอารมณ์ความรู้สึก

    ด่านที่สามเรียกว่าไร้ฉงน ช่วงนี้ผู้ฝึกฌานเริ่มเข้าใจถึงหลักการเคลื่อนไหวหมุนเวียนของพลังปฐม ยิ่งกว่านั้นยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ จอมกระบี่จอมคาถาก็คือผู้ที่ฝึกฌานถึงขั้นนี้นั่นเอง

    ด่านที่สี่เรียกว่าสู่พิสดาร เมื่อเข้าสู่ด่านนี้ ผู้ฝึกฌานถึงจุดที่สามารถหลอมรวมจิตสัมผัสของตนเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับพลังปฐมแห่งฟ้าดินได้สำเร็จ สำหรับจอมคาถาแล้ว หมายความว่าสามารถโจมตีศัตรูโดยตรงจากจิต หากแช่อยู่ในด่านนี้นานเข้าก็อาจจะฝึกปรือวิธีการที่พิสดารเหนือธรรมชาติได้มากกว่านี้

    เจ้าหนุ่มน้อย ไม่ต้องมามองข้าด้วยสายตาเช่นนี้ ข้าก้าวเข้าสู่ด่านสู่พิสดารได้แล้วก็จริง แต่น่าเสียดายที่อยู่จนแก่ชราจึงจะสามารถยกเท้าขวาก้าวข้ามไปได้อย่างเต็มกลืน บัดนี้ข้าเปรียบเสมือนตะเกียงที่น้ำมันเหือดแห้งจวนดับแล้ว ชาตินี้คงหมดหวังที่จะลากเท้าซ้ายข้ามตามไปด้วย มิเช่นนั้น…จะสังหารจอมกระบี่สักคนหนึ่งไยต้องยุ่งยากถึงเพียงนั้น”

    แสงตะเกียงในรถม้าอ่อนสลัวลงเหมือนดั่งว่าน้ำมันใกล้หมดแล้วจริงๆ หลี่ว์ชิงเฉินอธิบายอย่างยิ้มแย้ม แล้วก้มมองเท้าซ้ายตัวเองแวบหนึ่ง ถอนใจให้กับสังขารที่ไม่คงทน และกาลเวลาที่โบยบินผ่านอย่างไร้ความปรานี

    “ด่านที่ห้าเรียกว่ารู้ชะตา ที่เรียกว่ารู้ชะตาก็คือรู้ลิขิตแห่งฟ้า ผู้ฝึกฌานที่เข้าสู่ด่านนี้จะมิใช่แค่เข้าใจหลักการเคลื่อนไหวหมุนเวียนของพลังปฐมเท่านั้น ยังสามารถควบคุมหลักการทำงานได้อย่างถ่องแท้ รู้ซึ้งถึงความสัมพันธ์ระหว่างเฮ่าเทียนกับสรรพสัตว์ในธรรมชาติ เห็นแจ้งในต้นกำเนิดของโลก ผู้ที่ผ่านเข้าสู่ด่านนี้น่าจะพอเรียกได้ว่าเป็นผู้บรรลุมรรคกระมัง”

    หนิงเชวียกำลังรับฟังอย่างออกรส เมื่อเห็นหลี่ว์ชิงเฉินอธิบายจบแล้วก็นิ่งเงียบไป จึงยกมือถาม

    “ท่านผู้รู้ ยังมีด่านที่เหนือกว่าด่านทั้งห้าอีกใช่หรือไม่”

    “เพราะเหตุใดเจ้าถึงเข้าใจเช่นนั้น”

    หลี่ว์ชิงเฉินเลิกคิ้วถามอย่างสนใจ

    หนิงเชวียตอบ

    “ถ้าหากการปฏิบัติฌานคือหนทางที่ยาวไกล ฉะนั้นเส้นทางนี้จะต้องไม่มีที่สิ้นสุด กอปรกับโลกนี้จริงๆ แล้วไม่มีเส้นทางใดที่เดินไม่ทะลุ ข้าจึงคิดว่าจะต้องมีด่านที่สูงกว่านี้อีกแน่นอน”

    “พ่อหนุ่ม แม้แต่ด่านแดนปฐมเจ้ายังก้าวไม่ผ่าน คิดไม่ถึง แทนที่จะหมดอาลัยตายอยาก กลับยิ่งคึกคักคิดหนักเข้าไปอีก”

    ถูกด่าอย่างขำๆ เช่นนั้น หนิงเชวียก็ตีหน้าตาย

    “ท่านผู้เฒ่า ถือว่าข้ารักเรียนก็แล้วกัน”

    “ข้าเกิดมายังไม่เคยเห็นบุรุษใดที่รักเรียนเทียมเท่ารักกามารมณ์มาก่อน”

    หลี่ว์ชิงเฉินกล่าวยิ้มๆ

    หนิงเชวียแอบเห็นด้วยในใจ แบมือยักไหล่ แก้ไขคำพูด

    “เช่นนั้นไม่ใช่บ้าเรียน แต่เป็นอยากรู้อยากเห็น”

    หลี่ว์ชิงเฉินขบคิดอยู่นาน ก่อนกล่าวช้าๆ

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in ทดลองอ่าน

    นิยายยอดนิยม

    Facebook