• Connect with us

    Enter Books

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่านนิยาย ล่า ตอนถ้ำนาคาลำน้ำโขง บทที่ 2

    ผมตกใจ “มีการแย่งผู้ชายด้วย?”

    บอดใหญ่จ้าวพูด “ทำไมจะไม่มี ทันทีที่ผู้หญิงพวกนั้นผิวปากออกมา พวกผู้ชายกว่าครึ่งในหมู่บ้านก็จะโผล่ออกมาอุ้มเอ็งหนีหาย!เอาเป็นว่าเอ็งระวังตัวหน่อยก็แล้วกัน ถึงตอนนั้นถ้าเห็นว่าไม่ไหว ก็ให้รีบแกล้งเป็นลมหมดสติเสีย ฟันชาวบ้านแล้วทิ้งไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เกิดกลายเป็นกรณีพิพาทระหว่างชนเผ่าขึ้นมา มีหวังได้ฉิบหายกันหมด!”

    ผมตกใจโวยวายทันที “ผู้หญิงสิบสองปันนาทำไมถึงได้น่ากลัวแบบนี้!”

    เห็นผมออกอาการกระวนกระวายแบบนั้น บอดใหญ่จ้าวก็ฉีกปากยิ้ม “นี่กลัวเหรอ เอ็งนี่ไม่เอาไหนเลยจริงๆ!”

    ผมทำเป็นไม่สนใจ คนอย่างบอดใหญ่จ้าวอะไรก็ดีไปหมด ยิ่งกับเพื่อนกับฝูงด้วยแล้วเขายิ่งไม่เคยผิดคำพูด เสียก็แต่ชอบกระเซ้าผมอยู่ตลอดเวลา

    เห็นผมไม่พูดไม่จา บอดใหญ่จ้าวก็ถามขึ้น “เสี่ยวชี ทำไมนายห้างต้องให้เอ็งไปอวิ๋นหนานด้วย”

    ผมตอบส่งๆ “ไม่รู้ คงเห็นว่าผมหล่อมั้ง…”

    บอดใหญ่จ้าวตื๊อถาม “นี่เอ็งไม่รู้จริงๆ?”

    “ถ้ารู้ผมก็เป็นนายห้างแล้ว ยังจะมาทำงานเป็นเบ๊อยู่อีกทำไม!”

    บอดใหญ่จ้าวส่ายหน้าอย่างจนปัญญา“เรื่องนี้…ไม่น่าเป็นไปได้ ว่ากันตามหลักแล้วนายห้างไม่น่าเรียกใช้เอ็ง…”

    ผมฟังออกว่าเขามีความหมายอื่นซ่อนแฝงจึงรีบเอ่ยปากถาม“ทำไมคนที่ควรไปสิบสองปันนาถึงไม่น่าจะเป็นผม”

    บอดใหญ่จ้าวนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกระซิบกับผม“เสี่ยวชี เอ็งก็รู้ ทุ่งล่าสัตว์ของพวกเราไม่ว่าจะตัวอะไรก็มีด้วยกันทั้งนั้น หมาป่า เสือ เหยี่ยว หมี เสือดาว จะขาดก็แค่อย่างเดียวเท่านั้นที่ไม่มี”

    “อะไร”

    บอดใหญ่จ้าวบอก “อสรพิษ! ไม่มีอสรพิษ”

    ผมไม่นึกสนใจ “อสรพิษอะไร ก็แค่งูเท่านั้นไม่ใช่หรือไง!พวกมันมีอะไรให้น่าล่า มีแค่หนังผืนเดียวเท่านั้น ที่เหลือคือเนื้อที่เคี้ยวก็เคี้ยวไม่เข้า!”

    บอดใหญ่จ้าวโมโหพร้อมกระวนกระวาย“บัดซบ เอ็งนี่ไม่รู้อะไรเอาเสียเลย!คนที่นั่นเรียกอสรพิษว่า ‘เซียนอมตะ’เรื่องนี้เอ็งต้องทำความเข้าใจให้ดี!”

    ผมจงใจยั่วเขา “ทำความเข้าใจอะไร เนื้อเซียนอมตะอร่อยหรือเปล่า”

    บอดใหญ่จ้าวร้อง “เวรเอ๊ย!” ออกมาคำหนึ่ง สีหน้ากระวนกระวาย ขณะกระซิบพูด “คำพูดเหลวไหลพวกนี้ห้ามพูดเด็ดขาด ระวังมันจะได้ยินเข้า”

    ผมรู้สึกว่าท่าทางเขาในเวลานี้เหมือนคนอารมณ์แปรปรวนอยู่นิดๆ หรือจะบอกว่าบนรถไฟขบวนนี้มีอสรพิษยักษ์อยู่ หนำซ้ำยังอาจจับพวกเรากินได้ทุกเมื่อ

    บอดใหญ่จ้าวกลับพูดขึงขังจริงจัง“เอ็งอย่าคิดว่าเป็นไปไม่ได้เชียว!เอ็งว่ามนุษย์เรามาจากอะไร?ความจริงคนก็คือสัตว์พวกนั้นแปลงร่างมา! เดี๋ยวนี้พวกสิบแปดมงกุฎทำไมถึงได้เยอะนัก เจ้าพวกนั้นแท้ก็คือหมาป่าหมาจิ้งจอกจำแลง! ตอนนี้ต้นไม้ในป่าถูกโค่นลงเป็นจำนวนมาก เพราะไม่มีที่อยู่อาศัย พวกมันก็เลยแปลงร่างเป็นมนุษย์มาอาศัยอยู่ร่วมกับพวกเรา!”

    คำพูดของบอดใหญ่จ้าวโคตรเหลวไหลไร้สาระ ผมจึงหัวเราะเสียงดัง

    แต่เขากลับบอกว่า “เอ็งไม่เชื่อไม่ได้ จำลูกหมาป่าสามตัวที่เจอเมื่อครั้งก่อนได้หรือเปล่า เริ่มแรกพวกมันก็ดูไม่ต่างอะไรกับพวกเรา แต่พอเห็นพรานป่าเข้าพวกมันก็กลัว สุดท้ายก็คืนร่างกลับกลายเป็นหมาป่า!”

    พอนึกถึงเรื่องนั้นขึ้นมาผมก็หยุดหัวเราะทันที

    จริงด้วย ตอนผมเห็นลูกหมาป่าสามตัวนั่น พวกมันดูไม่ต่างอะไรกับเด็กสามคนจริงๆ แล้วทำไมต่อมาถึงได้กลายเป็นลูกหมาป่าได้

    นอกจากนี้ตอนผมกับเฒ่าเจวี๋ยฮู่เข้าไปในเมืองหมาป่าใหม่ๆ เป้ยเจ้าเล่ห์ตัวนั้นก็ดูไม่เหมือนสัตว์ แต่กลับดูคล้ายคนมากกว่า

    ผมกวาดตามองดูคนบนรถไฟไปรอบๆ ทีละคนๆ บ้างก็หัวโตหูใหญ่เหมือนหมู บ้างก็ปากยื่น แก้มป่องอย่างกับลิง บ้างก็พูดจ้อเป็นนกกะราง บ้างก็สวยเฉี่ยวเต็มไปด้วยจริตไม่ต่างอะไรกับหมาจิ้งจอก จะว่าไป คนเราก็คล้ายกับสัตว์อยู่เหมือนกัน

    แต่จะให้เชื่อว่าสัตว์ป่าบางชนิดกลายร่างเป็นคนเหมือนอย่างที่บอดใหญ่พูดนั้น ผมทำใจเชื่อไม่ลงจริงๆ หรือจะบอกว่าพวกเขากำลังถ่ายทำ ‘ไซอิ๋ว’เวอร์ชั่นใหม่อยู่ ถึงจะมีตัวอย่างตัวเป็นๆ อยู่ข้างกายให้ผมได้เห็น แต่เรื่องที่บอดใหญ่จ้าวพูดก็ออกจะน่ากลัวเกินไป ไม่ว่ายังไงผมก็รับไม่ได้อยู่ดี

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in ทดลองอ่าน

    นิยายยอดนิยม

    Facebook