• Connect with us

    Enter Books

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่านนิยาย เพลงกลอนคลั่งยุทธ์ บทที่ 3 และบทที่ 4

    บทที่สี่ มวลหมู่อู่ตัง*

     

    หลังซ่งเจินอ่านประโยคสุดท้ายของจดหมายก็ชะงักไปพักหนึ่ง จึงอ่านลายนามตอนท้ายออกมาด้วย

    “รองเจ้าสำนักอู่ตัง เยี่ยเฉินยวน น้อมคารวะ”

    หลังอ่านจบ ทั่วทั้งโถงกุยหยวนเงียบสงัด

    เป็นเพราะเหอจื้อเซิ่งมีโรคทางตา มิอาจอ่านจดหมาย จึงต้องอาศัยซ่งเจินอ่านแทน ขณะมันฟังแต่ละคำแต่ละประโยค สีหน้าหามีความรู้สึกใดไม่ ภายหลังก็มิได้กล่าวสักคำ

    ซ่งเจิน เฉินหงลี่ หลี่ว์อีเว่ย สามอาจารย์อาผู้อาวุโสมองหน้ากันแวบหนึ่ง

    “เรื่องราวที่เกี่ยวกับสำนักอู่ตังในช่วงปีนี้ พวกเจ้ารู้เท่าใด” ผู้ที่กล่าวเป็นคนแรกคือเฉินหงลี่ ในบรรดาศิษยานุศิษย์อาวุโสทั้งสี่ มันรูปร่างกำยำที่สุด วิชาฝ่ามือสำนักชิงเฉิงของมันฝึกจนยอดเยี่ยมกว่าเพลงกระบี่ ด้วยเหตุนี้เวลาเอ่ยคำ สุ้มเสียงจึงกังวานเป็นพิเศษ

    ชิงเฉิงและอู่ตังแม้จัดอยู่ในเก้าสำนักใหญ่เลื่องชื่อแห่งยุทธภพเหมือนกัน อีกทั้งเป็นแหล่งกำเนิดลัทธิเต๋าเหมือนกัน แต่แห่งหนึ่งอยู่ซื่อชวน แห่งหนึ่งอยู่หูก่วง สองสำนักแทบมิได้ติดต่อกัน

    เมื่อเทียบกับสำนักชิงเฉิงที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน ประวัติสำนักอู่ตังค่อนข้างสั้น มีผู้บรรลุนามจางซานเฟิงก่อตั้งขึ้นในปลายราชวงศ์ก่อน ถึงบัดนี้ยังไม่ครบสองร้อยปีเต็ม แต่จากรัชสมัยหย่งเล่อ จักรพรรดิเฉิงจู่จูตี้นับถือเทพเจินอู่ หลังประกาศราชโองการบูรณะตำหนักอู่ตัง ชื่อเสียงสำนักอู่ตังก็เพิ่มขึ้นตาม โดยเฉพาะในแถบจงหยวน โด่งดังกว่าสำนักชิงเฉิงแห่งซื่อชวนมากนัก

    จนกระทั่งยี่สิบกว่าปีก่อน อดีตเจ้าสำนักอู่ตังเถี่ยชิงจื่อได้นำลูกศิษย์ชั้นยอดในสำนักสามสิบแปดคนร่วมกันกำจัดลัทธิอู้อี๋…ลัทธิพรรคมารที่ออกอาละวาดในสามมณฑล อีกทั้งมอมเมาผู้คนให้หลงงมงาย มหาศึกระหว่างธรรมะกับอธรรมอันดุเดือดนี้ทำให้ชื่อเสียงสำนักอู่ตังแพร่สะพัด ยังได้รับป้ายศิลาสรรเสริญที่ทางการสร้างไว้ให้บนเขา สำนักอู่ตังในฐานะฝ่ายธรรมะนับจากนั้นจึงพอที่จะเทียบเทียมวัดเส้าหลินแหล่งกำเนิดวรยุทธ์ในใต้หล้าได้

    “…แต่หลังจากกำจัดลัทธิอู้อี๋ได้ไม่นาน เถี่ยชิงจื่อก็นิสัยเปลี่ยนไปมาก นำผู้คนคืนสู่ฆราวาส ตัวมันกลับสู่ชื่อเดิมกงซุนชิง และสั่งการศิษย์อู่ตังทั้งหมด จากนี้ห้ามฝึกปราณบำเพ็ญเซียนอีก มุ่งเพียงฝึกฝนวิชาหมัดและกระบี่ สำนักอู่ตังกลายเป็นสำนักของฆราวาสในยุทธภพ” ซ่งเจินกล่าวด้วยเสียงไพเราะน่าฟัง มันควบคุมดูแลกิจธุระของสำนัก ติดต่อกับผู้คนด้านล่างเขามากที่สุด ทราบถึงเกร็ดประวัติศาสตร์ในยุทธภพเหล่านี้อย่างดียิ่ง

    “เช่นนั้นก็เหมือนกับพวกเรามิใช่หรือ” เฉินหงลี่กล่าว

    ซ่งเจินส่ายหน้า “สำนักชิงเฉิงเราในปีนั้นเป็นกลุ่มผู้ฝึกฝนวิทยายุทธ์กลุ่มแรกที่สมัครใจคืนสู่ฆราวาสเอง ตัดขาดความสัมพันธ์กับเต๋า เพียงออกมาสร้างเรือนเสวียนเหมินบนเขาด้านหลังขึ้นมาเท่านั้น แต่กงซุนชิงกลับบังคับให้ศิษย์ทั้งหมดคืนสู่ฆราวาส และยึดครองอารามอวี้เจินต่อเพื่อเป็นที่ตั้งสำนักอู่ตัง ควรทราบว่าตำหนักเต๋าหลังนั้นคือสถานที่ที่เฉิงจู่จูตี้มีพระบัญชาให้สร้างขึ้นด้วยพระองค์เอง บัดนี้ถูกชาวยุทธ์กลุ่มหนึ่งยึดครอง ได้ยินว่าราชสำนักไม่ยินดีอย่างยิ่ง แต่ชื่อเสียงสำนักอู่ตังช่างเฟื่องฟูเหลือเกิน ขุนนางท้องถิ่นมิกล้าล่วงเกินพวกมัน เกรงว่าจะปลุกปั่นให้เกิดกบฏ เรื่องราวก็เลยต้องยุติทั้งที่ยังค้างคา”

    * อู่ตัง หมายถึงสำนักบู๊ตึ๊ง

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in ทดลองอ่าน

    นิยายยอดนิยม

    Facebook