• Connect with us

    Enter Books

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่านนิยาย เพลงกลอนคลั่งยุทธ์ บทที่ 3 และบทที่ 4

    กฎหมายบ้านเมืองในสมัยนั้นแม้เข้มงวด แต่เหมือนสำนักใหญ่เช่นอู่ตังและชิงเฉิงมีพลังอันน่าอัศจรรย์ ทางการท้องถิ่นต่างพยายามอดทนถึงขีดสุด ประการแรกนักสู้ฝ่ายธรรมะมีผลต่อความสงบเรียบร้อยในท้องถิ่น ประการที่สองหากปลุกปั่นสำนักพรรคในยุทธภพเหล่านี้ขึ้นมาจริงๆ แม้ใช้ทหารปราบปรามก็มิอาจยึดกุม ไม่ว่าสำเร็จหรือล้มเหลวก็ต้องบาดเจ็บล้มตายเป็นกองพะเนิน สุดท้ายจะเป็นเพียงขุนนางเสียผลงานละอนาคต มิสู้ปล่อยชาวยุทธ์เหล่านี้ซ่อนตัวฝึกกระบี่ในเขา ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

    ฟังจากคำเล่าลือในยุทธภพ หลังจากนั้นกงซุนชิงขยับขยายสำนัก รับสมัครศิษย์ใหม่จำนวนมาก ในไม่กี่ปีจำนวนคนของสำนักอู่ตังก็เพิ่มขึ้นสองถึงสามเท่า พวกมันฝึกฝนลูกศิษย์อย่างโหดเหี้ยมขึ้นอีก กล่าวกันว่าทำให้เกิดผู้บาดเจ็บพิการไม่น้อย ไปจนถึงขั้นเสียชีวิตก็มี บางคนกล่าวว่ากงซุนชิงแสวงหาพลังจนธาตุไฟเข้าแทรก อาจเป็นเพราะเวรกรรมจากการกำจัดลัทธิอู้อี๋และการสังหารผู้คนอย่างหนักหนา

    ซ่งเจินกล่าวสืบต่อ “ห้าปีก่อนกงซุนชิงเสียชีวิต เจ้าสำนักคนปัจจุบันนำพาสำนักอู่ตังเคลื่อนไหวมากขึ้น ส่งศิษย์ออกไปประลองฝีมือทุกแห่งหนอยู่บ่อยครั้ง ก่อเกิดการกระทบกระทั่งไม่น้อย ได้ยินว่าห้าปีมานี้ ที่ที่ศิษย์อู่ตังไปเยือน สำนักขนาดเล็กสี่สิบแปดสำนักถูกพวกมันโค่นล้ม และมีหลายสำนักตกอยู่ภายใต้อาณัติอู่ตัง”

    “ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ได้” หลี่ว์อีเว่ยกล่าวแทรก “อู่ตังเป็นถึงสำนักฝ่ายธรรมะเลื่องชื่อเชียวนะ สำนักเล็กๆ พวกนั้นฝักใฝ่พรรคมารกันหมดใช่หรือไม่ ไม่แน่ว่าอาจเป็นพรรคของศิษย์ลัทธิอู้อี๋ที่หลงเหลือ หรือเป็นกองโจรที่ใช้ชื่อสำนักยุทธ์เพื่อปิดบังอำพราง อู่ตังเพียงแค่กำจัดเภทภัยให้ปุถุชนเท่านั้น”

    “ข้อนี้ข้าก็ไม่กระจ่าง” ซ่งเจินตอบ “แต่ว่าพวกมันเคลื่อนไหวครานั้นทำให้ชื่อเสียงอู่ตังเฟื่องฟูขึ้นภายในไม่กี่ปี ถึงขั้นมีคนบอกว่าเหนือกว่าเส้าหลินแล้ว” มันยกจดหมายจากอู่ตังในมือขึ้น “พวกมันส่งคนมาซื่อชวนครานี้ก็คงต้องการสำแดงเดชในแถบนี้“

    “ข่มเหงกันเกินไปแล้ว! มาถึงอำเภอก้วนเซี่ยนค่อยส่งจดหมายมา?” เฉินหงลี่กำหมัด “อีกทั้งวันนี้ส่งจดหมาย บอกว่าพรุ่งนี้จะขึ้นเขาชิงเฉิงมาเยี่ยมเยือน นี่คือธรรมเนียมยุทธภพอะไรกัน!”

    “อย่ากังวลไปนัก” หลี่ว์อีเว่ยเป็นคนหนึ่งที่มีนิสัยนอบน้อมถ่อมตนที่สุดในระดับผู้นำ มันคือบุตรของหลี่ว์ฉุนจงเจ้าสำนักคนก่อน บิดาไม่ส่งทอดตำแหน่งให้มัน มันเองก็มิได้เห็นต่าง “ทุกคนล้วนเป็นฝ่ายธรรมมะในยุทธภพ เป็นดั่งพี่น้องร่วมครรภ์ มาครานี้คงเตรียมการเคลื่อนไหวในซื่อชวน ขึ้นเขาชิงเฉิงเพียงแค่การทักทายเท่านั้น”

    “เรื่องนี้พูดยาก” เฉินหงลี่ส่ายหน้า “ชื่อเสียงพวกมันเฟื่องฟูแล้ว คงคิดจะจัดงานชุมนุมชาวยุทธ์ขึ้นเพื่อตั้งตัวเป็นประมุขอะไรทำนองนี้ ส่งทูตมาให้สำนักชิงเฉิงเราสนับสนุนพวกมัน จริงสิ รองเจ้าสำนักคนนี้ได้บอกไหมว่านำคนมาเท่าไหร่”

    ซ่งเจินส่ายหน้า การคาดเดาของมันไม่แตกต่างจากศิษย์พี่ทั้งสอง แต่ก็มิอาจขจัดเส้นทางที่ฝ่ายตรงข้ามจะขึ้นเขามาเยี่ยมเยือน “พวกมันคงจะส่งศิษย์หลายคนมาท้าประลองฝีมือดูสักหน่อย เพื่อหยั่งเชิงอานุภาพวิชากระบี่ชิงเฉิง ในเมื่อทุกคนต่างเป็นสหายร่วมทางในยุทธภพ ก็นับว่าเป็นคู่แข่งบนวิถียุทธ์ด้วยเช่นกัน”

    เหอจื้อเซิ่งที่มิได้เอ่ยคำเลยยามนี้ลุกขึ้นยืน

    มันเหยียดนิ้วไปด้านบน ชี้ไปยังป้ายคำขวัญปาสู่ไร้สองแผ่นนั้นที่อยู่เหนือศีรษะ

    “ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามมาด้วยจุดประสงค์ใด พวกเราก็ใช้กระบี่สำนักชิงเฉิงทักทายพวกมันตามมารยาทเถิด!”

    เหอจื้อเซิ่งมองซ่งเจิน

    ยามนั้น เสียงระฆังดังขึ้น

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in ทดลองอ่าน

    นิยายยอดนิยม

    Facebook