• Connect with us

    Enter Books

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่านนิยายสยบฟ้า พิชิตปฐพี เล่ม 1

    ท่ามกลางเปลวเพลิง หญิงรับใช้เห็นสีหน้าแววตาของหนิงเชวียแล้วพลันบังเกิดความคิดนี้

    นักฆ่าซึ่งลอบสังหารคนในยามราตรีมาตลอดทั้งชีวิตเป็นพวกที่มีประสาทสัมผัสต่ออันตรายเฉียบไวที่สุด หญิงรับใช้ยังรับรู้ได้ถึงอันตราย แล้วมีหรือว่านักฆ่าทั้งสองจะไม่รู้ มือที่จับกระบี่จึงเกร็งกระชับขึ้นโดยไม่รู้ตัว พวกมันยังรู้สึกอีกว่าอันตรายในคืนนี้น่าตื่นเต้นเร้าใจกว่าตอนที่ลอบสังหารทหารม้าของแคว้นเยี่ยนเสียอีก

    เสียงลมดังหวืด หนิงเชวียกระโดดลงตรงหน้านักฆ่าทั้งสอง เพราะชายเสื้อนวมถูกไฟแลบเลียจึงปรากฏเป็นเส้นอัคคีเบาบางหลายสายขึ้นท่ามกลางความมืด

    ดาบยาวที่มีคราบสนิมถูกชักออกจากบ่า ฟาดฟันลงมาด้วยความเร็วดุจลมสลาตัน กลางป่าอันเงียบสงัดพลันปรากฏเสียงโลหะกระทบกันดังขัดหู กระแสลมแรงพลันระเบิดออกทั้งสี่ด้าน ชายเสื้อที่ติดไฟจนยามเคลื่อนไหวเห็นเป็นสายอัคคีวูบวาบถูกลมพัดจนบังเกิดเป็นสะเก็ดไฟดอกเล็กๆ ช่วยส่องให้สมรภูมิการต่อสู้สว่างไสวเห็นได้ถนัดตาขึ้น

    ทันทีที่ดาบกระบี่ปะทะกัน หนิงเชวียก็ดีดตัวไปข้างหน้า สองเท้าขยับซอยเปลี่ยนตำแหน่ง แทรกเข้าไปยืนตรงกลางระหว่างศัตรูทั้งสอง พลิกข้อมือซ้ายขวาเปลี่ยนสภาวะดาบจากกดลงเป็นปาดออกด้านข้าง คมดาบเฉือนผ่านสันกระบี่ของศัตรูอย่างรวดเร็ว และโดยไม่เปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ทันเปลี่ยนกระบวนท่า ใช้ความเร็วที่เหนือกว่าฟันใส่ชายโครง

    คมดาบลึกและหนักหน่วงตวัดจากกระดูกซี่โครงตัดเปิดเป็นทางยาวขึ้นไปถึงกระดูกหน้าอก ปลายดาบกรีดลึกเข้าไปถึงหัวใจ เลือดและชิ้นเนื้อทะลักออกมาตามตัวดาบ นักฆ่าทั้งสองเจ็บปวดจนต้องแผดร้องโหยหวน แต่ก่อนตายก็ยังแสดงถึงจิตปณิธานอันแน่วแน่ของทหารหาญแคว้นถัง ทิ้งกระบี่แล้วใช้มือและร่างของตนยึดดาบของหนิงเชวียไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

    ทันใดนั้นนักฆ่าชุดดำอีกคนก็พุ่งลงมาจากกิ่งไม้หนาทึบ ไร้สุ้มเสียงดุจวิญญาณภูตพราย ดาบสั้นในมือทั้งสองเปล่งประกายแวววับฟันฉับใส่หลังคอหนิงเชวียทันที

    ในป่ายังมีนักฆ่าคนที่สาม!

    ไม่ว่าจะมองอย่างไร นักฆ่าสองคนนั้นสมควรเป็นความพยายามครั้งสุดท้ายแล้ว คิดไม่ถึงยังมีคนรับช่วงต่อ การลอบสังหารในครั้งนี้ดูเหมือนจะใช้ขุมกำลังมากเกินความจำเป็น ขณะเดียวกันยังแฝงไว้ด้วยความจริงอันโหดร้ายว่าชีวิตของพรรคพวกและตัวมันนั้นไร้ค่าเสมือนหนึ่งใบไม้แห้งในป่าใหญ่

    ไม่มีใครคาดคิดว่าสถานการณ์จะพลิกผันถึงเพียงนี้ ยกเว้นหนิงเชวียและซังซังน้อย

    “หก! สอง!”

    จู่ๆ ซังซังที่หดศีรษะนั่งตัวสั่นงันงกอยู่ใต้ร่มก็หลับตาปี๋ แล้วใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดตะโกนออกมาสองคำ

    ตัวเลขง่ายๆ สองตัวจะสามารถเตือนอะไรหนิงเชวียได้ หรือว่านี่คือคำบอกใบ้ หรือเป็นคำบอกตำแหน่งอันใด แต่เห็นๆ อยู่ว่านางหลบอยู่ใต้ร่ม มองไม่เห็นนักฆ่าคนนั้น หรือต่อให้นางสามารถทำนายตำแหน่งของมันได้อย่างแม่นยำ ดาบสองเล่มของหนิงเชวียก็ยังเสียบคาหน้าอกของนักฆ่าสองคนแรก แล้วแบบนี้หนิงเชวียยังจะทำอะไรได้อีก

    หก สองรึ สูงเหลือเกินนะ

    แว่วเสียงซังซังตะโกนบอก หนิงเชวียก็แอบบ่นอยู่ในใจก่อนคลายมือปล่อยดาบสองเล่มอย่างไม่ลังเล ตวัดสองมือข้ามศีรษะกระชากดาบเล่มสุดท้ายที่พันไว้ด้วยผ้าฝ้ายหลายชั้นออกมา!

    เสียงดาบเสียดอากาศอันหนาวเหน็บดังควับ โดยไม่หันไปมอง หนิงเชวียพลันเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง เอี้ยวตัวท่อนบนตวัดดาบฟันใส่ความมืดด้านหลังด้วยความแรงและเร็วดุจพายุหมุน!

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in ทดลองอ่าน

    นิยายยอดนิยม

    Facebook