• Connect with us

    Enter Books

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่านนิยายสยบฟ้า พิชิตปฐพี เล่ม 1

    ราวกับมีดวงตางอกเงยอยู่ที่ท้ายทอย ดาบแรกฟันใส่ดาบสั้นในมือนักฆ่าที่พุ่งตัวลงมาอย่างแม่นยำจนหลุดกระเด็น!

    ดาบสองสะบัดใส่ลำคอที่เปิดโล่งไร้การป้องกัน!

    สภาวะดาบหนักหน่วงรุนแรงถึงกับกินลึกเข้าไปในเนื้อหนังกว่าครึ่ง!

    เหยื่อคมดาบยังไม่ทันได้ครางด้วยความเจ็บปวด ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้นร่างก็อ่อนยวบทรุดลงคุกเข่า กายส่ายไหวโอนเอน

    หนิงเชวียหันกลับไปกระชากดาบที่เสียบคาอกนักฆ่าคนหนึ่งออกมา จากนั้นบั่นลำคอนักฆ่าคนที่สามจากอีกด้านจนขาดบรรจบกันเป็นวงอย่างสวยงาม

    เลือดสดๆ ฉีดพุ่งดั่งน้ำพุโลหิต ศีรษะหลุดกระเด็นกลิ้งหลุนๆ เฉียดเข่าของเจ้าตัว ผ่านเศษไม้ใบไม้หายลับเข้าไปในชายป่าทึบ

    สมัยที่ต้าถังกับแคว้นเยี่ยนทำสงครามกัน กองหน้าที่นำโดยแม่ทัพซย่าโหวเคยลอบฆ่ากองกำลังทหารม้าจรยุทธของแคว้นเยี่ยนมานับไม่ถ้วน กลุ่มนักฆ่าลึกลับเหล่านั้นประกอบขึ้นด้วยทหารกล้าที่มีความสามารถโดดเด่น พวกมันไม่มีผู้ใดฝึกฌาน แต่ทว่ายามอยู่ในสมรภูมิกลับแสดงออกถึงความห้าวหาญชาญชัย ถึงขั้นว่ามีตัวอย่างเคยสังหารผู้ฝึกฌานตายคาสนามรบมาแล้ว

    คนทั่วไปอาจไม่รู้ว่ากลุ่มนักฆ่าลึกลับในสังกัดของซย่าโหวมีรูปแบบหรือโครงสร้างอย่างไร แต่หนิงเชวียรู้

    มันรู้ว่ากลุ่มนักฆ่านี้จะประกอบขึ้นด้วยคนสามคนออกทำงานพร้อมกันเสมอ

    ดังนั้นตั้งแต่เล็กบนหลังมันจะสะพายดาบสามเล่มมาโดยตลอด

     

    สำหรับคนที่พเนจรเร่ร่อนอยู่ตามป่าเขาและทุ่งร้าง รวมทั้งอยู่ท่ามกลางฝูงสัตว์ป่ามาตั้งแต่เล็กอย่างหนิงเชวีย นักฆ่าที่ถนัดในการลอบสังหารยามราตรีมิได้มีอันใดน่ากลัว ผู้ฝึกฌานต่างหากจึงจะทำให้มันไม่สบายใจ ดังนั้นหลังจากหวนตัดศีรษะนักฆ่าสองคนแรกแล้ว สิ่งแรกที่มันทำคือรีบพุ่งตัวกลับไปที่กองเพลิง เก็บธนูไม้หวงหยางขึ้นจากพื้นแล้วเล็งไปที่จอมกระบี่

    คราวนี้ความระมัดระวังของมันเป็นสิ่งที่มากเกินความจำเป็น เพราะจอมกระบี่ในคราบบัณฑิตชุดเขียวคนนั้นไม่สามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้อีกแล้ว เพียงนั่งเอนหลังพิงต้นไม้ สองตาเอาแต่มองหนุ่มน้อยกลางแสงไฟที่อ่อนแรง พึมพำเบาๆ สองสามคำ จากนั้นก็ยิ้ม สองมือห้อยตกลงข้างกาย ตายไปในลักษณะนั้น

    หนิงเชวียยังเล็งธนูอยู่นิ่งนาน กระทั่งสองแขนเริ่มล้าจึงค่อยลดลง ชั่วขณะนั้นความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดพลันจู่โจมใส่ร่างจนแทบอยากจะล้มตัวนอน

    มันถามโดยไม่หันไปมอง

    “เป็นไรหรือไม่”

    เศษไม้ใบไม้ที่ร่วงทับถมนานปีนั้นเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี แต่พื้นดินที่อยู่ลึกลงไปค่อนข้างชื้น ไฟจึงค่อยๆ มอดดับไปเอง ร่มดำคันใหญ่ถูกหุบลง ซังซังนั่งคุกเข่าข้างเดียวอยู่บนพื้น เงยหน้ามองแผ่นหลังเจ้านายพลางสั่นศีรษะ คล้ายจะรู้ว่าไม่ต้องเอ่ยปากนายน้อยก็ทราบได้ถึงอากัปกิริยาของตน

    หญิงรับใช้รู้ดีว่าคำถามที่เต็มไปด้วยความห่วงใยนั้นมิใช่สำหรับตน นางรีบลุกขึ้นวิ่งตรงดิ่งไปยังรถม้าที่เหลือเพียงครึ่ง รื้อเศษไม้หนักๆ ออก อุ้มเด็กชายหน้าตาไร้เดียงสาคนนั้นมากอดไว้อย่างโล่งอก จากนั้นค่อยเช็ดคราบสกปรกมอมแมมออกจากใบหน้าให้ สายตาฉายแววสงสารจับใจ

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in ทดลองอ่าน

    นิยายยอดนิยม

    Facebook