• Connect with us

    Enter Books

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่านนิยายสยบฟ้า พิชิตปฐพี เล่ม 1

    องครักษ์ที่ยังมีชีวิตเหลืออยู่ประมาณหกเจ็ดคน พยายามกระเสือกกระสนลุกเดินไปที่ขบวนรถอย่างยากลำบาก หัวหน้าองครักษ์ที่บาดเจ็บเป็นแผลฉกรรจ์นำทุกคนคุกเข่า แนบหน้าผากติดพื้น กล่าวอย่างละอายใจว่า

    “ข้าน้อยไร้ฝีมือ ปล่อยให้คนร้ายข่มขู่องค์หญิงจนตกพระทัย สมควรตายเป็นหมื่นครั้ง”

    ท่ามกลางหมู่ดาวและสะเก็ดไฟ บุรุษร่างอาบเลือดทั้งหลายคุกเข่าให้แก่หญิงรับใช้ที่กำลังอุ้มเด็ก บาดแผลชุ่มโชกไปด้วยเลือดของพวกมันมิได้ให้ความรู้สึกเศร้าสลด ตรงกันข้ามกลับก่อให้เกิดความฮึกเหิมน่าประทับใจ กระตุ้นเลือดในกายให้เดือดพล่าน

    ซังซังเดินมาหยุดอยู่ข้างกายหนิงเชวีย ทั้งสองมองภาพตรงหน้าเงียบๆ เพราะล่วงรู้ฐานะอันแท้จริงของหญิงรับใช้แต่แรกจึงคร้านจะแสร้งทำเป็นตกใจ

    ทั้งๆ ที่ยังอ่อนล้าเพราะเสียเลือดจากการต่อสู้ เหล่าองครักษ์กับคนเถื่อนก็ยังพยายามจัดให้พรรคพวกที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสได้รับการรักษาที่เหมาะสม ที่เจ็บไม่หนักก็พยายามช่วยกันใส่ยาพันแผล รอจนหายเหนื่อยถึงเริ่มเก็บกวาดสมรภูมิการต่อสู้ ตัดศีรษะศัตรูที่ยังเหลือลมหายใจรวยริน หลังจากกระทำเรื่องเหล่านี้เสร็จสิ้น บุรุษชาติอาชาไนยทั้งหลายต่างคนต่างก็มองไปทางทิศเดียวกันโดยไม่รู้ตัว

    พวกมันจ้องเด็กหนุ่มในชุดเสื้อนวมชายไหม้เกรียมคนนั้นด้วยแววตาหลากหลาย บ้างตื่นตะลึง บ้างงุนงงสงสัย บ้างหวาดหวั่นพรั่นพรึง…พวกมันได้เห็นการลงมือของหนิงเชวียแล้ว รู้ว่าทักษะด้านการต่อสู้ของหนุ่มน้อยคนนี้เยี่ยมยอด ฝีมือด้านการยิงธนูโดดเด่นเลิศล้ำ แต่ก็มิใช่ยอดคนผู้เร้นกายอย่างแน่นอน

    ศึกครั้งนี้เป็นเหล่าองครักษ์กับชายชราหลี่ว์ชิงเฉินที่รับมือผู้ฝึกฌานทั้งสองซึ่งเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุด ทั้งยังกำจัดพลังชีวิตส่วนใหญ่ของจอมกระบี่ไป หนิงเชวียจึงค่อยมีโอกาสใช้ธนูสามดอกสังหารมันได้ในที่สุด

    แต่ทว่ายิ่งเป็นเช่นนี้ พวกมันก็ยิ่งรู้สึกว่าเด็กหนุ่มหนิงเชวียคือบุคคลที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง

    เวลาและตำแหน่งที่หนิงเชวียเลือกลงมือแม่นยำและอำมหิตอย่างเหลือเชื่อ เปลือกนอกที่ดูสุภาพอ่อนโยนและเยาว์วัยซุกซ่อนไว้ด้วยหัวใจที่เยือกเย็นสุขุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามดาบสุดท้าย ยิ่งทำให้คนไม่อยากจะเชื่อสายตา อายุเพียงแค่นี้ เหตุใดจึงสามารถกระทำเรื่องทั้งหมดนี้ได้ ชวนให้สงสัยว่าตอนมันอยู่ที่ค่ายทหารชายแดน ตกลงเด็ดศีรษะคนไปมากน้อยเพียงใด

    หัวหน้าองครักษ์ใช้กิ่งไม้แทนไม้เท้า เดินกะเผลกเข้ามาหาหนิงเชวียสองนายบ่าว ก่อนประคองมือคารวะ มันไม่ได้เอ่ยคำขอบคุณ แต่ความซาบซึ้งตื้นตันใจได้แสดงออกมาจากการกระทำนี้

    หนิงเชวียดึงซังซังเบี่ยงหลบ ไม่ยอมรับการคารวะ ก็ดั่งที่จอมกระบี่ซึ่งตายไปแล้วกล่าวยกย่องไว้ ทหารองครักษ์แคว้นถังที่องค์หญิงนำติดตัวไปยังดินแดนแห่งทุ่งหญ้ากลุ่มนี้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเลือดของพวกมันล้วนหล่อหลอมจากเหล็กไหล สมกับเป็นเหล่าทหารกล้า เป็นที่น่าเคารพยกย่องของทั้งศัตรูและสหาย

    “ข้าดูออกว่าทักษะการต่อสู้ของเจ้าไม่มีแบบแผน หากสู้กันมือเปล่า ข้าคิดว่าน่าจะเอาชนะเจ้าได้ แต่ช่วงเวลาที่นักฆ่าสามคนนั้นปรากฏตัว คิดว่าแม้แต่ข้าก็ไม่มีปัญญาต้านทานการลอบจู่โจมของพวกมันได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะสังหารพวกมันอย่างรวบรัดหมดจดได้อย่างไร”

    หัวหน้าองครักษ์มองใบหน้าอ่อนเยาว์ของหนิงเชวีย ข่มกลั้นความแตกตื่นสะท้านใจ ใช้น้ำเสียงแหบพร่าถามว่า

    “เจ้าหนุ่ม ข้าแปลกใจเหลือเกินว่าวิธีฆ่าคนของเจ้าร่ำเรียนมาจากที่ใด”

    หนิงเชวียเกาศีรษะ เงียบไปสักพักก็ตอบอย่างยิ้มแย้ม

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in ทดลองอ่าน

    นิยายยอดนิยม

    Facebook