• Connect with us

    Enter Books

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่านนิยายสยบฟ้า พิชิตปฐพี เล่ม 1

    ประโยคนี้พอหลุดจากปาก สหายของมันทั้งสี่ที่กำลังนั่งล้อมรอบกองไฟต่างก็หน้าซีด ทั่วทั้งบริเวณเงียบกริบ มีอยู่คนทำใจกล้าแอบมองไปทางหนิงเชวีย แต่ก็รีบก้มหน้าอย่างรวดเร็ว เหมือนกลัวว่าอีกฝ่ายจะจับได้ว่าตนแอบมองอยู่

    ก่อนที่คนเถื่อนจากดินแดนแห่งทุ่งหญ้าเหล่านี้จะถูกองค์หญิงกำราบ พวกมันต่างก็เคยเป็นโจรขี่ม้า ขึ้นชื่อเรื่องความป่าเถื่อนดุร้าย ทว่าสำหรับพวกมัน ทหารชายแดนของแคว้นถังจึงจะเป็นโจรขี่ม้าตัวจริง เพราะเมื่อฤดูกาลเปลี่ยนและฝ่ายพลาธิการไม่สามารถจัดสรรเสบียงให้อย่างเพียงพอ ทหารม้าตามเมืองชายแดนเหล่านั้นจะต้องทำกิจกรรมในยามว่างอย่างหนึ่ง…นั่นคือการปล้นสะดมโจรขี่ม้าในดินแดนแห่งทุ่งหญ้า ซึ่งสร้างรายได้ให้พวกมันจนกระเป๋าตุง

    ทหารชายแดนแคว้นถังเรียกกิจกรรมนี้ว่าเก็บฟืน แต่พวกโจรขี่ม้าจะเรียกการต่อสู้อันนองเลือดนี้ว่าตัดฟืน พวกมันเรียกหัวหน้าทหารม้าแคว้นถังว่าคนตัดฟืน และคนตัดฟืนแห่งทะเลสาบซูปี้…ก็คือบุคคลที่โหดร้ายป่าเถื่อนน่ากลัวที่สุดเท่าที่เคยมีมา เป็นสาเหตุที่ทำให้ทะเลสาบซูปี้เปลี่ยนเป็นสีแดง เป็นฝันร้ายของบรรดาโจรขี่ม้าในดินแดนแห่งทุ่งหญ้า เป็นเรื่องสยองที่เล่าขานกันข้างกองไฟ

    เพียงแต่พวกมันไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าคนตัดฟืนที่พวกมันหวาดกลัวจนขนหัวลุกจะอ่อนวัยอย่างเหลือเชื่อแบบนี้

     

    หลังการต่อสู้นองเลือดยุติลง สายตาที่ทุกคนมองหนิงเชวีย รวมทั้งความคิดเห็นและอากัปกิริยาที่มีต่อมันได้เปลี่ยนแปลงไปโดยทันทีอย่างเงียบๆ ในช่วงแรกของการเดินทาง ทุกคนอาจจะนับถือฝีมือในการนำทางของมัน แต่ก็แค่นั้น เพราะหากเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่ ต้องการการตัดสินใจที่เด็ดขาด ในสายตาของพวกองครักษ์ หนิงเชวียก็เปรียบเสมือนเศษหินก้อนหนึ่งเท่านั้น แต่มาบัดนี้ไม่ว่าทุกคนจะทำอะไร ล้วนต้องไปขอความคิดเห็นจากมัน

    หลังจากรายงานขออนุญาตจากองค์หญิงแล้ว หัวหน้าองครักษ์ก็ทำตามความเห็นของหนิงเชวีย ไม่เคลื่อนขบวนออก ตัดสินใจที่จะรออยู่กับที่ ภาวนาให้กองกำลังช่วยเหลือซึ่งอยู่ทางเชิงเขาด้านทิศใต้ของดินแดนเป่ยซานมาถึงก่อนสว่าง

    หลี่ว์ชิงเฉินซึ่งตอนนี้ร่างกายอ่อนแอเฝ้ามองหนุ่มน้อยข้างกองไฟอยู่เงียบๆ ใบหน้าฉาบทารอยยิ้มเบาบาง นิ้วหัวแม่มือขวาลูบเบาๆ บนข้อนิ้วชี้ แต่ทว่าสุดท้ายก็เอาแต่ส่ายหน้าถอนใจ

    ข้างๆ รถม้าก่อกองไฟไว้สองกอง แม้กลางป่าลมจะแรง แต่ยังดีที่ใบไม้ที่ทับถมรอวันย่อยสลายอยู่ข้างใต้ชื้นไปด้วยน้ำค้าง ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องฟืนไฟไหม้ลาม หัวหน้าองครักษ์กับผู้บาดเจ็บนั่งรวมกันรอบกองไฟกองหนึ่ง เหลือกองไฟในตำแหน่งที่ดีกว่าไว้ให้องค์หญิง ชายชราและเด็กชาย แม้ตอนนี้จะตกอยู่ในสภาพทุลักทุเล แต่พวกมันยังคงไม่ลืมว่าใครเป็นนาย ใครเป็นบ่าว

    หลังจากใส่ยา ทำแผล กินอาหารแล้ว พวกคนเถื่อนจากดินแดนแห่งทุ่งหญ้าก็รู้สึกคอแห้งหลังศึก จึงชักชวนกันดื่มสุรา เมื่อถุงสุราถูกส่งมาถึงซังซัง เด็กหญิงก็ส่ายหน้า ครั้นแล้วคนเถื่อนตูมู่ก็เดินมาหยุดอยู่ข้างๆ หนิงเชวีย ประคองถุงสุราส่งให้ด้วยสีหน้าเลื่อมใสยำเกรงสุดขีด

    องค์หญิงหลี่อวี๋เห็นก็ขมวดคิ้วเรียวงาม นางรู้ดีว่าคนเถื่อนจากดินแดนแห่งทุ่งหญ้าเหล่านี้ก่อนถูกสยบก็เคยเป็นโจรขี่ม้าที่อาละวาดเอะอะระรานไปทั่ว น้อยครั้งที่จะก้มหัวให้กับผู้อื่น อีกทั้งนี่ยังเป็นความยำเกรงที่แฝงไว้ด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด…ต่อให้บอกว่าพวกมันเกิดความประทับใจหนุ่มน้อยคนนี้จากสมรภูมิเลือดที่เพิ่งผ่านพ้นมา แต่ความกลัวนั้นเล่ามาจากสาเหตุใด

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in ทดลองอ่าน

    นิยายยอดนิยม

    Facebook