• Connect with us

    Enter Books

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่านนิยายสยบฟ้า พิชิตปฐพี เล่ม 1

    หลี่อวี๋ขมวดคิ้วมุ่น นางมิได้ซักไซ้ไล่เลียงว่าตั้งแต่เมื่อไรหรือเพราะเหตุใดมันจึงดูฐานะนางออก จากเหตุการณ์นองเลือดที่เพิ่งผ่านมาสดๆ ร้อนๆ บวกกับความรู้สึกปลอดภัยที่ตามมาทีหลัง ทำให้นางมีความรู้สึกไม่เลวนักต่อความสามารถของมัน จึงเอ่ยปากถามว่า

    “ได้ยินเจ้าบอกว่าฝีมือการฆ่าคนเรียนรู้มาจากในกองทัพ แต่ตอนนี้เจ้าอายุแค่สิบหก ตอนเมืองเว่ยทำการเกณฑ์ทหารเจ้ายังเป็นเด็กอยู่ แล้วนายทหารเหล่านั้นอาศัยอะไรรับเจ้าไว้ในค่าย”

    หนิงเชวียแอบนึกถามย้อนในใจ…ตอนเจ้าแต่งออกไปไกลถึงดินแดนแห่งทุ่งหญ้าก็ยังเป็นแค่นังหนูอายุสิบห้าอยู่เลยมิใช่หรือ

    ขณะจะเกทับอย่างคันปากสักหลายประโยค ซังซังก็เดินเข้ามาหย่อนก้นลงนั่งข้างๆ

    เห็นนังหนูตัวจริงโผล่มานั่งพิงอยู่เงียบๆ จิตใจมันก็อ่อนโยนลง มองเปลวไฟที่ไหวเอนอยู่ข้างหน้า ในสมองผุดภาพในอดีตขึ้น

    “องค์หญิงคงจะทราบแล้วว่าซังซังก็คือทารกที่ข้าน้อยเก็บมาจากข้างทางตอนแบเบาะ ตอนนั้นพวกเรายังเด็กมาก เดินพลัดหลงเข้าไปในเขตเขาหมินซานอันกว้างใหญ่ ขณะที่กำลังจะอดข้าวอดน้ำตายก็ได้พบกับนายพรานสูงวัยคนหนึ่ง”

    มันเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าอันงดงามก่อนเล่าต่อ

    “นายพรานคนนั้นมิใช่ยอดคนผู้เร้นกาย ที่ช่วยพวกเราไว้ก็มิใช่ด้วยเจตนาดี แต่สรุปแล้วมันสอนให้ข้าน้อยล่าสัตว์ ฝีมือการยิงธนูของข้าน้อยล้วนเรียนมาจากมัน ต่อมา…นายพรานคนนั้นตายไป ข้าน้อยก็พาซังซังล่าสัตว์เลี้ยงชีพอยู่บนเขาหมินซานเรื่อยมา”

    วิธีเล่าเรียบง่าย แต่เบื้องหน้าองค์หญิงกลับปรากฏภาพที่เหมือนมีชีวิตขึ้นเป็นฉากๆ เด็กชายอายุสิบขวบคนหนึ่งแบกเด็กหญิงอายุห้าหกขวบไว้บนหลัง ปีนป่ายเขาหมินซานซึ่งรกชัฏเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายและหน้าผาสูง ในมือถือธนูไม้หวงหยางคันเล็กๆ ส่วนเด็กผู้หญิงก็แบกตะกร้าหวายที่สานขึ้นอย่างลวกๆ ไว้ใบหนึ่ง

    มีบางครั้งที่ล่าอะไรไม่ได้ติดต่อกันหลายวัน มีบางครั้งที่ถูกเสือดาวไล่กวดตกจากเนินเขา มีบางครั้งเมื่อล่าได้กระต่ายป่า เด็กทั้งสองจะกระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุข และก็มีบางครั้งที่พวกมันเห็นแสงตะเกียงจากค่ายบนเขาที่อยู่ไกลออกไป แต่กลับหันหลังเดินจากอย่างเงียบงัน

    ใบหน้าของหนิงเชวียในตอนนี้มิได้อัปลักษณ์ขัดตาเช่นที่เคยรู้สึก นางถามอย่างสงสัย

    “บนเขาอันตรายออกอย่างนั้น ทำไมพวกเจ้าไม่ไปหาสถานที่ทำการของทางการเล่า ต้าถังของเราสมควรจะดีต่อเด็กกำพร้ายิ่ง”

    หนิงเชวียก้มหน้าหยิบฟืนที่ไหม้ไฟขึ้นมาท่อนหนึ่ง กล่าวเสียงเบา

    “หากต้องการอยู่รอด อยู่ในที่ที่มีคนน้อยจะประเสริฐกว่า”

    คำพูดง่ายๆ ประโยคนี้ ไม่ทราบว่าซุกซ่อนไว้ด้วยเลือดเนื้อ น้ำตา และความยากลำบากที่ได้พบเจอมามากน้อยเพียงใด หลี่อวี๋ตะลึงมองสองนายบ่าว แล้วจู่ๆ ก็ถามอย่างเอะใจ

    “นายพรานคนนั้น…ทำไมถึงตาย”

    หนิงเชวียเงยหน้าขึ้นตอบด้วยท่าทีสงบ

    “ข้าฆ่ามันเอง ใช้ดาบฆ่า”

    ส่วนที่ว่าทำไมถึงต้องฆ่า หนิงเชวียมิได้อธิบาย และไม่มีทางอธิบายต่อคนที่มีฐานะสูงศักดิ์ไม่เคยได้สัมผัสถึงความสกปรกโสมมของโลกชั้นต่ำอย่างองค์หญิง และเป็นไปได้ว่าจะไม่อธิบายให้ใครฟังไปชั่วชีวิต มันเพียงแต่ลูบศีรษะน้อยๆ ของซังซังแล้วโอบร่างที่สั่นสะท้านเข้าสู่อ้อมอกอย่างรักเอ็นดู

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in ทดลองอ่าน

    นิยายยอดนิยม

    Facebook