• Connect with us

    Enter Books

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่านนิยายสยบฟ้า พิชิตปฐพี เล่ม 1

    ฮว่าซานเยวี่ยกวาดตาสำรวจรอบๆ จึงค่อยสังเกตเห็นซากศพเกลื่อนกลาด ส่วนใหญ่จะเป็นศพศัตรู จากรอยเลือดและร่องรอยการต่อสู้ โดยเฉพาะหลังจากรับกระบี่เล็กไร้ด้ามบางเฉียบเล่มนั้นมาดู ค่อยทราบว่าการต่อสู้ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ดุเดือดเลือดพล่านและน่าสะพรึงกลัวเพียงใด ใบหน้ามันถึงกับถอดสี ก่อนรีบส่งสัญญาณให้ลูกน้องเตรียมม้าแล้วกล่าวว่า

    “องค์หญิง กองกำลังสนับสนุนได้ออกเดินทางแล้ว พวกเราสมควรไปจากที่นี่โดยเร็วเพื่อเข้าสมทบ”

    องค์หญิงหลี่อวี๋พยักหน้าเห็นด้วยพลางสาวเท้าก้าวเดินท่ามกลางการอารักขาอย่างหนาแน่นของเหล่าองครักษ์

    ฮว่าซานเยวี่ยปรายตามองหนิงเชวียแวบหนึ่ง สายตาปราศจากความรู้สึกใดๆ ของมันชวนให้ผู้คนรู้สึกหนาวเหน็บ มันพยายามคาดคะเนถึงความสัมพันธ์ระหว่างองค์หญิงกับพลทหารนายนี้ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็นแค่พลทหารเล็กๆ นายหนึ่ง ไม่มีอะไรดีพอที่จะสร้างแรงคุกคามให้กับมันได้ ดังนั้นจึงเปลี่ยนเป็นไม่แยแสสนใจ

    สายตาแบบนี้ซุกซ่อนความเป็นไปได้อยู่มากมาย หนิงเชวียรู้ซึ้งในจุดนี้เป็นอย่างดี มันมองแผ่นหลังฮว่าซานเยวี่ยเงียบๆ นึกย้อนไปถึงแววตาอ่อนโยนร้อนแรงเมื่อแรกมาถึง รู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีทางคิดร้ายต่อองค์หญิงปัญญาอ่อน เพียงแต่ความรู้สึกเป็นเจ้าข้าวเจ้าของนั้นออกจะรุนแรงเกินไป

    ความรักร้อนแรงที่นายทหารหนุ่มมีต่อองค์หญิง พูดตามจริงแล้วไม่มีอันใดเกี่ยวข้องกับพลทหารเล็กๆ อย่างมัน แต่หนิงเชวียไม่ชอบแววตาที่ฮว่าซานเยวี่ยมองมา รู้ว่านั่นหมายถึงว่าอีกฝ่ายสามารถใช้กำลังและอิทธิพลที่เหนือกว่าอยู่เบื้องหลัง สั่งเป็นสั่งตายมันได้ทุกเมื่อ และยังหมายถึงการหยามเหยียดไม่คิดจะลดตัวลงมาเหลือบแล

    หนิงเชวียไม่ชอบใจ ดังนั้นจึงลุกขึ้น มองสตรีที่กำลังจะก้าวขึ้นรถม้าแล้วเชิดหน้ากล่าวเสียงดังกังวาน

    “องค์หญิง อันที่จริงนับตั้งแต่เริ่มเดินทางออกจากเมืองเว่ย ข้าน้อยก็มีคำพูดประโยคหนึ่งอยากจะบอกกับท่าน…”

    ฮว่าซานเยวี่ยหันหน้าขวับ องค์หญิงผู้งดงามก็ขมวดคิ้วเอี้ยวตัวมองพลทหารที่ยืนเด่นอยู่ข้างกองไฟใกล้มอดคล้ายอยากจะกล่าวสั่งสอนสักหลายคำ แต่สุดท้ายก็เพียงกล่าวเสียงราบเรียบ

    “กลับถึงฉางอันแล้วค่อยพูดกัน”

    ก่อนออกเดินทาง ฮว่าซานเยวี่ยสอบถามหัวหน้าองครักษ์เสียงเครียด จึงค่อยทราบว่าองค์หญิงต้องเผชิญกับอะไรมาบ้างนับตั้งแต่เดินทางออกจากดินแดนแห่งทุ่งหญ้า และรู้ถึงการแสดงออกและฝีไม้ลายมือของหนิงเชวียในศึกนองเลือดเมื่อคืน มันอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้ามากล่าวกับหนิงเชวียด้วยสีหน้าเฉยเมย

    “ครั้งนี้เจ้าสร้างผลงานยิ่งใหญ่ ทางราชสำนักจะต้องปูนบำเหน็จให้อย่างงาม…เจ้าเด็กน้อย ทำได้ไม่เลวเลย”

     

    หนิงเชวียพาซังซังไปยังกระโจมโทรมๆ เพื่อเก็บสัมภาระ

    ซังซังผูกร่มดำคันใหญ่ไว้บนหลังตัวเองอย่างงุ่มง่าม แล้วจู่ๆ ก็เงยคางแหลมเล็ก ขมวดคิ้วถามเจ้านาย

    “นายน้อย เมื่อตะกี้ท่านจงใจบอกกับองค์หญิงว่า…มีคำพูดจะบอกใช่หรือไม่”

    “ใช่”

    หนิงเชวียเช็ดถูคราบเลือดตามคมดาบ ตอบโดยไม่ต้องคิด

    “เจ้าฮว่าซานเยวี่ยนั่นทั้งดูจอมปลอมทั้งน่าเหม็นเบื่อ ข้าเห็นแล้วอารมณ์ไม่ดี จึงอยากให้มันอารมณ์ไม่ดีตามไปด้วย”

    “แล้วท่านคิดจะพูดอะไรกับองค์หญิง”

    ซังซังชะงักมือถาม

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in ทดลองอ่าน

    นิยายยอดนิยม

    Facebook