• Connect with us

    Enter Books

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่านนิยายสยบฟ้า พิชิตปฐพี เล่ม 1

    หลังจากแวะเติมเสบียงอาหารและของใช้จำเป็นที่เขตกู้ซานแล้ว ขบวนก็มิได้หยุดพัก ออกเดินทางลงใต้ต่อทันที ดูท่าองค์หญิงจะใจร้อนอยากกลับถึงฉางอันโดยเร็ว กลับไปหาเสด็จพ่อที่รักและเอ็นดูนาง

    ถึงตอนนี้ฮว่าซานเยวี่ยสมควรทราบเบื้องหลังของหนิงเชวียดีแล้วว่าเป็นเพียงแค่พลทหารธรรมดาๆ นายหนึ่ง ไม่คิดฟุ้งซ่านอีกว่าอีกฝ่ายจะมีความสัมพันธ์อันใดกับองค์หญิง ดังนั้นหนิงเชวียจึงไม่ได้ถูกกลั่นแกล้งอะไรจากคนของเขตกู้ซาน

    ได้เวลาตั้งค่ายพักแรม ซังซังไปตักน้ำซาวข้าวและต้มปลาที่ริมแม่น้ำ ทำอาหารเย็นที่อุดมสมบูรณ์มื้อหนึ่ง ทั้งนายบ่าวพุ้ยกับข้าวใส่ถ้วย จากนั้นผสมกับผักดองและพริกกินกันอย่างเบิกบานใจ กินจนเหงื่อไหลไคลย้อยเนื้อตัวเบาสบาย

    บุรุษหน้าตาเคร่งขรึมเด็ดขาดคนหนึ่งเดินเข้ามา พอเห็นภาพนั้นก็ส่ายหน้ากระเซ้ายิ้มๆ

    “เรียกพวกเจ้าไปกินข้าวหม้อใหญ่ด้วยกันก็ไม่ไป พวกเราหลายคนยังหลงคิดว่าเป็นเพราะในใจเจ้ายังโกรธอยู่ ที่แท้ก็รังเกียจอาหารพื้นๆ ของพวกเรานี่เอง…มีสาวใช้ที่ยอดเยี่ยมแบบนี้อยู่ข้างกาย ไม่ทราบว่าเป็นบุญที่เจ้าสั่งสมมากี่ชาติ”

    เป็นบุญที่สั่งสมมากี่ชาติ คำชมแบบนี้สำหรับสาวใช้ที่ต่ำต้อยคนหนึ่งถือว่ามากเกินไป แต่ซังซังกลับไม่รู้สึกเขิน เพียงยิ้มให้แล้วก้มหน้าพุ้ยข้าวต่อ ส่วนหนิงเชวียก็ทำหน้าแบบว่าเป็นของแน่อยู่แล้ว

    ผู้มาคือเผิงกั๋วเทา หัวหน้าองครักษ์ที่แสดงผลงานยอดเยี่ยมในการศึก ณ ปากทางเข้าดินแดนเป่ยซาน เป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจขององค์หญิงอย่างยิ่ง เพียงแต่ขาไปมันนำลูกน้องมากมายติดตามองค์หญิงเข้าสู่ดินแดนแห่งทุ่งหญ้า ทว่าขากลับต้องเผชิญกับศึกนองเลือดติดๆ กัน ลูกน้องที่จงรักภักดีทยอยตายจากจนเหลืออยู่เพียงแค่เจ็ดคนเท่านั้น คิดว่าในใจจะต้องโศกเศร้าอาลัยอาวรณ์

    บัดนี้เผิงกั๋วเทามองหนิงเชวียเป็นสหายร่วมรบผ่านศึกเป็นตายมาด้วยกัน ความสัมพันธ์ที่งอกเงยกลางสมรภูมิเลือดเช่นนี้เหนียวแน่นลึกซึ้งกว่าความสัมพันธ์ทั่วไป และคิดว่าการแสดงออกของหนิงเชวียในการต่อสู้จะต้องสลักลึกอยู่ในความทรงจำของทุกคนไปอีกนาน

    ดังนั้นรถม้าโทรมๆ ที่ถูกกองกำลังแห่งกู้ซานแสดงความรังเกียจเดียดฉันท์ตลอดช่วงเวลาหลายวันที่ผ่านมานี้จึงมักจะได้เผิงกั๋วเทากับองครักษ์ที่เหลือเป็นแขกมาเยือนอยู่เสมอ ส่วนพวกคนเถื่อนก็มักจะส่งสุรารสชาติร้อนแรงมาให้ แต่น้อยครั้งที่จะเต็มใจเข้าใกล้ในระยะสิบจั้ง และก็น้อยครั้งที่จะพูดคุยด้วย ไม่ทราบว่าเป็นเพราะฉายาคนตัดฟืนแห่งทะเลสาบซูปี้หรือไม่

    “ข้ารู้ว่าพวกเจ้านายบ่าวหากจะแยกตัวไปฉางอันกันเองนั้นไม่มีปัญหา การติดตามกองกำลังชุดใหญ่มีแต่จะทำให้อึดอัดไม่สบายใจ แต่คำขอร้องของเจ้าข้าได้รายงานขึ้นไปแล้ว ทว่าไม่เคยได้รับคำตอบ”

    เผิงกั๋วเทากล่าวอย่างเสียใจ

    “เจ้าคือคนที่เมืองเว่ยส่งมา หากองค์หญิงไม่มีคำสั่ง เจ้าก็ไปไหนไม่ได้”

    หนิงเชวียเกาศีรษะกล่าวอย่างจนใจ

    “ถ้าเช่นนั้นก็ติดตามไปอีกสักระยะเถอะ”

    เวลาที่เหลือในการเดินทางไปฉางอันคงจะต้องดำเนินไปอย่างน่าเบื่อเหมือนเดิม ทว่าในคืนที่สอง จู่ๆ หนิงเชวียก็ได้รับคำเชิญจากรถม้าคันที่สอง ชายชราหลี่ว์ชิงเฉินอยากพบมัน

    ทั้งรู้สึกผิดคาดทั้งรู้สึกดีใจ หนิงเชวียขมวดคิ้วคิดอยู่นาน แต่แล้วก็ตัดสินใจไม่คิดต่อ สาดโจ๊กปลาที่เหลือดับกองไฟ แล้วพาซังซังเดินไปที่รถม้า

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in ทดลองอ่าน

    นิยายยอดนิยม

    Facebook