• Connect with us

    Enter Books

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่านนิยาย เพลงกลอนคลั่งยุทธ์ เล่ม 6 บทที่ 1

    “ทุกคนล้วนเป็นชนชาวยุทธภพ มิต้องมากพิธี สุราอาหารพอมาถึงก็กินดื่มให้หนัก” พวกจิงเลี่ยต่างก็ดื่มให้ไต้ขุย ไต้ขุยดื่มไปสองจอกค่อยวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการประลองบนโต๊ะของคนทั้งสองในวันวานขึ้นมาอย่างอดมิได้

    “พี่จิงท่านั้น…วิเศษจริงๆ!” มันแสดงท่าทางด้วยข้อศอก “คือกระบวนท่าอะไร”

    “มิใช่วรยุทธ์ของจงหยวน” จิงเลี่ยยิ้มน้อยๆ “ข้าเรียนมาจากแคว้นเล็กๆ ทิศใต้ที่เรียกว่าเซียนหลัว”

    “เซียนหลัว…มิเคยได้ยิน…ต้องเรียนกับพี่จิงสักหน่อยเสียแล้วจริงๆ” ไต้ขุยเลียนแบบกระบวนท่านั้นอีกครั้ง จากนั้นแค่นยิ้ม “ตอนนั้นข้าสู้ตายยกแขนทั้งสองขึ้นไขว้สกัด หากมิใช่พี่จิงยั้งมือ กระดูกข้าคงไม่ต้องรอเหยาเหลียนโจว…”

    กล่าวถึงตรงนี้ไต้ขุยลูบแขนซ้ายที่กระดูกหักแล้วนิ่งเงียบลง ย่อมเป็นเพราะนึกถึงหลี่เหวินฉยงศิษย์น้องที่เสียไป

    จิงเลี่ยหลั่งสุราชามหนึ่งลงบนพื้น

    “ชามนี้ ขอเคารพแด่ผู้กล้าสำนักซินอี้ที่รบจนตัวตาย”

    ไต้ขุยพยักหน้าอย่างฉับพลันแล้วหลั่งด้วยหนึ่งชาม คนที่เหลือล้วนซาบซึ้ง พากันหลั่งสุราตาม มีเพียงเลี่ยนเฟยหงที่เอาแต่เหม่อคิดอะไรอยู่ มิได้ฟังพวกมันพูดคุยโดยสิ้นเชิง แต่ทุกคนล้วนเคยเปิดหูเปิดตาพฤติการณ์และการพูดจาบ้าบิ่นเล็กน้อยของมันแล้วจึงมิได้ถือโทษใดๆ

    “ผู้อาวุโสเลี่ยน…” เยียนเหิงถามเสียงแผ่วเบาอยู่ด้านข้าง “ได้ยินว่าท่านเป็นสหายกับอาจารย์ข้าหลายปี มิทราบว่า…” มันเห็นเลี่ยนเฟยหงคล้ายยังคงเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เอ่ยถามไปถึงครึ่งหนึ่งก็มิได้ถามต่อ

    ถงจิ้งยังคงอึดอัดใจอยู่ ถึงตายก็ไม่ยอมมองเลี่ยนเฟยหงและเยียนเหิงทางด้านนั้นสักแวบเดียว เลี่ยนเฟยหงก็ไม่ทราบว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ไต้ขุยดื่มสุราอย่างกลัดกลุ้มเพราะคิดถึงความตายของสหายร่วมสำนัก บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อนข้างแปลกประหลาด

    จิงเลี่ยกินจนอิ่มแล้ว กอบชามสุราเดินไปตรงหน้าต่างแถบหนึ่งของชั้นสอง ก้มมองทิวทัศน์ถนนของเมืองด้านล่าง

    เยียนเหิงถือโอกาสนี้เดินมา

    “พี่จิง เพราะเหตุใดไม่กล่าวสักประโยค” เยียนเหิงชี้เลี่ยนเฟยหง “เรื่องนี้ทำอย่างไรดี”

    “ไม่ต้องใจร้อน” จิงเลี่ยจิบสุราหนึ่งอึก “เดี๋ยวก็มาแล้ว”

    ดังว่า เลี่ยนเฟยหงยืนอยู่ตรงหน้าต่างบานหนึ่งด้านข้างพวกมันแล้วพิงหน้าต่างก้มศีรษะถอนหายใจ

    “ผู้อาวุโส” เยียนเหิงอดมิได้ที่จะถาม “เพราะเหตุใดท่านต้องรับเสี่ยวจิ้งเป็นศิษย์ด้วย”

    เลี่ยนเฟยหงหรี่ดวงตา ใช้สีหน้าเชิงถามว่า ‘นี่เจ้าเองก็ไม่รู้?’ มองเยียนเหิง

    “ย่อมเป็นเพราะกระบี่นั้นที่นางแทงเมื่อวานอย่างไรล่ะ”

    “เพียง…กระบี่เดียว?”

    “ข้าเฟยหงหลงใหลในวิถียุทธ์หลายสิบปี คงมองไม่พลาดอย่างแน่นอน” เลี่ยนเฟยหงมองไปยังถงจิ้งที่อยู่ไกล ถงจิ้งผ่อนคลายลงแล้วเพราะมันออกจากที่นั่งไปและกำลังเคี้ยวอาหารเป็นการใหญ่ หัวเราะพูดคุยกับหู่หลิงหลัน

    “อาศัยเพียงกระบี่นั้น ข้าก็กล่าวได้ว่านางคืออัจฉริยะวิชายุทธ์ที่หาได้ยากในร้อยปี”

    อัจฉริยะวิชายุทธ์ที่หาได้ยากในร้อยปี…การพรรณนานี้ในยุทธภพถูกใช้อย่างเลยเถิดมานานแล้ว แต่ออกมาจากปากของอดีตเจ้าสำนักคงถงชื่อเสียงสะท้านกวนซี กลับมีน้ำหนักที่ต่างไป

    “คนแซ่จิง” เลี่ยนเฟยหงจ้องมองจิงเลี่ยที่เยาว์วัยกว่ามันสามสิบกว่าปี “เจ้ายอมสอนนางก็เป็นเพราะมองเห็นพรสวรรค์ของนางกระมัง?”

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in ทดลองอ่าน

    นิยายยอดนิยม

    Facebook