• Connect with us

    Enter Books

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่านนิยาย เพลงกลอนคลั่งยุทธ์ เล่ม 3 บทที่ 1

    โหวอิงจื้อมิอาจนับจำนวน แต่ทอดสายตามองไปก็คงมีเกือบสองร้อยคน

    สำนักอู่ตัง เพียงลานฝึกยุทธ์ขั้นต้นแห่งนี้ จำนวนคนก็เทียบได้กับสำนักชิงเฉิงทั้งสำนัก

    เสียงตวาดและลมที่พ่นออกมาไม่ขาดสาย เสียงหายใจแหบห้าว กอปรกับพลังงานความร้อนคุกคามคนที่แผ่ซ่านพร้อมกันจากเรือนร่างกำยำทั้งสองร้อยนั้น ลานยุทธ์ชางอวิ๋นนี้ชวนให้จินตนาการถึงเตาหลอมขนาดใหญ่ที่พ่นลมออกมาไม่หยุดเตาหนึ่ง

    เตาหลอมนี้กำลังหล่อหลอมวิถียุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดบนโลกหล้า

    โหวอิงจื้ออยากจะถอดเสื้อออกแล้วทิ้งตัวเข้าไปในเตาหลอมนี้ทันที นับแต่ออกจากเขาชิงเฉิง แม้ว่าระหว่างทางจะได้ฝึกปรือเพลงกระบี่อยู่บ้าง แต่มันก็มิได้ฝึกยุทธ์อย่างจริงจังมาเกินกว่าสองเดือนแล้ว เห็นเช่นนี้แล้วเลือดนักสู้ในตัวมันอดมิได้ที่จะพลุ่งพล่านขึ้นมา

    “ศิษย์พี่ซี ข้าจะเริ่มต้นได้อย่างไร” โหวอิงจื้อถามซีเสี่ยวเหยียนอย่างร้อนใจ

    เพิ่งได้ทราบข่าวการตายของพี่ชาย ซีเสี่ยวเหยียนย่อมยังไม่สงบ ทรวงอกเต็มไปด้วยโทสะ หากมิใช่กุ้ยตันเหลยกำชับเองกับปาก มันคงชกหน้าเด็กเวรสำนักชิงเฉิงคนนี้หนึ่งหมัดไปนานแล้ว

    ซีเสี่ยวเหยียนมิได้สนใจมัน พอกระโดดเข้าสู่ลานฝึกยุทธ์ก็วิ่งขึ้นไปบนลานทันที เหล่าศิษย์มองเห็นว่าเป็นศิษย์พี่สายเต่าพิทักษ์ย่อมถอยเป็นสองฝั่งเพื่อหลีกทาง

    “เสี่ยวเหยียน เจ้าทำอะไร!” ศิษย์พี่สายเต่าพิทักษ์คนหนึ่งที่สวมชุดต่อสู้สีเขียวเข้มซึ่งกำลังรับหน้าที่ชี้แนะศิษย์ในวันนี้ตะโกนเรียกจากด้านข้าง

    ซีเสี่ยวเหยียนกลับมิได้สนใจ วิ่งไปเบื้องหน้าเสาไม้แนวนั้นโดยลำพัง

    “นี่คือการละเล่นตุ้งติ้งอะไร!” มันตะโกนเสียงเกรี้ยวกราด ศอกซ้ายกระทุ้งใส่หัวไหล่ศิษย์ขั้นต้นที่กำลังฝึกกับเสาไม้อยู่คนหนึ่ง ศิษย์คนนั้นรูปร่างมิได้ผอมไปกว่าซีเสี่ยวเหยียน แต่ถูกศอกนี้ไปร่างมันก็ลอยคว้างจากพื้นไปหลายฉื่อในฉับพลัน ต้องให้อีกสองคนคว้าพยุงไว้จึงกลับมายืนได้ แต่สองคนนั้นก็คะเนแรงที่มากับร่างที่ลอยมานี้ไม่ถึง จึงต่างถอยไปคนละสองก้าว

    “ตีเสาไม้ ต้องตีเช่นนี้!” ซีเสี่ยวเหยียนซัดฝ่ามือไปด้านข้างหนึ่งฝ่ามือ ฟาดอย่างแรงบนท่อนไม้ที่โผล่ออกมาจากเสา ท่อนไม้หนาเท่าข้อมือนั้นหักครึ่งลงทันทีและลอยคว้างออกไป มือซ้ายของมันวกเสาใช้นิ้วมือจับท่อนไม้อีกท่อนหนึ่งไว้และบิดข้อมือลง พลันท่อนไม้ท่อนนี้ก็ถูกมันบิดหักลงมาดื้อๆ

    เสาไม้ชุดนี้ใช้ไม้แดงที่ส่งมาจากแถบเจียงเจ้อ* โดยเฉพาะ แข็งแรงหนักหน่วง ศิษย์ขั้นต้นเหล่านี้ฝึกโจมตีเสาไม้ได้ไม่นานนัก หาไม่หมัด เท้า และท่อนแขนจะทนไม่ไหว พลันเห็นพลังระดับนี้จึงตะลึงงันอย่างเลี่ยงมิได้

    โหวอิงจื้อก็มองเห็นจากไกลๆ มันเคยเห็นฝีมือของซีเจาผิงกับตาตัวเองมาก่อน เมื่อเทียบกันแล้วกลับรู้สึกว่าน้องชายคนนี้เหนือกว่าพี่ชาย อานุภาพฝ่ามือที่โจมตีออกมานั้นน่าจะสูสีกับหมัดพิฆาตสองภวะของซีเจาผิง แม้แรงบิดท่อนไม้ต่อจากนั้นลำบากกว่าออกแรงซัดฝ่ามืออยู่มาก แต่ซีเสี่ยวเหยียนกลับดูผ่อนคลาย

    ศิษย์พี่ที่รับหน้าที่ถ่ายทอดวรยุทธ์หลายคนยังมิทันตำหนิมัน ซีเสี่ยวเหยียนก็เดินออกจากลานยุทธ์ชางอวิ๋นไปแล้ว พวกมันดูเหมือนเห็นนิสัยเช่นนี้ของซีเสี่ยวเหยียนจนชินอยู่แล้ว จึงสบตากันแวบหนึ่งก่อนสั่งการเหล่าศิษย์น้องให้ฝึกซ้อมตามปกติ

    “ผู้มาใหม่?” สุ้มเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง โหวอิงจื้อเพิ่งมาก็ถูกบรรยากาศการฝึกบนลานดึงดูด มิได้สนใจบ้านที่สร้างอยู่ข้างลานยุทธ์ คนที่พูดออกมาจากบ้านหลังนั้น

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in ทดลองอ่าน

    นิยายยอดนิยม

    Facebook