• Connect with us

    Enter Books

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่านนิยาย เพลงกลอนคลั่งยุทธ์ เล่ม 3 บทที่ 1

    โหวอิงจื้อมองดู คนผู้นี้แลอายุสามสิบกว่าปี ตาข้างขวาบอดและไม่ใช้ผ้าปิดตาปกปิด เผยให้เห็นรอยแผลเป็นรูปบากไขว้กันรอยหนึ่ง มันเดินเข้ามาอย่างกะโผลกกะเผลก เข่าซ้ายไม่อาจพับงอ

    โหวอิงจื้อนึกถึงก่อนหน้า ฝานจงเคยบอกว่ามีศิษย์พิการเพราะฝึกยุทธ์จำนวนหนึ่งยังคงอยู่รับใช้สำนักอู่ตัง คิดในใจว่าศิษย์พี่ท่านนี้ต้องเป็นหนึ่งในนั้นอย่างแน่นอน น่าจะรับหน้าที่จัดการงานทั่วไปในลานยุทธ์ชางอวิ๋น

    “ขอรับ” โหวอิงจื้อประสานมือกล่าวชื่อแซ่ออกไป

    “เจียงหนิงเอ้อร์” คนตาเดียวผู้นี้ก็ประสานหมัด จึงมองเห็นข้อนิ้วมือซ้ายของมันที่บาดเจ็บสาหัสมากเช่นเดียวกัน

    โหวอิงจื้อเลื่อมใสถึงขีดสุด แผลที่ดวงตา มือ และขาของศิษย์พี่เจียงท่านนี้คงมิได้เกิดขึ้นในขณะเดียวกัน หมายความว่ามันเคยพิชิตความเสียหายหนักหนามาแล้วสองครั้ง กระทั่งคำรบสาม แต่ก็ไม่ละทิ้งที่จะแสวงหาวิถียุทธ์ เป็นจิตใจที่น่ากลัวและน่าเคารพนับถือ

    เจียงหนิงเอ้อร์ยิ้มน้อยๆ “ขึ้นเขาไม่เหนื่อยหรือ ตอนนี้ก็จะเริ่มต้นเลย?”

    โหวอิงจื้อพยักหน้าอย่างแน่วแน่

    เจียงหนิงเอ้อร์ชี้ลานยุทธ์ “หลังจากดูแล้ว อยากเรียนวรยุทธ์ประเภทไหนที่สุด”

    “กระบี่” โหวอิงจื้อกล่าวโดยมิได้ลังเลแม้แต่น้อย

    “ประเสริฐ เมื่อก่อนข้าก็เรียนกระบี่” เจียงหนิงเอ้อร์แค่นยิ้ม ลูบตาขวาที่หายไป “แต่ว่าขอบอกเจ้าไว้ก่อน กระบี่อู่ตัง เรียนมิง่าย”

    “ข้ารู้” โหวอิงจื้อตอบ มันคิดในใจว่าข้าคือผู้เชี่ยวชาญที่ฝึกมาหกเจ็ดปีแล้วนะ แต่มันก็มิได้คิดจะชี้แจงภูมิหลังของตนเองอย่างร้อนใจ ถึงอย่างไรคนของสำนักอู่ตังทั้งหมดช้าเร็วก็จะรู้เอง

    มิหนำซ้ำเพลงกระบี่ชิงเฉิงได้พ่ายให้กระบี่อู่ตัง ไม่ควรค่าแก่การกล่าวถึง

    “ข้า…เข้าลานได้ไหม” มันถามอีก

    “ตามข้าเข้ามาก่อน” เจียงหนิงเอ้อร์ยังยิ้มเล็กน้อยอย่างลึกลับ บอกเป็นนัยให้โหวอิงจื้อตามมันเข้าบ้านหลังนั้น โหวอิงจื้อคิดว่าคงจะเข้าไปรับเครื่องแบบและอุปกรณ์กระมัง

    ครั้นเข้าบ้านหลังนั้น เจียงหนิงเอ้อร์กลับมิได้พามันไปยังส่วนที่จัดวางเครื่องใช้ไม้สอย แต่มายังห้องครัว

    ที่เรียกว่าห้องครัวนั้น ความจริงก็เป็นทั้งโถงอาหารด้วย ครึ่งด้านจัดวางโต๊ะยาวขนาดใหญ่สามตัว ถึงแม้โต๊ะจะใหญ่เพียงนี้ แต่เหล่าศิษย์ของลานยุทธ์ชางอวิ๋นก็ได้แบ่งกินข้าวเป็นสามรอบปกติ คนงานหุงหาอาหารหกเจ็ดคนกำลังยุ่งอยู่ตรงเตาไฟด้านโน้นไม่หยุด

    “ข้าไม่หิว” โหวอิงจื้อกล่าว “ก่อนขึ้นเขาข้าเพิ่งกินอาหารแห้ง…”

    “มิใช่กิน” มือขวาเจียงหนิงเอ้อร์หยิบชามเปล่าใบหนึ่งขึ้นมา “เป็นดื่ม”

    มันเดินไปหน้าโอ่งใหญ่ที่สูงเกือบถึงอกใบหนึ่ง เปิดฝาไม้ออก ยื่นมือเข้าไปตักของด้านในออกมาครึ่งชาม

    “ก่อนฝึกทักษะ ต้องดื่มก่อน” เจียงหนิงเอ้อร์ยื่นชามไปให้โหวอิงจื้อ “เดิมทีต้องดื่มเต็มชาม เจ้าเป็นครั้งแรก ข้าให้เจ้าก่อนครึ่งชามก็พอแล้ว”

    โหวอิงจื้อไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหมายถึงสิ่งใด มือทั้งสองรับชามนั้นมา เห็นสิ่งที่ตักใส่ในชามคือของเหลวสีเข้มจนเกือบเป็นสีดำ กลิ่นยั่วยวนแตะจมูกวูบหนึ่ง

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in ทดลองอ่าน

    นิยายยอดนิยม

    Facebook