• Connect with us

    Enter Books

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่านนิยาย เพลงกลอนคลั่งยุทธ์ เล่ม 3 บทที่ 1

    โหวอิงจื้อไม่แม้แต่จะคิด ด้วยได้รับการสั่งสอนจากสำนักชิงเฉิงแต่เล็กว่าฝึกฝนวิถียุทธ์ต้องเชื่อฟังคำสั่งทั้งหมด พอเงยหน้าก็ดื่มสิ่งที่อยู่ในชามจนหมด สิ่งนั้นพกพารสชาติประหลาดอันเผ็ดร้อนประเภทหนึ่ง มันฝืนกลืนลงคอ หน้าตาขมวดเป็นก้อน

    “ดื่มหลายๆ ครั้งก็จะชินเอง” เจียงหนิงเอ้อร์หยิบชามเปล่านั้นกลับคืน “สิ่งนี้ชื่อว่า ‘สุราสยงเซิ่ง’ เรียกว่าสุราแต่ความจริงคือยา มิได้ผสมสุราแม้แต่น้อย ดื่มไม่เมาอย่างแน่นอน ดื่มแล้วเมาจะยังฝึกทักษะได้อย่างไรล่ะ กฎปฏิบัติสำนักเรา ผู้ที่เข้าสำนักทั้งหมดในสองปีแรก ก่อนฝึกทักษะทุกวันล้วนต้องดื่มหนึ่งชาม”

    “เพราะ…เหตุใด…” โหวอิงจื้อรู้สึกเพียงลมหายใจร้อนเร่าวูบหนึ่งขึ้นมาจากท้อง มันเดือดพล่านจนหัวใจเต้นเร็วขึ้น ไอร้อนนั้นเหมือนจะพ่นออกมาจากโพรงจมูก ในหัวสมองราวกับมีแสงสีขาวแวบอยู่

    “ดื่มสิ่งนี้แล้ว…” เจียงหนิงเอ้อร์ฉีกยิ้ม “…ไม่กลัวเจ็บ ไม่กลัวปวด และไม่กลัวตาย”

    มันวางชามลง ยื่นมือตบโอ่งใบนั้นเบาๆ “สิ่งนี้ล้ำค่ายิ่งนัก ตำรับยานี้คือของล้ำค่าที่อดีตเจ้าสำนักกงซุนชิงมาจากลัทธิอู้อี๋เชียวนะ”

    โหวอิงจื้อรู้สึกแก้วหูปั่นป่วน จู่ๆ ไอร้อนที่หน้าอกนั้นแผ่ออกไปยังแขนขา ชีพจรกลับคืนสู่ปกติแล้ว ในหัวสมองก็มิได้แวบวาบอีก ขณะนี้กลับรู้สึกว่ากล้ามเนื้อแขนขาล้วนเหมือนขยายตัวขึ้นมา ในนั้นเปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลัง ความรู้สึกนั้นโล่งสบายและตื่นเต้นผิดปกติ

    “ใช้ได้แล้ว” เจียงหนิงเอ้อร์ยกนิ้วหัวแม่มือขึ้น “ไปเถอะ”

    โหวอิงจื้อวิ่งออกจากบ้านไปด้วยความเร็วทั้งหมดโดยมิอาจควบคุม

    เหยียบย่างก้าวแรกของความ ’แข็งแกร่งที่สุด’ ไปข้างหน้า

     

    ฝานจงแม้เป็นยอดฝีมือวิชาตัวเบาที่จัดว่าเป็นอันดับหนึ่งในสายพญางูอู่ตัง แต่วิชาตัวเบามิใช่วิชาเซียน ฝานจงเป็นเพียงมนุษย์ ต้องใช้ขาวิ่งใช้มือปีน ยอดเขาเทียนจู้สูงตระหง่านหมื่นจั้งนั้นเป็นเส้นทางอันตราย ฝานจงออกเดินทางหลังยามอู่ แม้จะเร่งความเร็วทั้งหมดกว่าจะขึ้นสู่ยอดเขาก็เกือบถึงช่วงชิงพลบแล้ว

    ภายใต้แสงตะวันคล้อยสาดเฉียง ‘ตำหนักทอง’ หรือ ‘ตำหนักเจินเซียน’ ที่ยอดเหนือสุดของยอดเขาเทียนจู้บนเขาอู่ตังสะท้อนประกายสีแดงทองแยงตาทำให้ผู้คนมิอาจมองได้ตรงๆ

    ‘ตำหนักทอง’ นี้คือสิ่งมหัศจรรย์ที่จักรพรรดิหย่งเล่อทุ่มเทกำลังคนและทรัพย์สินมากมายสร้างขึ้นบนยอดเขาสูงสุดของอู่ตัง บนแท่นศิลาเรียบกว้างคือตำหนักหลังหนึ่งที่สร้างจากทองสำริดทั้งหลัง ทั้งเสาทั้งคาน ประตูเพดานกระทั่งภาชนะทุกอย่างในตำหนักล้วนสร้างจากทองสำริด อีกทั้งโครงสร้างทั้งหมดเลียนแบบตำหนักไม้ รูปหล่อทองสำริดเทพเจินอู่ที่ประดิษฐานอยู่ภายในตำหนักก็หนักถึงหมื่นชั่ง ในปีนั้นการจะสร้างตำหนักทองสำริดอันโอฬารบนยอดเขาอันตรายเช่นนี้ย่อมต้องอาศัยขุมกำลังและการตัดสินใจอันยากจะจินตนาการได้จริงๆ

    เนื่องจากทั้งตำหนักล้วนเป็นโลหะ ซ้ำยังสร้างบนยอดเขาสูง ทุกครั้งเวลาฝนตกฟ้าคะนองในฤดูคิมหันต์มักจะนำพาฟ้าผ่ามาด้วย ครั้น ‘ตำหนักทอง’ ถูกอสนีบาต แสงฟ้าจะแลบแปลบปลาบทั่วพื้นที่ เสียงฟ้าร้องสะเทือนนภา กระทั่งรอบตำหนักเกิดลูกไฟกลิ้งโชนนับไม่ถ้วน สิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดคือหลังอสนีบาตทุกครั้ง สนิมสำริดที่สะสมมานานจะสลายไปทั้งหมดในทันที ทำให้ดูเหมือนใหม่ แต่โครงสร้างตัวตำหนักมิได้เสียหายแม้แต่น้อย ด้วยเหตุนี้เหตุการณ์ประหลาดจึงถูกเรียกว่า ‘เพลิงอัสนีหลอมตำหนัก’

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in ทดลองอ่าน

    นิยายยอดนิยม

    Facebook