• Connect with us

    Enter Books

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่านนิยาย เพลงกลอนคลั่งยุทธ์ เล่ม 3 บทที่ 1

    “สักคนก็ไม่มี”

    “เช่นนั้น…” โหวอิงจื้อขมวดคิ้ว “พวกมันหลังจากนั้นเป็นอย่างไร”

    กุ้ยตันเหลยหน้าตาเคร่งขรึม

    “ตอนนี้ข้ากำลังจะพาเจ้าไปพบพวกมัน”

     

    สุสานนั้นอยู่ด้านตะวันตกของอารามหยวนเหอนั่นเอง บนเนินเขาราบเรียบสีเขียวขจีผืนหนึ่ง ทอดสายตามองไปเห็นป้ายศิลาที่ตั้งเป็นดง มีอย่างน้อยก็สองสามร้อยป้าย

    โหวอิงจื้อเหยียบบนพื้นหญ้า มันให้สัมผัสอ่อนนุ่ม เมื่อก้มมองก็พบว่าตัดแต่งได้เรียบสั้นยิ่ง ป้ายหลุมศพก็ล้วนไม่มีวัชพืชขึ้นเลื้อยแม้แต่นิดเดียว คล้ายเช้าเย็นมีคนดูแลเอาใจใส่

    มันมองดูป้ายศิลาแผ่นหนึ่งในนั้นอย่างละเอียด เจ้าของป้ายหลุมศพนามว่า ‘กานอิ๋งจู’ เสียชีวิตเมื่อเก้าปีก่อน มันลองนับวันเกิดและตาย ดูเหมือนตอนตายเพิ่งมีอายุเพียงยี่สิบสามปี

    กุ้ยตันเหลยมิได้อธิบาย แต่โหวอิงจื่อเข้าใจอยู่แล้วว่าหลุมศพเหล่านี้มีที่มาอย่างไร

    ทั้งหมดล้วนคือคนที่เสียชีวิตในการประลองและการฝึกฝนอันหฤโหดของสำนักอู่ตัง

    “เป็นศิษย์ของสำนักอู่ตังมิใช่เรื่องสนุก”

    โหวอิงจื้อนึกถึงเยี่ยเฉินยวน ตอนอีกฝ่ายรับมันเข้าสำนักก็เคยพูดเช่นนี้

    กุ้ยตันเหลยเดินเข้ามา ยื่นมือลูบป้ายศิลาของกานอิ๋งจูนั้นเบาๆ สิ่งที่สลักบนป้ายนอกจากชื่อแซ่และวันเกิดวันตายของผู้ตายแล้ว ด้านบนยังมีสัญลักษณ์ไท่จี๋แทนสำนักอู่ตังหนึ่งอัน

    “ในคนเหล่านี้ บางคนเข้าสำนักในเวลาอันสั้น บางคนแม้แต่วรยุทธ์สักนิดก็มิได้ฝึก” กุ้ยตันเหลยกล่าว แต่คนที่นอนอยู่ในนี้ ทุกคนล้วนเป็นศิษย์อู่ตังชั่วนิรันดร์”

    มันเงยหน้ามองดูดวงอาทิตย์ เส้นผมแห้งกร้านสีน้ำตาลยุ่งเหยิงบนศีรษะนั้นพลิ้วกระจาย

    “เพื่อหล่อหลอมกองทัพนักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา นี่คือการเสียสละที่จำเป็น โลหิตและชีวิตที่พวกมันจ่าย อนาคตก็จะบันทึกอยู่ในตำนานไร้เทียมทานของสำนักอู่ตัง”

    “มิเพียงพวกมัน” ฝานจงที่อยู่ด้านข้างกล่าวอีก “ยังมีคนในสำนักที่ไม่อาจฝึกยุทธ์ได้อีกเพราะบาดเจ็บไปจนถึงพิการหลายสิบคน พวกมันก็มิได้จากไป ยังคงอยู่เป็นส่วนหนึ่งของสำนักเรา บ้างทำหน้าที่หลอมอาวุธเช่นกระบี่และดาบ บ้างซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกซ้อม ไปถึงจนตัดเย็บชุดต่อสู้และชุดถือพรต”

    “ถึงแม้ไม่อาจทำอะไรได้…” กุ้ยตันเหลยกล่าวเสริม “ถึงแม้ไม่มีสองมือสองขาแล้ว ไม่มีหูตาจมูกลิ้นแล้ว…ขอเพียงเข้ามาในสำนักนี้แล้วก็อยู่ต่อไปได้ พวกเราไม่เคยขับไล่ศิษย์คนใดแม้แต่คนเดียว”

    มันตบป้ายศิลาที่อยู่ใต้มือเบาๆ กล่าวอีก “แต่เมื่อเข้าสำนักนี้มา ได้เป็นศิษย์อู่ตังแล้ว ก็ต้องเตรียมพร้อมนอนอยู่ที่นี่ตลอดเวลา”

    “ข้าต้องทำเหมือนตัวเองตายไปแล้วเสียก่อน” โหวอิงจื้อพยักหน้ากล่าว “ตอนที่รองเจ้าสำนักเยี่ยรับข้าก็เคยบอกแล้ว”

    “ดีแล้ว” กุ้ยตันเหลยหัวเราะ “เช่นนั้นเจ้าเริ่มต้นพรุ่งนี้เถอะ”

    “อาทิตย์ยังอยู่สูงมาก” โหวอิงจื้อชี้ท้องฟ้า “ถ้าเป็นไปได้ ข้าอยากเริ่มเสียวันนี้เลย”

    กุ้ยตันเหลยและฝานจงมองหน้ากันแล้วหัวเราะ

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in ทดลองอ่าน

    นิยายยอดนิยม

    Facebook