• Connect with us

    Enter Books

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่านนิยาย เพลงกลอนคลั่งยุทธ์ บทที่ 3 และบทที่ 4

    ทุกวันนี้อู่ตังเฟื่องฟูอย่างมาก สำนักใหญ่โต หลังเจ้าสำนักเหยาคนปัจจุบันดำรงตำแหน่งก็ได้แต่งตั้งรองเจ้าสำนักมากถึงสามคน เยี่ยเฉินยวนผู้นี้คือหนึ่งในนั้น รองลงมาได้คัดเลือกศิษย์ชั้นยอดภายในสำนัก ตั้งสายพลอีกา สายเต่าพิทักษ์ สายพญางู เหล่านี้เป็นสาขาย่อย แต่ละสายต่างมีหน้าที่รับผิดชอบ คล้ายกับมีขอบเขตของตัวเองอย่างลับๆ

    ซ่งเจินจ้องมองคนสองคนที่อยู่ด้านซ้ายและขวาของเยี่ยเฉินยวน คนที่อยู่ด้านซ้ายนั่นดูเหมือนอายุอ่อนกว่าเยี่ยเฉินยวนเพียงไม่กี่ปี ทั้งหน้ามีแต่รอยแผลเป็น ปลายจมูกและหูขวาถูกตัดไปนานแล้ว มือซ้ายสวมถุงมือเกราะเหล็กที่เหมือนกับกรงเล็บสัตว์ร้าย เอวห้อยกระบี่ฝักหนังฉลามเล่มหนึ่ง ผ้าพันป้องกันมือของกระบี่เล่มนั้นดูโบราณยิ่งนัก

    คนที่อยู่ด้านขวาดูมีอายุเพียงยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปดปี รูปร่างเตี้ยล่ำกว่าอีกสองคนมาก มันสวมชุดคลุมตัวกว้างสีดำ แต่ทรงของชุดคลุมส่วนล่างพิลึกพิลั่น หัวไหล่ขวาปูดโปนขึ้นมาเป็นก้อนใหญ่ยักษ์ ไม่รู้ว่าพิกลพิการแต่โดยกำเนิดหรือไม่ ฝ่ามือทั้งคู่ใหญ่ยิ่ง ดูเหมือนพัดใบลาน บนร่างมันปราศจากอาวุธ แต่แค่เห็นก็รู้ว่าเป็นมือดีทางวิชาหมัด

    ซ่งเจินประหลาดใจนัก ตลอดมาสำนักอู่ตังขึ้นชื่อเรื่องอาศัยวิชาใช้อ่อนสยบแข็ง ทั้งชำนาญการบำรุงรักษาสุขภาพร่างกาย แต่ผู้เป็นหัวหน้าทั้งสามคนนี้ จนถึงศิษย์ชุดคลุมดำสามสิบกว่าคนทางด้านหลัง ทั้งหมดล้วนแผ่ไอแห่งความแข็งกร้าวดุดันเหมือนสัตว์ร้ายออกมา ต่างจากบรรดาผู้ฝึกฝนวรยุทธ์ทั้งหลายที่ซ่อนเข็มในปุยฝ้าย* อย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะรองเจ้าสำนักเยี่ยผู้นี้ บนหน้ามีรอยสักซึ่งแต่โบราณมาการสักบนหน้าคือโทษทัณฑ์ของนักโทษอย่างหนึ่ง และมันมิได้หลบเลี่ยงปกปิดเลยสักนิด ดูไม่คู่ควรกับสถานะผู้นำสำนักเลื่องชื่อฝ่ายธรรมะนัก

    พวกมันทุกคนล้วนสวมชุดคลุมดำ ดูเหมือนจะเป็นศิษย์สายพลอีกาที่ยอดเยี่ยมที่สุดของสำนักอู่ตังอย่างมิต้องสงสัย

    “ท่านนี้คือท่านผู้ดูแลซ่งแห่งสำนักชิงเฉิงเป็นแน่” บุรุษที่มีรอยแผลเป็นมากมายบนหน้ากล่าว “ข้าน้อยศิษย์สำนักอู่ตัง เจียงอวิ๋นหลัน วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใสอากาศสดชื่น เป็นวันที่ดีวันหนึ่ง ฉะนั้นจึงตัดสินใจถือวิสาสะขึ้นเขามาคารวะเร็วขึ้น ขอจงโปรดอภัย”

    เมื่อเทียบกับเยี่ยเฉินยวนผู้เย็นชา เจียงอวิ๋นหลันผู้นี้ดูเหมือนค่อนข้างพูดจาดีกว่า ซ่งเจินรับประสานมือพลางยิ้มเล็กน้อย “มิต้องเกรงใจ เจ้าสำนักเรารอต้อนรับอยู่ในโถงนานแล้ว แต่ว่า…” มันยิ้มพลางมองข้างเอวของเจียงอวิ๋นหลัน

    “อ้อ…เรื่องนี้พวกเราย่อมเข้าใจ” เจียงอวิ๋นหลันยิ้มพลางปลดกระบี่โบราณบนเอวและถุงมือเกราะเหล็กนั่นออก มอบให้ศิษย์ที่อยู่ด้านหลัง เยี่ยเฉินยวนนิ่งเงียบพักหนึ่ง ก่อนยื่นมือปลดปมเงื่อนตรงหน้าอกออก มีศิษย์สองคนปราดมาด้านหน้า รับกระบี่คู่บนหลังของมันไป

    “เชิญ” ซ่งเจินผายมือไปยังด้านในประตู ผู้เป็นหัวหน้าทั้งสามคนของสำนักอู่ตังสืบเท้าก้าวเข้าไป ศิษย์ชุดดำของสำนักอู่ตังที่เหลือ แต่ละคนรออยู่ที่เดิมอย่างนิ่งเงียบ วินัยเข้มงวดอย่างยิ่ง

    มาถึงหน้าประตูโถงกุยหยวน เห็นเหล่าศิษย์สาวกสืบมรรคาสำนักชิงเฉิงล้วนห้อยกระบี่ บรรยากาศตึงเครียด คนของอู่ตังทั้งสามกลับสีหน้านิ่งเฉย ยังคงก้าวเดินด้วยท่าทางปกติ พวกมันเงยหน้ามองป้ายคำขวัญปาสู่ไร้สอง แล้วจึงมองดูเหอจื้อเซิ่งในชุดคลุมขาวที่นั่งอยู่ใต้ป้ายคำขวัญ

    เยี่ยเฉินยวนก้าวไปด้านหน้าสองก้าว มันประสานมือแสดงมารยาทครั้งนี้เคารพนอบน้อมกว่าที่กระทำต่อซ่งเจินเมื่อครู่มาก

    “ได้ยินมานานว่าบนเขาชิงเฉิงมีพยัคฆ์ทมิฬตัวหนึ่งอาศัยอยู่ วันนี้ได้พบ ช่างสมคำเล่าลือ” เยี่ยเฉินยวนกล่าว

    * ซ่อนเข็มในปุยฝ้าย เป็นสำนวน หมายถึงภายนอกอ่อนโยนภายในแข็งแกร่ง และยังใช้เปรียบเปรยว่าภายนอกดูเป็นคนดี แต่ซ่อนความชั่วร้ายเอาไว้ภายในได้ด้วย

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in ทดลองอ่าน

    นิยายยอดนิยม

    Facebook