• Connect with us

    Enter Books

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่านนิยาย เพลงกลอนคลั่งยุทธ์ บทที่ 3 และบทที่ 4

    เหอจื้อเซิ่งหาได้ตอบไม่ เพียงแต่ใช้ตาสีเทาคู่นั้นจ้องมองเยี่ยเฉินยวน เนิ่นนานค่อยยื่นฝ่ามือออกไป บอกเป็นนัยให้ฝ่ายตรงข้ามนั่งลง

    ย่อมมิใช่ครั้งแรกที่เยียนเหิงพบเห็นอาคันตุกะจากสำนักอื่นในยุทธภพ แต่ที่ผ่านมาอาคันตุกะที่มาเยี่ยมล้วนเป็นเพียงสำนักเล็กๆ ไม่กี่สำนักในพื้นที่ใกล้เคียง ขึ้นเขาชิงเฉิงมาส่งของขวัญกระชับความสัมพันธ์ อาคันตุกะที่มาวันนี้กลับเป็นมือกระบี่สำนักอู่ตังชื่อดัง ในใจมันตื่นเต้นโดยแท้จริง ทว่ายามนี้ที่เยียนเหิงได้ฟัง แม้แต่รองเจ้าสำนักอู่ตังก็เคารพนอบน้อมและยกย่องอาจารย์เช่นนี้ มันรู้สึกภาคภูมิใจอย่างเลี่ยงมิได้

    มันลอบมองศิษย์พี่จางเผิง จางเผิงยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก ดูเหมือนมีความคิดเช่นเดียวกัน

    คนของอู่ตังทั้งสามนั่งประจำที่ มีบ่าวรับใช้มาส่งน้ำชาและผลไม้ ซ่งเจินและเจียงอวิ๋นหลันต่างแนะนำคนของตนเอง ยามนี้จึงรู้ว่าชายฉกรรจ์ร่างเตี้ยคนที่สามที่มีเรือนร่างพิลึกนั้นมีชื่อเรียกว่าซีเจาผิง

    หลังจากแลกเปลี่ยนคำทักทายกันแล้ว ซ่งเจินรู้ดีว่ายามนี้ควรเข้าประเด็น

    “อู่ตังและชิงเฉิงสองแห่งล้วนกำเนิดจากลัทธิเต๋า อีกทั้งยังจัดอยู่ใน ‘เก้าสำนักใหญ่’ เหมือนกัน หลายปีมานี้กลับติดต่อกันไม่บ่อยนัก วันนี้มีโอกาสได้รวมตัว ช่างหาได้ยากจริงๆ จากนี้ไปก็ควรผูกมิตรภาพที่ดีต่อกัน” ซ่งเจินกล่าว “มิทราบว่ารองเจ้าสำนักเยี่ยมาไกลถึงซื่อชวนครั้งนี้ นอกจากมาเยือนสำนักเรา พูดคุยฉันสหายร่วมทางในยุทธภพแล้ว มีกิจสำคัญอื่นอีกหรือไม่”

    เยี่ยเฉินยวนมิได้ตอบคำ และมิได้แสดงอาการใดๆ มองเพียงแต่เหอจื้อเซิ่งอยู่ตลอดเวลา

    เจียงอวิ๋นหลันที่อยู่ข้างๆ กลับโพล่งแทรก มันชี้ป้ายคำขวัญเหนือศีรษะพลางกล่าว “อักษรสี่ตัวนี้เขียนได้หนักแน่นนัก! ‘ปาสู่ไร้สอง’ ประเสริฐจริงๆ!” ขณะกล่าวก็ยกนิ้วหัวแม่มือข้างหนึ่งขึ้นมา

    เหล่าศิษย์ที่อยู่ในห้องโถงมิได้มองไปยังป้ายคำขวัญ ทว่าสีหน้าเอ่อล้นไปด้วยความภาคภูมิใจ

    “แต่ว่า ‘ปาสู่ไร้สอง’ ประโยคนี้…” เจียงอวิ๋นหลันกล่าวสืบต่อ “คนของสำนักเอ๋อเหมย* ได้ฟังแล้วมิทราบว่ามีความคิดเห็นหรือไม่”

    ซ่งเจิน หลี่ว์อีเว่ย เฉินหงลี่ และบรรดาศิษย์ล้วนตกตะลึง สำนักเอ๋อเหมยก็จัดอยู่ในเก้าสำนักใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตซื่อชวนเหมือนกัน ประวัติและชื่อเสียงต่างไม่แพ้สำนักชิงเฉิงเลยแม้แต่น้อย หลิงตันหยางเจ้าสำนักชิงเฉิงรุ่นก่อน ในปีนั้นเขียนอักษรปาสู่ไร้สองนี้ด้วยตัวเอง ความจริงแล้วเจตนาเดิมเพียงหมายถึงเพลงกระบี่ชิงเฉิงเป็นหนึ่งในมณฑล สำนักเอ๋อเหมยเลื่องลือว่าเป็นยอดในเชิงทวน วิชากระบี่เทียบชิงเฉิงมิได้ คนในมณฑลต่างรู้ถ้วนทั่ว

    สำนักเอ๋อเหมยหลังรู้ถึงป้ายคำขวัญนี้ย่อมเกิดความเข้าใจผิด สองสำนักจึงไม่ปรองดองกันด้วยเหตุนี้ สำนักชิงเฉิงเขียนอักษรสี่ตัวนี้แม้ว่าจะไม่เหมาะสมไปบ้าง แต่ในเมื่อแขวนไปแล้วก็ไม่มีเหตุผลให้รื้อลงมา หลายปีผ่านมา สองสำนักเคยประลองแลกเปลี่ยนยุทธ์กันหลายหน มีแพ้ชนะสลับกันไป แต่ก็เป็นเพราะการแข่งขันยาวนานนี้ วรยุทธ์ของทั้งสองสำนักจึงก้าวหน้า ชื่อเสียงเฟื่องฟูกว่าแต่ก่อน ต่อมาหลี่ว์ฉุนจงอาจารย์ของเหอจื้อเซิ่งรับตำแหน่งเจ้าสำนักชิงเฉิง สร้างทวนทองคำเล่มหนึ่งมอบให้เอ๋อเหมย บุญคุณความแค้นสองสำนักจึงเลือนลับ

    ซ่งเจินไม่รู้ว่าเจียงอวิ๋นหลันพลันถามเรื่องนี้ขึ้นมามีเจตนาใด จึงตอบมิได้ไปขณะหนึ่ง

    * เอ๋อเหมย หมายถึงสำนักง้อไบ๊

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in ทดลองอ่าน

    นิยายยอดนิยม

    Facebook