• Connect with us

    Enter Books

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่านนิยาย เพลงกลอนคลั่งยุทธ์ บทที่ 3 และบทที่ 4

    “สามรอบอะไรกัน ชักช้าร่ำไร” เจียงอวิ๋นหลันกล่าวเสียงเย็นชา รอยยิ้มที่เคยดำรงอยู่เป็นนิจเมื่อครู่ไม่ปรากฏแล้ว “จะประลองก็ประลองจนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแพ้ชนะโดยสิ้นเชิงจึงยุติ” มันมองไปรอบๆ มองบรรดาศิษย์ชิงเฉิงที่อยู่บนลานฝึก กล่าวอีก “พวกท่านหากจะเข้ามาพร้อมกัน ตะลุมบอนกัน พวกเราก็จะเล่นด้วย และไม่ถือว่าพวกท่านคนมากกว่า”

    “นี่คือการประลองของพวกเรา” ซ่งเจินกล่าว “ท่านหาว่าเป็นการต่อยตีเยี่ยงอันธพาลร้านตลาดหรือ”

    “ประลองยุทธ์ก็ดี ต่อยตีก็ช่าง มีอะไรแตกต่าง แค่ดูว่าผู้ใดชนะผู้ใดก็เท่านั้น”

    ซ่งเจินมิได้ต่อคำกับมันอีก “พวกท่านเป็นอาคันตุกะ รอบแรกก็ให้พวกท่านเลือกคนก่อน” ปากของมันกล่าวได้เข้าหู แต่ความจริงในใจวางแผนไว้ ฝ่ายที่เลือกทีหลังค่อนข้างได้เปรียบ เพราะสามารถเห็นก่อนว่าฝ่ายตรงข้ามส่งสวะอะไรออกมา จึงตัดสินใจได้ว่าจะส่งผู้ใดออกไปรับมือ

    เจียงอวิ๋นหลันมองซีเจาผิงชายฉกรรจ์ร่างเตี้ยผู้นั้น

    ซีเจาผิงเข้าใจความหมาย เหยียบเข้าลานด้วยฝีก้าวมั่นคงหนักแน่น

    พวกมันไม่ต้องหารือโดยสิ้นเชิง ดูเหมือนก่อนขึ้นเขาชิงเฉิงได้วางแผนทั้งหมดไว้เรียบร้อยแล้ว ที่ขึ้นเขาล่วงหน้าก็เพื่อให้สำนักชิงเฉิงไม่มีเวลาเตรียมการ

    ซ่งเจินเห็นซีเจาผิงผู้นี้เข้าสู่ลานฝึก ซ้ำยังมิได้ถืออาวุธ จึงถาม “รอบแรกพวกท่านจะประลองเพลงหมัดหรือ”

    ซีเจาผิงกล่าว “คนของพวกท่านหากคิดใช้อาวุธ ข้ารับมือด้วยมือเปล่าก็ได้”

    ศิษย์ชิงเฉิงข้างลานฝึกส่งเสียงเอะอะ

    พวกที่มาจากเขาอู่ตังกลุ่มนี้กลับชะล่าใจเช่นนี้ ช่างดูแคลนเพลงกระบี่ชิงเฉิงเสียจริง!

    ซ่งเจินเหลียวมองศิษย์สาวกสืบมรรคาสิบหกคนด้านหลัง ในใจกำลังพินิจพิจารณาอยู่

    ฝ่ายตรงข้ามส่งเพียงศิษย์อายุไม่ถึงสามสิบปีออกมา ทางฝั่งตนก็มิอาจส่งผู้มีอาวุโสต่างกันเกินไปนัก อีกทั้งต้องช่ำชองวิชาหมัด เป็นถึงสำนักชิงเฉิง หากว่าส่งคนใช้กระบี่ออกไปประลองยุทธ์กับคู่ต่อสู้ที่ไร้อาวุธในมือ มิเป็นการเสียชื่อเสียงของสำนักอย่างใหญ่หลวงหรอกหรือ

    สายตาของซ่งเจินสุดท้ายตกอยู่ที่บุตรชาย ซ่งเต๋อไห่เองก็มองบิดาแล้วพยักหน้า

    ทว่าการตัดสินใจที่สำคัญเช่นนี้คงต้องให้เจ้าสำนักผู้มีอำนาจกระทำ

    เหอจื้อเซิ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่ง อวี๋ซือเหาศิษย์เอกที่อยู่เบื้องหลัง สองมือถือกล่องไม้ใบใหญ่ลักษณะยาวใบหนึ่งไว้ด้วยความเคารพนบนอบ สีของไม้โบราณอย่างยิ่ง ด้านบนสลักลวดลายมังกรพยัคฆ์สัประยุทธ์กัน

    “เต๋อไห่” เหอจื้อเซิ่งร้องเรียก มันกับศิษย์น้องซ่งเจินใจตรงกัน “เจ้าออกไปประเพลงหมัดกับมัน”

    ซ่งเต๋อไห่ตอบรับเสียงดัง “ขอรับ!” ปลดกระบี่บนเอวมอบให้ศิษย์น้องข้างกาย เดินไปยังกึ่งกลางลานฝึก

    ในบรรดาศิษย์สาวกสืบมรรคาระดับสูงกลุ่มนี้ ซ่งเต๋อไห่ศิษย์คนที่ห้าเป็นที่ยอมรับว่าคือผู้มีพรสวรรค์สูงสุดคนหนึ่งมาโดยตลอด วรยุทธ์ฝึกจนเหนือกว่าศิษย์พี่ใหญ่อวี๋ซือเหานานแล้ว แผนการของซ่งเจินคือรอบแรกรีบส่งศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดคนนี้ลงมือ ขอเพียงได้รับชัยชนะ สยบความเหิมเกริมของสำนักอู่ตัง ไม่แน่ว่าฝ่ายตรงข้ามอาจจะถอยหนีไปเพราะความโหดหิน

    สำนักชิงเฉิงแม้มิได้เลื่องชื่อด้านการต่อสู้ด้วยหมัดเท้า แต่เพลงกระบี่หลายเพลงในสำนักล้วนสามารถพลิกแพลงเป็นกระบวนท่ามือเปล่า ที่พิเศษคือ ‘กระบี่ประชิด’ เพลงกระบี่สั้นชุดหนึ่งเน้นการจู่โจมในระยะประชิดตัว มือซ้ายที่ว่างเปล่าต้องส่งเสริมมือข้างที่โจมตี กระบวนท่าสามารถใช้ฝ่ามือต่างกระบี่เปลี่ยนเป็นเพลงหมัดได้ และกระบี่ประชิดของซ่งเต๋อไห่ก็ฝึกจนถึงขั้นสุดยอดพอดี อาจารย์อาเฉินหงลี่ช่ำชองหมัดฝ่ามือ เห็นซ่งเต๋อไห่มีพรสวรรค์ในการต่อสู้ด้วยวิชาหมัดจึงถ่ายทอดความรู้หลายสิบปีของตนให้จนหมดเปลือก ซ่งเต๋อไห่คืออันดับหนึ่งด้านการต่อสู้ด้วยมือเปล่าบนเขาชิงเฉิงโดยแท้จริง เหมาะสมที่สุดในการออกศึกรอบแรกนี้

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in ทดลองอ่าน

    นิยายยอดนิยม

    Facebook