• Connect with us

    Enter Books

    ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่านนิยาย เพลงกลอนคลั่งยุทธ์ บทที่ 3 และบทที่ 4

    ทุกย่างก้าวของซ่งเต๋อไห่ มันปรับเปลี่ยนลมหายใจเข้าออกอย่างลับๆ กล้ามเนื้อแขนขายืดหยุ่นตาม ขณะมาถึงกึ่งกลางลานฝึก กล้ามเนื้อทั่วร่างของมันก็อุ่นร้อนขึ้น โพรงจมูกและหลอดเลือดโล่งโปร่ง เข้าสู่สภาวะต่อสู้

    ซ่งหลีที่อยู่ข้างลานฝึกเห็นพี่ชายเตรียมออกศึกก็อดมิได้ที่จะกัดริมฝีปาก สีหน้ากังวลใจ

    เยียนเหิงและโหวอิงจื้อได้รับการสั่งสอนจากศิษย์พี่ห้าคนนี้อยู่หลายปี ย่อมรู้ดีว่าวรยุทธ์ของมันสูงกว่าตนเองกี่ขั้น จึงเต็มไปด้วยความมั่นใจที่มันเป็นตัวแทนชิงเฉิงออกศึก

    ซีเจาผิงของสำนักอู่ตังสีหน้าผ่อนคลายถึงขีดสุด ค่อยๆ ปลดสายคาดเอว ถอดชุดคลุมกว้างสีดำตัวนั้นออก เปลือยให้เห็นเรือนร่างท่อนบน

    กลุ่มคนชิงเฉิงเห็นเรือนร่างนี้ก็อดมิได้ที่จะหวาดกลัว ซีเจาผิงอกเหลี่ยมหลังกลม ร่างกายใหญ่หนาอย่างยิ่ง ที่แปลกประหลาดคือข้อต่อกระดูกทุกแห่งล้วนมีมุมเหลี่ยมโผล่ออกมา ราวกับใต้เนื้อหนังฝังวัตถุประหลาดอะไรเอาไว้ ที่พิเศษคือหัวไหล่ข้างขวาปูดโปนเป็นก้อนใหญ่ ลายกล้ามเนื้ออันแข็งแรงแผ่แขนง ท่อนแขนสองข้างจากไหล่ถึงนิ้วพื้นผิวมันเงาผิดปกติเล็กน้อย มองใกล้ๆ จึงรู้ว่าที่แท้ทั้งหมดเป็นพวงผิวหนังด้านหนาดังเช่นแผ่นเกล็ด

    วิชาหมัดสำนักอู่ตังเป็นที่รู้จักเรื่องการใช้หมัดอ่อน โดยเฉพาะการใช้อ่อนสยบแข็งที่ปรมาจารย์จางซานเฟิงคิดค้นขึ้นจากการดูงูและกระเรียนสู้กัน ‘มวยไท่จี๋’ วิชายุทธ์ที่มุ่งเน้นการโอนอ่อนผ่อนตามโด่งดังไปทั่วหล้า แต่ซ่งเต๋อไห่เห็นร่างกายผิดรูปของคนผู้นี้ก็รู้ทันทีว่านี่เป็นลักษณะพิเศษแห่งวรยุทธ์นอกสำนักอันเหนือชั้นโดยสิ้นเชิง ฝึกสรีระประหลาดประเภทนี้ยิ่งเป็นการฝ่าฝืนทัศนะของวิทยายุทธ์อู่ตังที่มุ่งเน้นด้านดูแลสุขภาพ

    ซ่งเจินสงสัยเล็กน้อยอย่างเลี่ยงมิได้

    หรือว่าศิษย์อู่ตังเหล่านี้เป็นพวกสวมรอย? แต่ว่าดูจากเสื้อผ้าและอาวุธของพวกมัน กอปรกับป้ายประกาศิตในมือของเยี่ยเฉินยวนผู้นั้น ก็ดูเหมือนปลอมแปลงมิได้

    ซ่งเต๋อไห่และซีเจาผิงสองคนยืนประจันหน้ากัน ในเมื่อมิใช่มิตรสหายแลกเปลี่ยนความรู้อะไรกันแล้ว คนทั้งสองจึงมิได้ประสานมือแสดงมารยาท แววตาเชื่อมหากัน ต่างก็จัดเตรียมท่าต่อสู้ของตน

    ท่าที่ซ่งเต๋อไห่จัดเตรียมคือท่าต่อสู้กระบี่ประชิดต้นตำรับ แนวหน้าฝ่ามือขวายื่นออกไป ปลายนิ้วชี้ตรงไปที่หว่างคิ้วฝ่ายตรงข้าม ฝ่ามือซ้ายปกป้องหัวใจจากการถูกทำร้าย เพราะว่าสิ่งที่ใช้มิใช่กระบี่คม จะสังหารหรือประทุษร้ายฝ่ายตรงข้ามต้องใช้แรงมากกว่า ด้วยเหตุนี้ท่านั่งม้า* จะต่ำกว่าตอนใช้กระบี่พอประมาณ แต่ก็มิได้สูญเสียจังหวะไหวตัว

    ประเสริฐ! ซ่งเจินชมเชยบุตรชายในใจ

    แต่ท่าทางของซีเจาผิงผู้นั้นกลับพิลึกอย่างยิ่ง ที่เหมือนกันคือลำตัวด้านขวาอยู่เบื้องหน้า ทว่าไหล่ขวาอันใหญ่ยักษ์ยกขึ้นสูง รักแร้หนีบแน่น ข้อต่อข้อศอกพับเก็บแน่นหนา มุมข้อต่อกระดูกที่โผล่ออกมาจากแขนและไหล่เหล่านั้นเหมือนมีเดือยของช่างไม้เชื่อมเข้าด้วยกัน จุดที่ยึดติดไร้รอยต่อ แขนทั้งท่อนงอขึ้น เหมือนกลายเป็นโล่เนื้อแผ่นหนึ่งเบื้องหน้าที่ปราศจากช่องโหว่ มือซ้ายยาวดุจแขนค่างหย่อนลงสู่เบื้องหลัง

    * ท่านั่งม้า (หม่าปู้) เป็นท่าพื้นฐานขั้นแรกของการฝึกยุทธ์ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของกำลังขาและการทรงตัว โดยยืนแยกขาให้กว้างกว่าช่วงไหล่ แล้วย่อลงนั่งค้างหลังตรงคล้ายกับนั่งอยู่บนม้านั่ง

    Comments

    comments

    Continue Reading

    More in ทดลองอ่าน

    นิยายยอดนิยม

    Facebook